Sam Smith กับคอนเสิร์ตขาย “เสียง” ของนักร้องคุณภาพระดับโลก

Sam Smith กับคอนเสิร์ตขาย “เสียง” ของนักร้องคุณภาพระดับโลก
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

เคยได้ยินมาว่า คอนเสิร์ตสมัยนี้ ศิลปินหน้าตาดี แต่งตัวดี และเพอร์ฟอร์แมนซ์ดีไม่พอ ต้องมีวิชวลกราฟิกบนจอ LED ขนาดใหญ่ พร้อมเอฟเฟกต์ยิงพลุไฟ พลุกระดาษให้อลังการเข้าไว้ เพื่อให้ได้ภาพสวยๆ ประกอบภาพการแสดงไปด้วย ความจริงในข้อนี้เราไม่เถียง เพราะมีคอนเสิร์ตของศิลปินมากมายที่เราประทับใจกับแสง สี เสียงตระการ ทำให้โชว์น่าดู และเพลิดเพลินจนลืมเวลาไปได้ง่ายๆ

แต่กับการแสดงสดครั้งแรกของผู้ชายที่ชื่อ SAM SMITH : The Thrill Of It All Tour in Bangkok 2018 เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2018 ที่อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดย BEC-TEro Entertainment ครั้งนี้ ทำให้เราลืมองค์ประกอบเหล่านั้นไปเสียสิ้น เพราะสิ่งที่อยู่ในสายตาของเราตลอดการแสดง 1.45 ชั่วโมง คือตัวของ Sam Smith เอง พร้อมกับทีมคอรัส และนักดนตรีที่ทำการแสดงสดๆ บนเวทีขนาดกว้างไม่เกิน 5 เมตร ยาวไม่เกิน 10 เมตร พร้อมกับจอมอนิเตอร์ขนาดเล็กกว่าเดิม 2 เท่า ที่เผยให้เห็นแค่ส่วนเหนือเอวของ Sam Smith ตลอดการแสดง และวิชวลด้านหลังที่มีเพียงภาพเดียว แค่เปลี่ยนสี เปลี่ยนรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไปตามแต่ละเพลง พร้อมกับ confetti เบาๆ ในช่วงท้ายของโชว์เท่านั้น

เพราะสิ่งสำคัญที่สุด ที่ผู้ชมตีตั๋วเข้ามาดูกันจนแน่นฮอลล์ในวันนี้ คือตัวของ Sam Smith กับบทเพลงเพราะๆ และเสียงกันก้องกังวานมีเสน่ห์ของเขา ที่สามารถหยุดทุกโสตประสาทเอาไว้ที่เขาแต่เพียงผู้เดียวได้ตลอดทั้งโชว์ จนรู้สึกตัวอีกทีก็หมดเวลาแห่งความสุข ความอิ่มเอมใจที่ได้ชมการแสดงจาก “ศิลปินระดับโลก” ไปเป็นที่เรียบร้อย

 

___________________

 

ก่อนที่เราจะได้พบกับดีโว่หนุ่มชาวอังกฤษเจ้าของเพลงฮิตที่แฟนๆ ชาวไทยรอคอยกันมาหลายปี เราได้ทำความรู้จักกับสาวน้อยเสียงดีนามว่า Andreah กันก่อน ด้วยวัยเพียง 17 ปี แต่เธอเป็นทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง และได้ร่วม Asia Tour กับหนุ่ม Sam Smith ถือว่าโปรไฟล์แค่นี้ก็ไม่ธรรมดาแล้ว ยังหน้าตาน่ารักน่าชัง และพูดเก่งใกล้เคียงศิลปินมืออาชีพอีกด้วย เธอแนะนำเพลงที่ตัวเองแต่งได้อย่างไม่เคอะเขิน เรียกให้ผู้ชมปรบมือตามจังหวะเพลง ทักทายแฟนๆ และพูดสวัสดี-ขอบคุณเป็นภาษาไทยได้ชัดมาก นอกจากเพลงของตัวเองอย่าง “Magic”, “Focus”, “Best Friend”, “Worse” และ “You” แล้ว เพลงคัฟเวอร์อย่าง “Let It Go” ของ James Bay และ “Sunday Morning” ของ Maroon 5 ก็ทำให้ผู้ชมในฮอลล์ฟังไปยิ้มไปได้อย่างเพลิดเพลินไม่น้อย

 

 andreah_03

 

