กรรมการเวที “Juste Debout” เผยเคล็ดลับถ่ายทอดเพลงผ่านท่วงท่า และสิ่งสำคัญที่นักเต้นต้องมี!

กรรมการเวที “Juste Debout” เผยเคล็ดลับถ่ายทอดเพลงผ่านท่วงท่า และสิ่งสำคัญที่นักเต้นต้องมี!
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ในปัจจุบันนี้ การเต้นได้กลายเป็นหนึ่งในงานอดิเรก และ อาชีพที่คนรุ่นใหม่หลายคนใฝ่ฝันที่จะทำ ทำให้นอกจากการแสดงแล้ว ก็มีการจัดแข่งขันเต้นหลายงาน ซึ่งหนึ่งในการแข่งขันเต้นระดับโลกที่โด่งดังก็คือรายการ Juste Debout ที่จัดขึ้นมาครั้งแรกในปี 2002 ที่ประเทศฝรั่งเศส และมีรอบคัดเลือกในทุกทวีปเพื่อจะหานักเต้นจาก ทั่วโลก มาแข่งที่ฝรั่งเศส และในปีนี้ รอบคัดเลือกในทวีปเอเชียก็ได้จัดขึ้นในประเทศไทยในวันที่ 19 มกราคม 2019 โดยใช้ชื่อว่า Juste Debout Bangkok 2019 และจะมีการแข่งเต้่น 4 ประเภทคือ Popping, Locking, House และ Hip Hop

 

นอกจากนักเต้นระดับเอเชียที่มาแข่งขันแล้ว รายการนี้ยังมีกรรมการที่เป็นตำนานวงการเต้นมาเป็นผู้ตัดสินด้วย อาทิ Manu Oponga นักเต้นแนว Locking ที่มีประสบการณ์มานานกว่า 20 ปี ที่เคยคว้าแชมป์รายการ Juste Debout มาแล้ว 4 ครั้ง Nelson Ewande เป็นนักเต้นแนว Popping ระดับโลกชาวฝรั่งเศส Tony McGregor นักเต้นแนว House ที่จัด Workshop สอนนักเรียนมาแล้วทั่วโลก และเคยร่วมงานกับศิลปินอย่าง LL Cool J, Fugees, Teddy Riley และอีกหลายๆ คน รวมถึง Tweet Boogie ผู้เชี่ยวชาญการเต้นสไตล์ Hip Hop ที่เคยเต้นให้กับซูเปอร์สตาร์อย่าง Jay-Z, Fergie, Ciara, Mya, Kanye West, Mary J Blige และ Shakira และเป็น พิธีกรรายการฮิปฮอป Dances From The Hood ของช่อง MTV ด้วย

 

เนื่องในโอกาสที่กรรมการทั้ง 4 ได้มาทำกิจกรรมที่ บ้านเด็กอ่อนเสือใหญ่ เมื่อวันที่ 15 มกราคมที่ผ่านมา  ทำให้ทาง Sanook! Music ได้มีโอกาสได้เข้าร่วมงานดังกล่าว และได้สัมภาษณ์พูดคุยเรื่องการเต้นกับกรรมการทั้ง 4 และ Bruce Ykanji ผู้จัดการแข่งขันและเจ้าของลิขสิทธิ์งาน Juste Debout ถึงการหาตัวตนในฐานะนักเต้น การเอาชนะอุปสรรค ความพิเศษของการแข่งขัน Juste Debout และคุณสมบัติที่นักเต้นต้องมีถ้าอยากประสบความสำเร็จ

 

Bruce Ykanji

Bruce Ykanji

 

ก่อนอื่นอยากรู้ว่าอะไรคือจุดเริ่มต้นในการเต้นของพวกคุณ และคุณใช้เวลานานไหมในการหาสไตล์การเต้นที่ใช่กับตัวเองที่สุด?

