BTOB กับโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในไทย ที่ยังคงอรรถรสอบอุ่นเหมือนแฟนมีตติ้ง

BTOB กับโชว์เต็มรูปแบบครั้งแรกในไทย ที่ยังคงอรรถรสอบอุ่นเหมือนแฟนมีตติ้ง
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ว่าจะไม่ได้มาเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่คิดว่าทั้งศิลปิน และแฟนเพลงคงจะตื่นเต้นมาก เพราะถือว่าเป็นคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของ BTOB บอยแบนด์ชื่อดังจากค่าย Cube Entertainment ที่ยกขบวนกันมาสร้างความประทับใจให้กับเมโลดี้ (ชื่อแฟนคลับ) ชาวไทยใน 2018 BTOB TIME IN BANGKOK ‘THIS IS US’ ที่จัดขึ้นที่แจ้งวัฒนะฮอลล์ เซ็นทรัลแจ้งวัฒนะ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 14 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยผู้จัด The Lime (Thailand)

17.20 น. โดยประมาณ เปิดตัวคอนเสิร์ตครั้งแรกของ BTOB ด้วยวีทีอาร์น่ารักๆ เผยให้ทั้ง 7 สมาชิก อีมินฮยอก, อีชางซอบ, อิมฮยอนชิก, พีเนียล, จองอิลฮุน, ยุกซองแจ รวมทั้งลีดเดอร์อย่าง ซออึนกวัง ที่ถ่ายวีทีอาร์เอาไว้ก่อนที่จะเข้ากรมเพื่อเป็นทหารตั้งแต่วันที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา เดินเลือกเสื้อผ้า ซ้อมร้องเพลงเพื่อที่จะขึ้นเวทีเจอแฟนๆ ในวันนี้ ความประทับใจแรกที่เห็นจากคอนเสิร์ตนี้ คือภาพที่ปรากฏบนจอขณะรอหนุ่มๆ ก่อนเปิดวีทีอาร์ เป็นรูปหนุ่มๆ พร้อมฉากหลังเป็นเมืองไทย ในวีทีอาร์ก็มาพร้อมซับภาษาไทย ทำให้เห็นว่าคอนเสิร์ตในแต่ละที่ ทีมงานต้องเตรียมวิดีโอ และภาพบนหน้าจอให้เหมาะกับการแสดงในประเทศนั้นๆ ไม่ได้ทำภาพ และวิดีโอแบบเดียวใช้กับทุกโชว์เหมือนการแสดงของศิลปินคนอื่น ถือว่าเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เราแอบชื่นชมเล็กๆ

 

btob___34

btob___61

 

6 หนุ่มปรากฏตัวพร้อมเพลงสนุกๆ เรียกอีเนอร์จี้ในThe Feeling” และ “MOVIE” ก่อนจะเข้าสู่ช่วงทอล์คทักทายแฟนๆ ชาวไทยด้วยการพูดถึงความประทับใจที่มีต่อเมืองไทย ทั้งอาหารไทยอย่าง แตงโมปั่น, ปูผัดผงกระหรี่, กล้วยทอด ที่หนุ่มมินฮยอก ลีดเดอร์ชั่วคราวที่เดินทางมาถึงเมืองไทยก่อนคนอื่นๆ ได้ลองทาน และยังได้ไปเที่ยวในห้าง Terminal 21 และลองนวดอโรมาอีกด้วย พอคุยกันพอหอมปากหอมคอก็เข้าสู่ช่วงคอนเสิร์ตอีกครั้งด้วยเพลง Last Day”, “Call Me” และ “Yeah” ก่อนจะได้ชมวีทีอาร์เพลงโซโลของอึนกวังที่ถ่ายทำเอาไว้เพื่อเปิดในคอนเสิร์ตแทนการแสดงเดี่ยวของตัวเอง และจากนั้นก็เป็นช่วงโซโล่ของแต่ละคน เริ่มตั้งแต่หนุ่มฮยอนชิกกับการโซโล่พร้อมเปียโนใน If I Hug You” ต่อด้วยเพลงโซโล่ของหนุ่มชางซอบใน At The End” เพลงบัลลาดติดกัน 3 เพลงจากสมาชิกสายร้อง คั่นด้วยเพลงจังหวะสนุกๆ กับการเต้นสุดเซ็กซี่ของมินฮยอกใน All Day” และปิดท้ายกับการแสดงของสายร้องและสายแร็ปโดยซองแจ และพีเนียลใน Hypnotized” (เสียดายที่มีการแสดงโซโล่ของอิลฮุน)