ช่วงรอ Sam Smith ขึ้นเวที เราได้อ่านคำพูดเจ๋งๆ จากคนดังหลายคนที่ทีมงานของ Sam Smith หยิบขึ้นมาโชว์บนจอ ส่วนใหญ่เป็นข้อความแสดงความรักกันอย่างเปิดเผย และให้กำลังใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แค่นี้เราก็เริ่มรู้สึกเหมือนได้อุ่นเครื่องก่อนเข้ารับการบำบัดจิตใจอย่างไรไม่รู้ และเมื่อเวลา 20.45 โดยประมาณ ภาพบนจอปรากฎข้อความว่า “Let’s turn off our phones tonight, and rely on the stars. We’ve been so lost lately. We forgot who we are.” เป็นสัญญาณเตือนให้ทุกคนเก็บโทรศัพท์มือถือเอาไว้กับตัว ก่อน Sam Smith จะปรากฎตัวอย่างเรียบง่ายบนเวทีขนาดเล็กตอนลึกในชุดสูทสีเทาอมฟ้าอ่อนเรียบง่าย พร้อมเหล่านักดนตรีที่มาพร้อมเชลโล เปียโน กีตาร์ เบส กลอง และกลุ่มคอรัสด้วยเพลง “One Last Song” ต่อด้วยเพลงดังอย่างที่ไม่ต้องรออังกอร์กับ “I’m Not the Only One” ที่แฟนๆ ร้องตามกันได้ทั้งฮอลล์ เพิ่มความเดือดด้วยเพลงฮิตอีกเพลงอย่าง “Lay Me Down” ที่ตลอดการแสดงเราเข้าใจคำว่า less is more ไ้ด้อย่างชัดเจน เพราะลำพังแค่เสียงของ Sam Smith ที่ยืนร้องเพลงคนเดียวนิ่งๆ ก็สามารถตรึงสายตาของคนนับพันได้ตลอดทั้งเพลงอย่างไม่ต้องทำอะไรมากจริงๆ ลูกเล่นการร้อง การใช้เสียงที่ลากเสียงสั้นเสียงยาว ปล่อยเนื้อเพลงให้พรั่งพรูออกมาได้อย่างอิสระโดยไร้จังหวะใดๆ จากนักดนตรี ทำให้เราสัมผัสได้ถึงความ “สด” ของการแสเงในครั้งนี้ ที่ตอบรับกับระบบเสียงของอิมแพ็ค อารีน่า ที่เป็นสถานที่จัดคอนเสิร์ตที่มีระบบเสียงดีที่สุดที่หนึ่งของประเทศไทย ทำให้ลูกเอื้อน การหยอด การเค้น การกระแทกเสียง หรือแม้กระทั่งการหายใจเบาๆ ในช่วงระหว่างท่อนระหว่างคำ รายละเอียดทุกอย่างคนดูได้ยินได้ฟังกันทุกเม็ด

 

batch_samsmith_bkk_26

 

“Oh my goodness” คำอุทานพร้อมรอยยิ้มของ Sam Smith ที่มีต่อเสียงกรี๊ดยาวอย่างต่อเนื่องของแฟนเพลงชาวไทยเป็นการบ่งบอกว่าเขาปลาบปลื้มกับการตอบรับของแฟนเพลงที่ให้กับเขาในค่ำคืนนี้ เขาไม่ลืมที่จะขอบคุณแฟนเพลงที่ทำให้เราได้มาแสดงที่กรุงเทพฯ หลังจากที่เขาอยากจะมาตั้งนานแล้ว เขาได้ท่องเที่ยว ได้ทานอาหาร และใช้เวลากับที่นี่สักพักจนรู้สึกเหมือนได้พักผ่อนเต็มที่ และหวังว่าทุกๆ คนจะสนุกกับโชว์ของเขา โดยไม่ลืมที่จะย้ำว่า เพลงของเขาส่วนใหญ่เป็นเพลงช้า และค่อนข้างดำดิ่งก็จริง แต่อยากให้คืนนี้เป็นคืนที่เต็มไปด้วยความสุขมากกว่า ดังนั้นเพลงไหนเขาขอให้ลุกขึ้นเต้น ก็ขอให้ลุกขึ้นกันด้วย งานนี้แฟนเพลงจัดให้ตามคำขอของ Sam Smith และให้ความร่วมมือกับเขาเป็นอย่างดีตลอดทั้งคอนเสิร์ตเลยทีเดียว

