ปอย Portrait : ชายผู้เกิดมารับใช้ความเศร้าไม่รู้จบ เพียงแต่ต้องเรียนรู้... และรับมือให้ได้

ปอย Portrait : ชายผู้เกิดมารับใช้ความเศร้าไม่รู้จบ เพียงแต่ต้องเรียนรู้... และรับมือให้ได้
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

“ฉันนั้นเจอแต่คนใจร้าย และสุดท้ายก็ต้องเจ็บช้ำทุกที ขอดาวช่วยตามหา ช่วยกันมองหา หาคนใจดี”

เกือบ 15 ปีก่อน เหล่าบรรดาคนเศร้าต่างร่ำร้องตะโกนท่อนดังกล่าวจากเพลง “ขอดาว” จากอัลบั้ม Poptrade ด้วยอารมณ์ตัดพ้อ ความผิดหวัง... จากรักที่อยากให้สมหวัง

Portrait หรือ ปอย-ตวัน ชวลิตธำรง คือเจ้าของบทเพลงนั้น เนื้อร้องที่กลั่นกรองออกมาจากความรู้สึก เสียงร้องที่ร่ายบรรเลงความโศกเศร้ายามค่ำคืน

Portrait

15 ปีผ่านไป Portrait ยังคงเชื่อและยึดมั่นในการเล่าเรื่องราวความเศร้าของมนุษยชาติอยู่ร่ำไป จนกลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญของศิลปินผู้นี้ที่ไม่มีใครเหมือน

“โปรดปล่อยฉันไป”, “แค่คิดถึงเธอ”, “คนแปลกหน้า”, “เจ็บจนไม่เข้าใจ”, “โลกที่ไม่มีเธอ” เพลงเหล่านี้... จึงถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ตลอดมา

อัลบั้ม Poptrade, ลวงตา และอีพี Thousand Shades of Tears จึงยังคงทำหน้าที่เป็นเพื่อนที่คอยจับมือและให้กำลังใจคนผิดหวังเรื่อยไป

สุดสัปดาห์นี้ (เสาร์ที่ 8 มิถุนายน 2562) Portrait กำลังจะมีคอนเสิร์ตใหญ่ในชื่อ U Beer presents 15 yrs Portrait #เรื่องเศร้าไม่รู้จบ ณ About Studio ซึ่งบัตรขายหมดเกลี้ยงไปเป็นที่เรียบร้อย Sanook! Music จึงนัดหมายชายคนนี้มาคุยเรื่องเศร้าๆ ที่เขาเล่ามาตลอด 15 ปีที่เขาแนะนำว่า จงเรียนรู้และรับมือกับมัน... ให้จงได้

U Beer presents 15 yrs Portrait #เรื่องเศร้าไม่รู้จบ

ข่าวคราวน่าตื่นเต้นล่าสุดของ Portrait คือคอนเสิร์ตใหญ่ในชื่อ 15 yrs Portrait #เรื่องเศร้าไม่รู้จบ ซึ่งเราสนใจแฮชแท็กของคุณมาก

