7 ความน่าสนใจที่เหล่าวันเดอเรอร์ห้ามพลาดประจำเทศกาล “Wonderfruit 2018”

7 ความน่าสนใจที่เหล่าวันเดอเรอร์ห้ามพลาดประจำเทศกาล “Wonderfruit 2018”
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ยังคงเป็นเทศกาลที่ได้รับความสนใจจากทั้งคอดนตรี และผู้ที่ชื่นชอบในงานศิลปะมาโดยตลอดสำหรับ “Wonderfruit” สำหรับในปี 2018 ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 13-16 ธันวาคม 2561 ณ เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา

บอกเลยว่า เหล่าวันเดอเรอร์ทั้งไทยและเทศก็ยังจะได้สัมผัสกับประสบการณ์สุดพิเศษที่ครอบคลุมทั้งหมด 6 แขนง ไม่ว่าจะเป็น ศิลปะและวัฒนธรรม, ดนตรี, ฟาร์มทูฟีสต์, ทอล์กและเวิร์กช็อป, กิจกรรมเพื่อสุขภาพ และกิจกรรมสร้างสรรค์เพื่อครอบครัว เพื่อร่วมเฉลิมฉลองผ่านศิลปะ ดนตรี และไอเดียสร้างสรรค์ ที่ผสานแนวคิดด้านความยั่งยืน และสีสันแห่งวัฒนธรรมอันหลากหลายเฉกเช่นที่เกิดขึ้นมาในทุกๆ ปี

Wonderfruit 2018

Wonderfruit 2018

 

และนี่คือ 7 ความน่าสนใจสุดๆ จากเทศกาลดนตรี Wonderfruit 2018 ที่ Sanook! Music รวบรวมมาเพื่อให้ทุกคนได้วอร์มร่างกายก่อนเดินทาง

 

1. ไลน์อัพศิลปินสุดหลากหลายที่ตื่นเต้นตั้งแต่แรกเห็นชื่อ!

Wonderfruit ทยอยประกาศรายชื่อศิลปินที่จะมาเล่นซึ่งสร้างความตื่นเต้นให้คอดนตรีตัวจริงอยู่เป็นระยะ แค่เพียงเห็นชื่อของ Fleetmac Wood, Lord Echo, Bobby Pleasure, Goldie and the Ensemble, Craig Richards ก็ฮือฮาแล้ว ยิ่งในเฟสสุดท้ายที่เผยนามออกมาก็ยิ่งน่าดูเพิ่มเป็นทวีคูณในทันที ไม่ว่าจะเป็น MEUTE วงโยธวาทิตที่สร้างชื่อเสียงจากการคัฟเวอร์เพลงแนวเทคโน ส่วนสาย Experiment ขอท้าให้ลอง Kangding Ray ที่น่าสนใจเอามากๆ นอกจากนั้นก็ยังมีดีเจและการแสดงดนตรีที่ผสมผสานวัฒนธรรมลงไปอีกเพียบ อ้อ! อย่าลืมไปให้กำลังใจศิลปินไทยกันด้วยนะ อาทิ Job2do, Pyra, Two Pills After Meal เป็นต้น

Fleetmac Wood

Fleetmac Wood

 

Two Pills After Meal

Two Pills After Meal

 

2. แคมป์แห่งความมัน!