ส่วนของโชว์ที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือช่วงอินโทรก่อนเข้าเพลง “Writing’s on the Wall” เพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Spectre ตระกูล James Bond ที่เครื่องดนตรีอย่างเชลโล และเปียโนส่งพลังไปพร้อมๆ กับกราฟิกด้านหลังที่เป็นรูปสามเหลี่ยมคล้ายเมตรอนอม (เครื่องกำหนดจังหวะ) เปลี่ยนเป็นสีดำทองให้อารมณ์เข้ากับภาพยนตร์ และมีเพียงสปอต์ไลท์ฉายส่องไปที่ Sam Smith คนเดียว ตั้งแต่ต้นจนจบของเพลงนี้ทำเอาหลายคนขนลุกให้กับความอลังการ และอารมณ์ยิ่งใหญ่ของเพลงดีกรีรางวัลออสการ์เพลงนี้กันได้ง่ายๆ ไม่แปลกที่หลังจบเพลงนี้เสียงปรบมือจะดังกระหึ่มจนหูอื้อไปพักหนึ่ง

 

 batch_samsmith_bkk_22

batch_samsmith_bkk_2

 

เมื่อเพลงช้าเขาก็เอาอยู่ แล้วเพลงเร็วจะไม่สนุกได้ไง Sam Smith ชวนแฟนเพลงลุกขึ้นโยกซ้ายโยกขวาไปพร้อมๆ กับตัวเขาเองและกลุ่มคอรัสที่ทำหน้าที่แดนเซอร์ไปด้วยในเพลงจังหวะคึกคักอย่าง “Latch” ที่แอบเห็นรูปของ Disclosure เจ้าของเพลงเป็นภาพร่างดินสอตามปกซิงเกิลอยู่บนจอเวที, “Money on My Mind”, “Like I Can”, “Restart” ก่อนจะค่อยๆ ลดจังหวะลงเรื่อยๆ อย่างแนบเนียนด้วยเพลงจังหวะกลางๆ แต่ยังโยกสนุกอยู่อย่าง “Baby You Make Me Crazy” ที่เริ่มเข้าสู่ช่วงเพลงของอัลบั้ม The Thrill of It All อย่างเต็มตัว เพราะต่อด้วย “Say It First”, “Midnight Train” (เพลงโปรดของเรา), “Him” กับคำพูดสนับสนุนชาว LGBT พร้อมไฟสายรุ้งช่วงจบเพลง ต่ออารมณ์กันด้วย “Promises” และ “Too Good At Goodbyes” ที่แฟนๆ ร้องตามได้ตั้งแต่คำแรกถึงคำสุดท้าย แสงบนเวทีในช่วงนี้พร้อมดรายไอซ์ที่ปล่อยออกมาทำให้ขนลุก และซาบซึ้งได้เต็มที่ทุกนาทีจริงๆ

ขอบคุณพอเป็นพิธีได้ไม่นาน Sam Smith ก็ปรากฎตัวอีกครั้งพร้อมเสื้อสูทตัวยาวที่เราจะเห็นได้บ่อยๆ ช่วงโปรโมตอัลบั้มใหม่ จัดเพิ่มให้อีก 3 เพลงในช่วงอังกอร์กับ “Palace” ที่ร้องดูเอตกับคอรัสได้อย่างเพอร์เฟ็กต์ , “Stay With Me” พร้อม confetti กระดาษสีแดงที่โปรยลงมาในช่วงท้ายเพลง และ “Pray” ที่ทรงพลังเหมือนกำลังฟังเพลงในโบสถ์พร้อมคณะประสานเสียงระดับโลกอย่างไรอย่างนั้น ปิดฉากโชว์ตลอด 1.45 ชั่วโมงของทัวร์ The Thrill of It All ในเอเชียวันสุดท้ายอย่างสวยงาม พร้อมกับประโยคที่ฟังแล้วแฟนๆ ชื่นใจจากหนุ่ม Sam Smith ว่า “ผมว่าคืนนี้เป็นคืนที่ดีที่สุดของทัวร์ครั้งนี้เลย”

 

 batch_samsmith_bkk_5

batch_samsmith_bkk_8

batch_samsmith_bkk_7

 

“ขอจริงไม่ต้องพูดมาก” คงใช้ได้ดีกับโชว์ในครั้งนี้ของ Sam Smith ที่สามารถสะกดสายตาของคนนับพันตลอดการแสดงได้โดยแทบไม่ต้องกระโดดโลดเต้นอะไรมาก แค่เสียงระดับท็อปฟอร์ม กับเพลงที่เรียบเรียงมาอย่างดีแค่นี้ ก็ทำให้โชว์ในคืนนี้เป็นว่าที่คอนเสิร์ตที่ดีที่สุดของปี 2018 ไปได้สบายๆ ต้องขอบคุณตัวเองหลายๆ ครั้งที่ไม่พลาดคอนเสิร์ตที่ดีขนาดนี้ และแทบจะรอคอยการกลับมาพร้อมรอยยิ้มของเขาคนนี้อีกครั้งไม่ไหว

 

 

____________________

Story : Jurairat N.

Photo credit: BEC-Tero Entertainment