มันมี 2 ความหมายครับ ความหมายแรกคือ ชีวิตคนเราต้องเจอความเศร้าไปเรื่อยๆ เราไม่มีทางบังคับได้ว่า ชีวิตเราต่อไปนี้จะมีแต่ความสุขเท่านั้นนะ อย่างไรเราก็ต้องเจอความเศร้า เพราะฉะนั้น การคาดหวังว่าชีวิตเราจะต้องมีความสุขอย่างเดียวเป็นเรื่องที่ไม่จริง แต่ในทางกลับกัน การที่จมอยู่แต่ในความเศร้าอย่างเดียวก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูก แต่เป็นเรื่องที่เราต้องเตรียมใจเอาไว้ แล้วก็รับมือให้ได้เมื่อความเศร้ามันมาถึง เพราะความเศร้ามันจะมาเรื่อยๆ จนวันที่เราลาโลกนี้ไป มันก็เลยเชื่อมโยงมาถึงอีกความหมายหนึ่งของ Portrait ก็คือ สาเหตุที่ Portrait พูดแต่เรื่องของความเศร้า เพราะผมคิดอย่างนี้จริงๆ ผมรู้สึกว่าชีวิตผมตั้งแต่เด็กจนโต และก็ต่อไปจากนี้ ปริมาณความเศร้าไม่ได้ลดลง เพียงแต่ว่าเรารับมือมันได้ดีมากขึ้นแค่ไหนเท่านั้นเอง ก็เลยเหมือนเป็นบทสรุปรวบยอดเส้นทางที่ผ่านมาของ Portrait ด้วยว่า จริงๆ ผมเดินทางมาเพื่อรับใช้ความเศร้าที่มันไม่รู้จับ

ซึ่งคุณรู้สึกว่าตัวเองรับมือกับความเศร้าได้ดีขึ้นในทุกวันนี้?

มันก็เหมือนฟิตเนสแหละครับ ถ้าเราเล่นเวทเรื่อยๆ มันก็จะแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ เราต้องขยัน ต้องใส่ใจกับหัวใจของเรา ต้องฟิตเนสหัวใจของเราเรื่อยๆ อ่อนแอได้บ้าง แต่เราก็ต้องเรียนรู้ ความผิดพลาดที่ผ่านเข้ามาก็เหมือนเป็นครูที่เราต้องจดจำและพัฒนาตัวเอง

ที่สำคัญคือ... อย่าจมปลักกับมัน?

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของคนเหล่านี้คือ การผิดซ้ำสอง ผิดครั้งแรกถือเป็นครู ผิดครั้งสองต้องโทษตัวเอง เราต้องผิดซ้ำสองให้น้อยที่สุดครับในชีวิต ซึ่งนั่นแปลว่าเราจะต้องเรียนรู้ตลอดเวลา แล้วเราก็จะผิดน้อยลง ชีวิตเราก็จะสงบสุขมากขึ้นครับ

Portrait

นับตั้งแต่ที่คุณโยกย้ายมาอยู่ที่ Boxx Music ซิงเกิลล่าสุดอย่าง “ต้องทำอย่างไร” ดูเหมือนว่าเลเวลความเศร้าจะเพิ่มระดับขึ้นจาก “เจ็บจนไม่เข้าใจ” และ “โลกที่ไม่มีเธอ” อยู่พอสมควร?

มันมีเหตุอยู่ประมาณหนึ่งเหมือนกันครับ คือตั้งแต่ผมมาอยู่ที่ Boxx Music เพลงของผมจะดูวัยรุ่นขึ้น ฟังดูร่วมสมัย อยู่ในกระแสกับเพลงสมัยใหม่มากขึ้น อย่างก่อนหน้านี้เพลง “อย่าทำอย่างนั้น” ที่ทำกับวง The Rube นี่ร่วมสมัยหนักเลย (หัวเราะ) แมสเลย ผมค่อนข้างได้แฟนเพลงกลุ่มใหม่เข้ามาค่อนข้างเยอะ แล้วก็ได้ทัวร์คอนเสิร์ตเยอะด้วย ไปทั่วประเทศเลย แต่ในขณะเดียวกันก็จะมีแฟนเพลงยุคเก่าเดินมาถามว่า เมื่อไหร่พี่จะทำเพลงเหมือนแต่ก่อนบ้าง มันกลายเป็นว่าตอนนี้ผมมีแฟนเพลง 2 กลุ่ม ซึ่งแฟนเพลงกลุ่มใหม่เขาก็จะชอบเพลงยุคใหม่ และไม่รู้จักเพลงอย่าง “ขอดาว” แล้ว ส่วนแฟนยุคเก่าก็จะถามว่าทำไมพี่ไม่ร้องเพลง “ขอดาว” หรือเพลงเก่าๆ อื่นๆ บ้าง ทำไมร้องแต่เพลงใหม่ๆ ผมก็ต้องปรับตัวตลอดเวลา ปรับลิสต์เพลงไปตามแฟนๆ ที่มาในแต่ละร้านแต่ละสถานที่ เสียงเรียกร้องของแฟนเพลงเก่าๆ ก็เริ่มดังมากขึ้นเรื่อยๆ ผมก็สองจิตสองใจนะ ก็ไม่ได้อยากกลับไปทำเพลงเหมือนยุคก่อน เพราะคนเราเปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ผมก็คิดถึงบรรยากาศของเพลงยุคนั้นเหมือนกันนะ ซิงเกิล “ต้องทำอย่างไร” จึงเป็นความตั้งใจที่จะกลับไปเป็นเพลงยุคเก่า