แคมป์สุดฮิปอย่าง SOT ยังคงประจำการที่เดิม กับคอนเซ็ปต์ urban ที่นอกจากจะได้เสพหลากหลายแนวดนตรี อาทิ Pfel & Greem (C2C) แชมป์ 4 สมัยจาก DMC เวทีการแข่งขันระดับโลกของเหล่าดีเจ รวมไปถึง Kweku Collins แร็ปเปอร์หนุ่มที่ฝีปากไม่ธรรมดา มากไปกว่านั้นยังมีแคมป์น้องใหม่อย่าง The Hamlet กับคอนเซ็ปต์เก๋ๆ theatre-in-the-round แคมป์สบายๆ ที่ตกแต่งด้วยผ้ามัดย้อมเก่ามาตัด-ปะ-ต่อแบบสุดสร้างสรรค์ เท่านั้นยังไม่พอ มันแบบนันสต็อปครั้งแรกในทวีปเอเชียกับ Polygon Live ที่จะนำพาทุกคนเต้นรำไปกับดีเจนอกกระแสแนวเฮาส์และเทคโน ภายใต้แคมป์โครงสร้างไผ่ดีไซน์ทรง Polygonal ล้ำสุดๆ กับเทคโนโลยีระบบเสียงรูปแบบวีอาร์ 3 มิติจาก L-Acoustics ส่วนไลน์อัพศิลปินน่ะเหรอ มาแบบพร้อมเพรียงทั้ง Santi & Tuğçe, JPatterson, Viken Arman ที่มาแบบ Live Set ร่วมด้วย David Dorad, Xique-Xique และ Martha Van Straaten

Polygon Live

Polygon Live

 

 

3. สนทนาหาแรงบันดาลใจใน Scratch Talks

สถานที่ที่ทุกคนสามารถมาแบ่งบันและเผยแพร่เรื่องราวสร้างสรรค์ บทสนทนาที่เต็มไปด้วยแง่คิดที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น สามพรานโมเดลและศูนย์เกษตรอินทรีย์ในประเทศไทย โดย อรุษ นวราช, การลดปริมาณขยะให้เป็นศูนย์และมลพิษของพลาสติก โดย Sonia S. Mendoza และ Nice Ad, ส่วน Dr. Molly Maloof ก็มาพร้อมกับ Radical Healthspan Extension รวมไปถึง Naresh Ramchandani ที่จะมาเล่าเรื่องที่น่าละอายของโลก โซนนี้อยู่ใต้ชายคาบ้านหลังใหม่อย่าง Eco Pavillion

 

4. FUTURO-X ครั้งแรกในโลกกับการแสดงสุดลึกล้ำที่ไม่อยากให้พลาด

จะเกิดอะไรขึ้นหากมีการนำเทคโนโลยี A.I. มาใช้ประกอบการออกแบบท่าเต้น การเคลื่อนไหว และการกำหนดพื้นที่การแสดงในสเกลของเฟสติวัล! เราอยากบอกว่ามันกำลังจะเกิดขึ้นจริงแล้วกับ FUTURO-X (ฟิวเจอโร-เอ็กซ์) ซึ่งเป็นการผนึกกำลังกันระหว่าง Wonderfruit และ The Waldorf Project นี่คือการแสดงที่เต็มไปด้วยพลัง รวมถึงซ่อนเร้นความหมายสุดลึกซึ้งเอาไว้ในเรื่องราวของความเข้าใจ และความเห็นอกเห็นใจระหว่างกันที่จะส่งต่อสู่เหล่าวันเดอเรอร์ทุกคน งานนี้นำทีมมาโดย Sean Rogg ศิลปินจากกรุงลอนดอน ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ The Waldorf Project ร่วมด้วยทีมนักเต้นจาก Bangkok Dance Academy และเหล่านักเต้นอาสาสมัครร่วม 250 ชีวิต โชว์นี้จะเกิดขึ้นในคืนวันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวง

FUTURO-X

FUTURO-X

 

 

5. วันเดอร์ การ์เด้น โซนแห่งการปรับสมดุลร่างกาย และจิตใจ

ปาร์ตี้กันหนำอกหนำใจแล้ว ก็มาเสริมสร้างพลังกาย พลังใจ และพลังความคิดกับ วันเดอร์ การ์เด้น โซนกิจกรรมเพื่อสุขภาพที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Axis Mundi หรือ ศูนย์กลางแห่งจักรวาลนั่นเอง กิจกรรมก็มีทั้ง Chakra Kitchen (ครัวจักระ) ซึ่งเป็นการจัดระเบียบพลังงานภายในร่างกายด้วยการกินอาหารตามศาสตร์อายุรเวท, Laughter Yoga คลาสโยคะสร้างเสียงหัวเราะ และ The Art of Soul Gazing ศาสตร์การเรียนรู้พลังจากการเพ่งมองตา เป็นต้น มาลองเชื่อมตนเองเข้ากับพลังแห่งจักรวาลไปพร้อมๆ กัน