 

Tony : จุดเริ่มต้นการเต้นของผมมาจากคนรอบตัวครับ ตอนเด็กๆ คนรู้จักจะมารวมตัวกันที่บ้านของคุณย่า และก็จะเเลกเปลี่ยนความชอบทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ผมเองก็ได้ซึมซับมาจากคนรอบตัว รวมถึงสิ่งที่เรามีมาสร้างเป็นสไตล์ของตัวเอง ก่อนที่จะค่อยๆ พัฒนาเป็นสไตล์การเต้นของตัวเอง

 

Tweet Boogie : ฉันเคยไปงานปาร์ตี้มาหลายๆ งานแถวบ้าน รวมไปถึงเคยดูคลิปวิดีโอการเต้นมากมาย ซึ่งนักเต้นหญิงสามารถเต้นได้แข็งแรงไม่แพ้ผู้ชาย มันเลยทำให้ฉันอยากที่จะเต้นแบบนั้น และฉันเองก็ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากคนรอบตัว สไตล์การเต้นของฉันจะเป็นแนวฮิปฮอป  และการเต้นแนวประยุกต์ที่สามารถเห็นได้ตามงานสังคม คือฉันสามารถเต้นได้หลายแบบ แต่หลักๆ แล้ว จะถนัดฮิปฮอปมากที่สุด

 

Bruce : สไตล์ของผมจะเป็นการเต้น Popping ผมเคยดูคลิปจากวิดีโอ และก็ได้ชมการแสดงของเด็กรุ่นใหม่ ซึ่งทำให้ผมได้เรียนรู้การเต้นแบบใหม่ๆ เรื่อยๆ

 

Manu : การเต้นของผมมีการผสมผสานหลายแนว ซึ่งผมได้เรียนรู้จากการซ้อม เวลาที่เราซ้อมเราก็มักจะได้เทคนิคใหม่ๆ และนำมาใช้ จนทุกวันนี้ผมสามารถเต้นได้หลายแนว

 

Nelson : ผมได้แรงบันดาลใจในการเต้นจากหลายๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นคุณแม่ที่เป็นนักเต้นแนวแอฟริกัน รวมถึงรุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จมาก่อน และผมเองก็เต้นมาตั้งแต่จำความได้ มาจนถึงทุกวันนี้

 

Tony

Tony McGregor

 

พวกคุณเจออุปสรรคอะไรบ้างตอนที่เริ่มเต้นจริงจัง แล้วรับมือกับอุปสรรคอย่างไร?

 

Tony : อุปสรรคของผมคือ ในสังคมที่ผมอยู่การเต้นไม่ใช่วัฒนธรรมหลัก ทำให้มันยากที่จะหาแรงบันดาลใจจากคนรอบตัว บางทีเราเองก็ต้องได้รับการสนับสนุนจากคนรอบข้างในการทำสิ่งที่รัก เหมือนการพูดภาษาเดียวกัน

 

Tweet Boogie : ฉันมองว่าอุปสรรคอยู่ที่กลุ่มคนเต้นฮิปฮอป ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย บางทีคนสอนก็เป็นผู้ชายที่ต้องมาแนะนำนักเต้นที่เป็นผู้หญิง มันเลยเป็นอุปสรรคสำหรับนักเต้นผู้หญิง ทุกวันนี้ฉันก็ต้องพยายามที่จะสนับสนุนและให้กำลังใจนักเต้นฮิปฮอปหญิง และบอกพวกเขาว่า ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบตัวเองกับผู้ชาย เพราะนักเต้นผู้หญิงมีความรู้สึกอ่อนไหว และข้อเด่นข้อด้อยในแบบของตัวเอง แต่ในขณะเดียวกันพวกเราก็ห้ามดูถูกหรือทำให้เพื่อนนักเต้นด้วยกันเสียความมั่นใจ   

 

Bruce : ผมคิดว่าอุปสรรคหลักก็คือตัวเองครับ การเป็นนักเต้นเราก็ต้องผลักดันตัวเราไปข้างหน้าเรื่อยๆ ดังนั้นเราต้องพยายามซ้อมและไปเรียน เพราะถึงแม้มันจะเป็นสิ่งที่เรารัก แต่มันก็จะมีวันที่เรารู้สึกแย่และไม่อยากทำมันแล้ว เราต้องต่อสู้กับมัน อย่างที่ผมอายุ 34 ก็เจอปัญหานี้ แต่ก็หันมาโฟกัสที่เป้าหมาย ดังนั้นใครก็ตามที่อยากเต้นอยากให้โฟกัสที่ตัวเองและอย่าไปคิดเรื่องคนอื่น