นี่คือความตั้งใจของคุณ?

ใช่ครับ แฟนเพลงยุคแรกของ Portrait พอได้ฟังแล้วจะรู้ทันทีว่า Portrait ยุคนั้นกลับมาแล้ว แต่ในขณะเดียวกันผมก็มีความเสี่ยงที่จะเสียแฟนเพลงยุคใหม่ไป อันที่จริงจุดมุ่งหมายสูงสุดของผมคือ อยากทำให้แฟนเพลงทั้ง 2 กลุ่มกลายเป็นกลุ่มเดียวกันให้ได้ ซึ่งตอนนี้ยังไม่สำเร็จ เหมือนกับว่าผมต้องรับใช้กลุ่มหนึ่ง แล้วก็ต้องเสียกลุ่มหนึ่งไปตลอดเวลา “ต้องทำอย่างไร” จึงเป็นซิงเกิลที่เหมือนเป็นการรับใช้แฟนเพลงรุ่นเก่า ให้สมกับที่ผมทิ้งเขาไปหลายซิงเกิลแล้ว (หัวเราะ)

สังเกตว่าบรรดาเสียงสังเคราะห์จะลดน้อยลงไป?

ใช่ มันมีความเก่ามากขึ้น มีความเป็น 70s พอสมควร ฟีดแบ็กก็ตามที่คาดไว้เลย คือเพลงมันจะมาช้ามาก ผมคิดว่าน่าจะอีกสัก 6 เดือนครับกว่าเพลงจะมา (หัวเราะ) ซึ่งเพลงยุคเก่าของผมก็เป็นแบบนี้หมดเลย กว่ามันจะได้รับการได้ยินมันใช้ระยะเวลาข้ามปีอยู่เหมือนกัน จนบางทีผมลืมไปแล้วว่าเพลงนี้ได้ถูกปล่อยออกมา

Portrait

ได้คุยกับแฟนเพลงยุคใหม่บ้างไหมตอนที่ปล่อยเพลง “ต้องทำอย่างไร” ออกมา?

มีหลายคนที่เขาไม่เข้าใจจริงๆ นะ มีหลายคนเลยที่บอกว่า เขารอฟังเพลงแบบ “เจ็บจนไม่เข้าใจ” หรือ “โลกที่ไม่มีเธอ” เขารู้สึกว่ามันไม่ใช่ ผมก็ได้แต่หวังว่าวันหนึ่งเขาจะเก็ตเหมือนกับเพลงที่ผ่านๆ มา ที่กว่าคนจะเก็ตก็ใช้เวลาเป็นปีเหมือนกัน แต่ข้อดีของเพลงลักษณะนี้ก็คือ ถ้ามันเข้าไปอยู่ในใจของคนฟังแล้ว มันจะไม่ออกมา ถ้าเขาเก็ตแล้ว เขาจะเก็ตตลอดไป แต่กว่าเขาจะเก็ตก็คงต้องใช้เวลาพอสมควร

คุณอยากพูดเรื่องอะไรในเพลง “ต้องทำอย่างไร”?