 

dsc_1575

img_2386

 

โชว์โซโล่ผ่านไปแล้ว ต่อด้วยโชวจากยูนิตแยกชั่วคราวจากยูนิตสายร้องฮยอนชิก, ชางซอบ และซองแจในเพลงโชว์พลังเสียงล้วนๆ อย่าง When It Rains” ต่อจากดิโว่ ก็ต่อด้วยแร็ปเปอร์กับสมาชิกสายแร็ป มินฮยอก, อิลฮุน และพีเนียล ที่ชวนแฟนๆ ลุกขึ้นเต้นด้วยเพลง Ice Breaker” ก่อนจะมาถึงเพลงโปรดของใครหลายๆ คนอย่าง It’s Okay” ที่แฟนๆ ถือป้ายโปรเจกต์ และร้องท่อน “เควนชานา” กันอย่างพร้อมเพียง ก่อนจะต่อด้วย “Na Na Na”, “All Wolves Except Me”, ”Blowin’ Up” และจบด้วยเพลงซึ้งๆ อีกครั้งกับ Only One For Me” และปิดท้ายในช่วงอังกอร์ด้วยเพลงฮิต Missing You” และเพลงส่งท้ายคอนเสิร์ตอย่าง Our Concert” จบโชว์กันไปอย่างซึ้งๆ

บรรยากาศโดยรวมของคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกของ BTOB เต็มไปด้วยความอบอุ่น เป็นกันเอง แต่ก็แสดงศักยภาพในการเป็นศิลปินออกมาได้อย่างชัดเจน แม้ว่าชื่อวง BTOB มาจาก Born to Beat แต่สำหรับเราที่ได้ฟังเสียง 6 หนุ่มร้องสดๆ (ขนาดสายแร็ปอย่างหนุ่มมินฮยอกยังร้องได้ดีเหมือนเป็นสมาชิกเมนร้องได้สบายๆ) เราอยากจะให้พวกเขาได้ฉายาว่า Born to Sing มากกว่า เพราะตลอดการแสดงพวกเขาร้องสดทั้งหมด ไม่ว่าจะเพลงช้า หรือเพลงเร็ว เสียงร้องของพวกเขาทรงพลัง และไม่มีตกเลยแม้แต่เพลงเดียว ถือว่าเป็นบอยแบนด์อีกวงที่มีดีที่เสียงร้องจนไม่แปลกที่เพลงดังๆ ของพวกเขาเป็นเพลงบัลลาด (เหล่าสมาชิกมีส่วนร่วมในการแต่งเพลงกันเองอีกด้วย เก่งรอบด้านจริงๆ)

 

btob___104

btob___147

 

อย่างไรก็ตาม ในความอบอุ่นเป็นกันเองขนาดนี้ ทำให้เราแอบรู้สึกว่าคอนเสิร์ตในครั้งนี้เหมือนเป็น “แฟนมีตติ้ง” ที่พวกเขาเคยจัดมาแล้วหลายครั้งในประเทศไทย ที่มีการแสดงเพลงเพิ่มมากขึ้นมากกว่า จังหวะที่หนุ่มมินฮยอกบอกแฟนเพลงว่าพวกเขาร้องเพลงครบ 10 เพลงแล้ว หากเป็นแฟนมีตติ้งงานก็คงจบแล้ว แต่สำหรับคอนเสิร์ตในวันนี้งานจึงยังไม่จบ ทำให้เราคิดได้ว่า “ใช่ นี่เรากำลังชมคอนเสิร์ตอยู่ ไม่ใช่แฟนมีตติ้ง” แต่รูปแบบการแสดง รวมถึงบรรยากาศทั้งหมดมีความใกล้เคียงกับแฟนมีตติ้งมากๆ อาจจะขาดก็แต่พิธีกรที่ขึ้นมาดำเนินรายการ เกมที่เอาไว้เล่นกับแฟนๆ หรือกิจกรรมไฮทัชเท่านั้น แม้กระทั่งเซอร์ไพรส์วันเกิดของหนุ่มอิลฮุนในช่วงเกือบท้ายโชว์ก็ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกของเราว่างานนี้เหมือนแฟนมีตติ้งที่มีเพลงเพิ่มเข้ามาเท่านั้น เพราะโปรดักชั่นแสงสีเสียงอื่นๆ ยังเรียกว่าอยู่ในระดับแฟนมีตติ้งปกติเท่านั้น