 วันเดอร์ การ์เด้น

วันเดอร์ การ์เด้น

 

6. ใกล้ชิดกับเชฟชื่อดังและร่วมเวิร์กช็อปทำอาหารใน วันเดอร์ คิทเช่น

นี่คือโปรแกรมใหม่ล่าสุดประจำงาน Wonderfruit เพราะคุณจะได้พบกับมื้ออาหารในรูปแบบอินเทอร์แอคทีฟสไตล์ Chef Table ที่จะเปิดครัวให้เหล่าวันเดอเรอร์ชมการปรุงอาหารจากฝีมือเชฟระดับท็อปอย่างใกล้ชิด แถมยังมีมาสเตอร์คลาสและเวิร์กช็อปให้ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ อาทิ เชฟแบล็ค-ภานุภน บุลสุวรรณ ที่มาพร้อมอาหารไทยแนวอีสานสุดแซ่บจากวัตถุดิบจากท้องถิ่น ในขณะที่ เชฟอิ๊ก-บรรณ บริบูรณ์ และ Takashi Hirasawa ผู้ก่อตั้ง Lacto-Life จะมาร่วมกันจัดเวิร์กช็อปโพรไบโอติก กับการทำความรู้จักกับแบคทีเรียที่มีประโยชน์ และวิธีการนำมาทำอาหารในชีวิตประจำวัน หรือแม้แต่ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ จากรายการท็อปเชฟไทยแลนด์ และ Mark Lloyd เจ้าของ 2 สถิติจากกินเนสส์ เวิลด์เรคคอร์ดส์ ที่จะมาเปิดบาร์ zero-waste และที่น่าลองมากๆ ก็คือ เวิร์กช็อปทำค็อกเทลจากวัตถุดิบอาหารเหลือ!

Mark Lloyd ประจำการ ณ วันเดอร์ คิทเช่น

Mark Lloyd ประจำการ ณ วันเดอร์ คิทเช่น

 

7. อิ่มหนำสำราญกับ วันเดอร์ ฟีสต์

“กองทัพต้องเดินด้วยท้อง” ประโยคนี้ใช้ได้เสมอมาและตลอดไปสำหรับงานเฟสติวัลทั่วโลก หากฟังเพลงและร่วมกิจกรรมกันจนหิวแล้ว ก็มาลองลิ้มชิมรสอาหารมื้อพิเศษจากการรังสรรค์ของเหล่าซูเปอร์เชฟกับ วันเดอร์ ฟีสต์ (Wonder Feasts) อาทิ เชฟโบ และ เชฟ Dylan จากร้านโบ.ลาน ส่วนใครอยากทานสตรีทฟู้ดแบบไทยๆ มาชิมฝีมือของ เชฟชาลี กาเดอร์ (100 มหาเศรษฐ์) รวมถึง เชฟปริญญ์ ผลสุข และ เชฟหนุ่ม ตริยเสนวรรธน์ (Samuay & Sons) หรือแม้แต่ เชฟ Garima Arora (Gaa) กับเมนูซิกเนเจอร์สุดครีเอทีฟ เป็นต้น ใครสนใจสำรองที่นั่งกันได้เลยที่เว็บไซต์ของ Wonderfruit

อิ่มอร่อยกับร้านโบ.ลาน

อิ่มอร่อยกับร้านโบ.ลาน

 

นี่เป็นเพียงน้ำจิ้มที่ Sanook! Music นำมาเสิร์ฟ ของจริงรออยู่ ณ เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา ระหว่างวันที่ 13-16 ธันวาคม 2561 กับ Wonderfruit 2018 บัตรเฟส 3 ประเภท 4 วันเต็มราคา 6,500 บาท ส่องรายละเอียดเพิ่มเติม ราคาประเภทต่างๆ และราคาบัตรโซน General Camping ได้ที่ http://www.wonderfruit.co/tickets/

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Wonderfruit