ผมมองหาเพลงที่ลึกครับ ซิงเกิลก่อนหน้านี้ผมจะพูดในเรื่องที่มันไม่ค่อยลึกมาก ใช้ความกว้างเสียมากกว่า แต่ไม่ลึกเท่าไหร่ เพลง “ต้องทำอย่างไร” จะแคบ แต่ลึกมาก มันเป็นเพลงที่เป็นอารมณ์ส่วนลึกของคนที่สิ้นหวังแล้ว ซึ่งถ้าคุณไม่เคยสิ้นหวังแบบสุดๆ จริงๆ คุณจะไม่เข้าใจว่าอารมณ์นี้มันคืออะไร ถ้าใครเคยสูญเสียพ่อแม่ เคยสูญเสียคนรัก หรืออาจจะเคยถูกทิ้งแบบหนักมากถึงจะเข้าใจมันจริงๆ ซึ่ง Portrait ยุคเก่าจะพูดถึงแต่เรื่องแบบนี้ แล้วตอนที่ทำเพลงนี้บังเอิญคนรอบตัวของผมเลิกกันหมดเลย มีแต่คนถูกทิ้ง บางคนที่ไม่คิดว่าจะโดน ไม่คิดว่าจะเลิกกัน มีอยู่คู่หนึ่งที่เซอร์ไพรส์ผมมาก สะเทือนใจผมมาก ผมเลยรู้สึกว่าอยากเขียนเรื่องนี้ เปรียบเสมือนนักบอลที่โดนยิงประตูชัยในนาทีสุดท้าย แล้วภาพของทั้งทีมมันล้มลงไปพร้อมๆ กัน นั่นแหละ วินาทีนั้นครับที่ผมพูดถึงในเพลงนี้

>> "ปอย Portrait" หยิบเรื่องราวรักที่พังทลาย สร้างสรรค์เป็นเพลงใหม่ "ต้องทำอย่างไร"

ก่อนหน้านี้เรามักจะได้เห็นงานคอนเสิร์ตประจำตัวของคุณอย่าง Black Valentine แต่สำหรับครั้งนี้เหมือนจะขยายสเกลเป็นคอนเสิร์ตครบรอบ 15 ปีของ Portrait?

ครั้งสุดท้ายที่จัดคอนเสิร์ตของตัวเองคือ 13 ปีที่แล้ว ตอนนั้นจัดด้วยความอยากจัด ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ขาดทุนย่อยยับ (หัวเราะ) แต่ทุกคนก็ยังจำคอนเสิร์ตครั้งนั้นได้ แล้วก็มีคนมาถามทุกปีว่าเมื่อไหร่จะจัดอีก ประจวบเหมาะกับที่ผมมาอยู่ Boxx Music ซึ่งมีทีมงานของ Muzik Move ที่ช่วยจัดงาน Black Valentine สัก 2-3 ปีที่แล้วมาตลอด แล้วมันรอต่อไปไม่ได้แล้วครับ มีแต่คนถามจนเขาเลิกถามกันไปแล้ว มันก็เลยต้องจัดสักที จริงๆ แล้วผมอยากมีคอนเสิร์ตของตัวเองมานานแล้ว ที่ผ่านมาผมต้องร้องเพลงของตัวเองกับเพลงของคนอื่นไปด้วยมาเกือบทุกโชว์ ไม่ว่าจะเป็นเฟสติวัลหรืองานจ้างตามร้าน มันแทบจะไม่มีคอนเสิร์ตไหนเลยที่ผมร้องแต่เพลงตัวเองล้วนๆ ซึ่งมีคนฟังกลุ่มหนึ่งอยากดูมากๆ แล้วผมก็อยากร้องเพลงของตัวเองมากๆ เหมือนกัน

เรียกได้ว่ารวมเพลงของ Portrait ตลอด 15 ปีที่ผ่านมา?