 

Manu : สำหรับผมมันคือครอบครัว คนรอบตัวโดยเฉพาะคุณพ่อผมมองว่าการเต้นมันไม่ใช่อาชีพ ถึงแม้จะเข้าใจ แต่ผมรักมันมาก และผมเลือกมันแล้ว

 

Nelson : อุปสรรคของผมก็คืออาการบาดเจ็บและเรื่องจิตใจ คือผมต้องผลักดันตัวเองและมีความปรารถนาในการทำสิ่งที่เราตั้งใจให้สำเร็จ และในขณะเดียวกันถ้าเราเจออาการบาดเจ็บ เราก็ต้องพาตัวเองกลับมาอยู่ในจุดเดิมได้ หลักๆ แล้วก็เป็นเรื่องของแรงจูงใจครับ

 

Manu

 Manu Oponga

 

หลายๆ คนมักมองว่าการเต้นไม่สามารถเป็นอาชีพได้ คุณอยากจะบอกอะไรกับคนที่คิดในมุมนั้น?

 

Nelson : การเต้นมันเป็นงานได้ คือมันสนุก แต่ในขณะเดียวกันเราก็สามารถจริงจังกันมันได้ คือบางคนต้องฝึกและเต้นทุกวัน ต้องโฟกัสไปที่เป้าหมาย สำหรับผมคนที่ยังไม่เข้าใจควรจะเข้ามาศึกษาเรื่องการทำงานของนักเต้น

 

Bruce : ตัวผมเองก็เคยมีคนมาถามเรื่องอาชีพ พอตอบว่าเป็นนักเต้น คนคนนั้นก็ถามต่อว่าแล้วอะไรคืออาชีพจริงๆ ของคุณ แต่จริงๆ แล้วมันเหมือนทุกอาชีพ เหมือนการไปมหาวิทยาลัย ที่ตอนแรกมีนักเรียน 1,000 คน แต่ปลายทางอาจจะมีไม่กี่คนที่สามารถเป็นนักกฎหมายได้ การเต้นก็เหมือนกันเพราะจะมีคนที่เก่งจริงที่ทำเป็นอาชีพได้ แถมอาชีพนักเต้นเองก็ทำเงินได้ไม่แพ้อาชีพอื่นๆ เหมือนกัน และในขณะเดียวกันถ้าเราทำงานหนักมาก หลายคนก็จะเชื่อว่าเราทำมันจริงจังได้จริง คือในตอนนี้พ่อแม่หลายคนอาจจะรู้สึกดีเวลาบอกว่าลูกเรียนแพทย์ แต่หลายคนกลับอายเวลาบอกว่าลูกเป็นนักเต้น แต่ก็อยากให้เชื่อในตัวลูกคุณว่าเขาทำได้

 

Tony : มันเป็นคำถามที่ดี และผมก็มีคำตอบที่ดีเช่นกัน (หัวเราะ) การเต้นไม่ใช่อาชีพ แต่มันคือความรัก และผมก็บังเอิญได้เงินจากการทำสิ่งที่รัก คือบางคนเวลาทำงานอาจเจอเรื่องหนักใจหรือเครียด แต่ผมกลับไม่เครียดในสิ่งที่ทำและได้อะไรมากมาย อย่างเช่นการพบเจอคนทั่วโลก ได้ไปที่ต่างๆ ที่อาชีพอื่นไม่สามารถพาผมไปได้ มันเป็นการออกไปหาจิตวิญญาณและแรงบันดาลใจใหม่ๆ ตลอดเวลา ถ้าผมทำงานอื่นวันๆ อาจจะต้องอยู่ในโกดังหรือขับรถบรรทุก และทำส่งของเดิมๆ วนไปวนมา

 

Nelson Ewande

Nelson Ewande

 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้การแข่งขัน  Juste Debout ไม่เหมือนใคร?