นอกจากนี้ บางช่วงที่เพลงบัดลาดติดกัน 3 เพลง อาจจะเป็นช่วงที่เพอร์ฟอร์แมนซ์เริ่มดร็อปลงเล็กน้อย เนื่องด้วยเป็นเพลงช้าที่วางติดๆ กัน แถมเพลงแรกยังเป็นการเปิดคลิปที่ถ่ายเอาไว้ก่อนในความยาว 3-4 นาที ช่วงนั้นถึงเป็นช่วงโชว์ที่มีความดร็อปลงอย่างเห็นได้ชัด โชคดีที่การแสดงเพลงหลังๆ ช่วยเรียกพลังงานจากแฟนเพลงขึ้นมาได้บ้าง

ส่วนที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ “ล่าม” ที่ทำหน้าที่แปลภาษาเกาหลีจากหนุ่มๆ เป็นภาษาไทย น่าจะเป็นล่ามคนเกาหลีที่มีความรู้ภาษาไทย การแปลภาษาเกาหลีเป็นภาษาไทยทำได้ไม่ค่อยดีนัก แปลออกมาแปลกๆ ฟังรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้าง จังหวะในการเข้าแทรกระหว่างที่หนุ่มๆ พูดก็ไม่ราบรื่นเหมือนกับงานอื่นๆ เห็นได้ชัดเจนว่าเป็นล่ามมือสมัครเล่นที่อาจจะยังไม่มีความชำนาญในการแปลงานคอนเสิร์ตแบบนี้ ซึ่งคอนเสิร์ต BTOB ในครั้งนี้หนุ่มๆ มีช่วงพูดคุยค่อนข้างเยอะ ดังนั้นช่วงคุยจึงเป็นช่วงที่สำคัญของโชว์ในครั้งนี้ และทุกครั้งที่มีการแปลเกิดขึ้น ทำให้คนฟังอย่างเรา และแฟนเพลงบางส่วนรู้สึกกระอักกระอ่วนและไม่สนุก ไม่คล้อยตามกับการพูดคุยของหนุ่มๆ เท่าที่ควร ซึ่งเป็นส่วนที่น่าเสียดายมากๆ

ถึงแม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง แต่เสน่ห์ ความน่ารักเป็นกันเองจากการเป็นไอดอลสายตลก และความสามารถในการร้อง และเต้นของ BTOB ก็ยังดึงสมาธิของเราใก้จดจ่ออยู่กับโชว์ได้จนจบไม่ยากนัก และต้องขอปรบมือให้กับมินฮยอก และรวมถึงอิลฮุนที่ช่วยทำหน้าที่พูดคุย และดำเนินโชว์แทนลีดเดอร์อึนกวังได้เป็นอย่างดี สมกับที่อึนกวังไว้ใจในตัวสมาชิกทุกคนถึงขั้นเคยบอกว่า “ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนสามารถเป็นลีดเดอร์ได้สบายมาก” เราก็เชื่อว่าอย่างนั้นจริงๆ และเชื่อว่าไม่ว่า BTOB จะมาไทยอีกกี่ครั้ง แฟนเพลงก็ยังให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นเหมือนเดิมแน่นอน

 

 

 

_____________________

Story : Jurairat N.

Photos : The Lime (Thailand)