รวมถึงเพลงที่ไม่เคยเล่นที่ไหนด้วยครับ และแขกรับเชิญที่เล่นกันครั้งสุดท้ายคือ 10 กว่าปีที่แล้วซึ่งจะกลับมาเล่นด้วยกันในคอนเสิร์ตครั้งนี้อย่าง Friday และ Better Weather แล้วก็ยังมีเพื่อนร่วมทางที่ทำงานด้วยกันมาตลอดอย่าง คุณหนึ่ง Sleeper 1 (เกรียงไกร วงษ์วานิช) เป็นตัวละครที่ขาดไม่ได้ คุณนรเทพ มาแสง ก็มา ซึ่งเคยมีโปรเจกต์หนึ่งที่ผม คุณหนึ่ง คุณนอ ทำไว้ด้วยกัน เล่นเพลงในโปรเจกต์นี้ครั้งสุดท้ายคือ Fat Festival ครั้งที่ 4 ที่สนามม้านางเลิ้ง คราวนี้จะกลับมาเล่นด้วยกันอีกครั้งครับ ส่วนทางด้านศิลปินรุ่นใหม่ก็จะมี กันต์ ชุณหวัตร ซึ่งเป็นตัวแทนศิลปินที่ผมทำเพลงให้

Portrait ในคอนเสิร์ต Black Valentine ครั้งที่ผ่านมา

แต่ที่เราสนใจมากๆ คือวง Rule Dark เจ้าของเพลงดังในอดีตอย่าง “เธอจะไปกับฉันไหม”?

วงนี้เป็นอาวุธลับ (หัวเราะ) Rule Dark เป็นเหมือนเพื่อนที่โตมาด้วยกัน ทำเพลงในยุคอินดี้ อยู่ห้องอัดเดียวกัน ผมก็ทำเพลงของผม Rule Dark ก็ทำเพลงของเขา ผมก็แอบไปร้องประสานในเพลงนั้นเพลงนี้ของ Rule Dark โดยที่ไม่มีใครรู้ คิดว่าทุกคนน่าจะคิดถึงเพลงของ Rule Dark ครับ

คุณคิดว่าแฟนเพลงของ Portrait ทั้ง 2 กลุ่มที่คุณพูดถึงไปเมื่อสักครู่จะได้รับอะไรกลับไปจากคอนเสิร์ตครั้งนี้?

แฟนเพลงยุคแรกจะได้ทุกอย่างที่เขาต้องการเสียที (หัวเราะ) เป็นอะไรที่ผมไม่ได้ทำมาเลยตลอด 13 ปีที่ผ่านมา มันคือการร้องเพลงในทุกยุค ทุกช่วงชีวิตของผม รวมถึงบางเพลงที่หาฟังได้ยากมาก แฟนเพลงยุคเก่าฟินกันเต็มที่แน่นอ ส่วนแฟนเพลงยุคใหม่ผมอยากให้มาฟังเพราะว่า ถ้าคุณชอบเพลง “โลกที่ไม่มีเธอ” คุณจะได้ฟังเพลง “โลกที่ไม่มีฉัน” ซึ่งคุณอาจจะไม่เคยฟังมาก่อนก็ได้ เพลงยุคเก่าๆ ที่ 10 กว่าปีก่อนมีแต่คนชอบ คุณอาจจะไม่เคยฟัง ผมอยากแนะนำเพลงเหล่านั้นให้คุณฟัง คุณอาจจะได้เพลงใหม่ๆ ที่จะเข้าไปอยู่ในดวงใจของคุณเพิ่มขึ้นก็ได้

15 ปีที่ผ่านมามองพัฒนาการเพลงเศร้าของ Portrait อย่างไรบ้าง?