 

Bruce : Juste Debout เป็นการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งเราเองทำการแข่งขันมา 17 ปี และมีคนที่รอคอยการแข่งขัน ผู้เข้าแข่งขันต้องพยายามหนักมากต่อหน้าคนดูบนเวที เมื่อมาถึงจุดนี้ และกรรมการทุกคนก็พิเศษมาก เพราะพวกเขาก็บินไปประเทศต่างๆ เพื่อเลือกผู้เข้าแข่งขัน ทุกคนเป็นมืออาชีพและตำนานซึ่งมีชีวิต ในขณะเดียวกันผู้เข้าแข่งขันหลายประเทศก็ซ้อมมานานและบินมาเจอกัน มาแลกเปลี่ยนความชอบ การแข่งขันมันไม่สำคัญแค่เรื่องชัยชนะอย่างเดียว แต่การเเลกเปลี่ยนความคิดและความชอบก็เป็นอีกสิ่งที่สำคัญครับ คือองค์ประกอบทั้งหมดทำให้งานออกมาพิเศษมาก แต่จริงๆ แล้วผมก็มองว่ามีการแข่งขันรายการอื่นๆ ที่พิเศษไม่แพ้กันไม่ว่าจะในเอเชียหรือทวีปไหนๆ ก็อยากให้หาข้อมูลรายการอื่นๆ เช่นกัน

 

Tony : ผมเห็นด้วยกับ Bruce ครับ คือถ้าเราคิดดู การแข่งขันมันมาจากการเล่นสนุกของคนรักการเต้น จนทุกวันนี้กลายเป็นงานใหญ่ระดับโลก งานนี้มันพาทุกคนมาเจอกัน และผมเองก็ได้เจอกับคนที่ไม่คิดว่าจะได้เจอมาก่อนมากมายเลย

 

 

Tweet Boogie

Tweet Boogie 

 

สุดท้ายนี้ในมุมมองของคุณ นักเต้นที่ดีจะต้องมีอะไร?

 

Bruce : ผมว่านักเต้นที่ดีก็เหมือนเพชรครับ ต้องมีเทคนิคที่ดี มีเสน่ห์ และพื้นฐานที่ดี ต้องสามารถเคลื่อนไหวได้มีเสน่ห์ เวลาผมเลือกนักเต้นที่จะชนะ ผมจะดูการถ่ายทอดอารมณ์ผ่านการเคลื่อนไหว ก่อนจะมาดูเรื่องเทคนิค และในขณะเดียวกันเราต้องเป็นคนที่มีเจตนาที่ดีในการมอบความสุขให้กับผู้ชมที่ดูอยู่

 

Tony : เราต้องใช้หัวใจทำสิ่งที่ทำ ต้องอินกับบทเพลงและใส่ใจสิ่งรอบข้าง เพราะเวลาเราเต้น เพลงจะพาเราไปตามทิศทางต่างๆ

 

Tweet Boogie : ฉันว่านักเต้นต้องมีสองสิ่ง คือต้องเปิดกว้างรับอะไรใหม่ๆ เพราะบางคนปิดกั้นและคิดถึงสิ่งที่ตัวเองทำได้อย่างเดียว การเป็นนักเต้นเราต้องมีมุมอ่อนไหว ในการกล้าที่จะถ่ายทอดทุกอย่างบนเวที เพราะบางคนมักจะกั๊กสิ่งที่จะถ่ายทอด นี่คือสิ่งที่ฉันได้พบในประสบการณ์ที่ผ่านมา เลยอยากบอกให้ทุกคนเปิดกว้างและกล้าที่จะลองอะไรใหม่ๆ และในขณะเดียวกันต้องสามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองในขณะทำการแสดงว่าอะไรควรทำ และอะไรไม่ควรเช่นกัน

 

คลิกชมคลิปสาธิต การเต้นทั้ง 4 แบบที่จะแข่งในรายการ Juste Debout 2019

 

การแข่งขัน Juste Debout Bangkok 2019 จะมีขึ้นในวันที่ 19 มกราคม 2019 ที่ MCC Hall เดอะมอลล์ บางกะปิ โดยผู้ที่อยากเข้าชมนำสิ่งของมาบริจาคให้กับน้องๆ มูลนิธิบ้านเด็กอ่อนในสลัมฯ เพื่อรับสิทธิ์เข้าชมการแข่งขันทันที ที่บริเวณหน้างานในวันดังกล่าว

Photo : Thanapol W.

Story : Sidhipong W.