มันเป็นสีเดียวกันครับ นั่นคือสีดำ เพลงของผมเป็นสีดำสนิทมาตั้งแต่ไหนแต่ไร อาจจะมีบางเฉดค่อนไปทางสีเทาบ้างนิดหน่อย แต่สุดท้ายก็ยังยืนพื้นอยู่ที่สีดำเสมอ เพียงแต่ว่ามันอาจจะเป็นสีดำที่เฉดไม่เท่ากัน บางยุคอาจจะดำมืดไปเลย บางยุคอาจจะมีสีเทาเข้ามาปนบ้าง ถ้าถามว่าพัฒนาการของ Portrait คืออะไร ผมไม่มีพัฒนาการครับ ผมยังยืนอยู่ที่เดิม ผมยังเล่าเรื่องเดิม ผมยังมอง ยังสนใจอยู่แต่เรื่องเดิมๆ เพราะผมรู้สึกว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อย่างไรก็จะอยู่คู่มนุษยชาติต่อไปเรื่อยๆ ความผิดหวังของความรัก ผมมองว่ามันเป็นสิ่งที่ธรรมชาติจงใจทำให้มันเป็นปริศนา ให้ไม่มีใครสามารถแก้ปริศนานี้ได้ไปตลอดกาล เพราะฉะนั้นคนทุกยุคทุกสมัยก็ยังต้องเจอเรื่องนี้อยู่เสมอ เพราะฉะนั้นผมขอเป็นศิลปินที่ไม่มีพัฒนาการครับ ผมยืนยันเสมอว่า ความเศร้าอยู่กับเรานานกว่าความสุข ความสุขมันผ่านมาแล้วมันก็จะผ่านไป แต่ความเศร้า บางทีมันผ่านมาแล้วมันไม่ผ่านไป เรื่องบางเรื่องมันฝังอยู่ในใจเราไปจนตาย ซึ่งผมรักที่จะพูดถึงเรื่องเหล่านี้ จนถึงทุกวันนี้ก็ยังทำอย่างนั้นอยู่

คุณคิดว่าความเศร้ากับความเสียใจแตกต่างกันไหม?

ผมมองว่ามันเป็นแผลสดกับแผลเป็นมากกว่าครับ คือแผลสดมันจะเจ็บมันจะแสบ แต่พอมันหายแล้ว มันก็ยังทิ้งร่องรอยให้เราเห็น ว่าวันหนึ่งเราเคยเจ็บขนาดนั้นมาก่อน พอเวลาผ่านไป เราอาจจะจำความเจ็บตอนวินาทีนั้นไม่ได้ แต่เราไม่เคยลืมเรื่องราวเหล่านั้น แม้ว่าเราจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหนก็ตาม ผมนึกถึงคำพูดที่ผมเพิ่งโพสต์ลงทวิตเตอร์ไปเมื่อไม่นานมานี้ ผมรู้สึกว่าความทรงจำเป็นเรื่องแปลก มันจะอยู่กับเราไม่ว่าเราจะอนุญาตให้มันอยู่หรือไม่ก็ตาม มันจะอยู่กับเราไปตลอดไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ดีหรือไม่ดี เราเลือกที่จะเก็บความทรงจำบางอย่างไม่ได้ เพลงต่อไปผมคิดว่าจะพูดเรื่องความทรงจำด้วย มันมีบางเรื่องที่แม้ว่าเราอยากจะลบมันแค่ไหนเราก็ลบมันไม่ได้ หรือมีบางเรื่องที่เราอาจจะเหนี่ยวรั้งมันไว้แค่ไหน เราก็เหนี่ยวรั้งมันไว้ไม่ได้

แล้วต้องเตรียมผ้าเช็ดหน้าไปซับน้ำตาหรือเปล่าสำหรับคอนเสิร์ตนี้?

ไม่ต้องหรอกครับ เช็ดกันไม่ทันหรอก (หัวเราะ) เศร้ากันให้เต็มที่นะครับ

Story by: Chanon B.
Photos by: Boxx Music

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/