เสียงบรรเลงจากนักฆ่าแห่งวงการดนตรีใน “The Killers Live in Bangkok”

เสียงบรรเลงจากนักฆ่าแห่งวงการดนตรีใน “The Killers Live in Bangkok”
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

การรอคอยใครสักคนยาวนานถึง 14 ปี อาจเป็นความรู้สึกที่ยาวนานเหลือเกิน แต่เมื่อใครคนนั้นมาปรากฏกายอยู่ตรงหน้า การจะสรรหาคำอธิบายความรู้สึกที่มีในวินาทีนั้น มันไม่ง่าย … ไม่ง่ายเลย

วงดนตรีนาม The Killers คือ “ใครคนนั้น” ที่เรา และคอดนตรีชาวไทยต่างรอคอย

นับจาก 12 พฤษภาคม 2561 วันแรกที่ผู้จัดอย่าง VIJI CORP ประกาศผ่านหน้าเฟซบุ๊กเพจว่า วงอัลเทอร์เนทีฟร็อคชื่อก้องจากลาส เวกัส จะมาเปิดการแสดงสดในเมืองไทย วันเวลาผ่านไป 4 เดือนเศษ ภาระหน้าที่การงาน ความวุ่นวายในสังคม แม้กระทั่งปัญหาส่วนตัวทำให้ความตื่นเต้นที่ได้ยลโฉมอีกหนึ่งวงดนตรีอันเป็นที่รักนั้นลดน้อยถอยลงไปมากทีเดียว มารู้ตัวอีกที เรากำลังอยู่บนทางด่วนเพื่อมุ่งหน้าสู่สถานที่จัดแสดงอย่าง ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี เรียบร้อยแล้ว

>> วันนี้ที่รอคอย! ต้อนรับ “The Killers” มาเยือนไทย 17 กันยายนนี้

ความตื่นเต้นค่อยๆ ก่อร่างสร้างตัวอีกครั้ง จนมาปะทุอย่างรุนแรงก่อนกำหนดการเริ่มแสดงราว 15 นาทีที่เรายืนตั้งหลักอยู่ในฮอลล์เป็นที่เรียบร้อย ผ้าสีดำขนาดใหญ่ถูกกางขึงไว้บนเวที มีเพียงภาพวัตถุคล้ายเปลือกหอยดังที่ทุกคนเห็นบนปกอัลบั้มชุดล่าสุดของ The Killers อย่าง Wonderful Wonderful ปรากฏเด่นชัด ล่วงเลยเวลาที่ผู้จัดแจ้งไว้ไปราว 20 นาทีแล้ว แต่คงเทียบไม่ได้กับ 14 ปีอันแสนยาวนาน … จริงไหม?

Brandon Flowers

Brandon Flowers

 

ไฟในฮอลล์ยังสว่างเจิดจ้า ต้อนรับ 2 สมาชิกหลักแห่ง The Killers ที่ร่วมออกทัวร์คอนเสิร์ตในหนนี้อย่าง Brandon Flowers นักร้องนำ และมือกลองอย่าง Ronnie Vannucci Jr. ประเดิมเพลงแรกของโชว์โดยไม่ต้องดับไฟมันเสียอย่างนั้น และเพลงดังกล่าวได้รับการขนานนามว่า “Mr. Brightside” และคอนเสิร์ต “Singha Music presents The Killers Live in Bangkok” ก็เริ่มต้นอย่างเป็นทางการ

เชื่อว่าแฟนเพลงชาวไทย (และเทศ) ทั่วทั้งฮอลล์ต่างอึ้งไปตามๆ  กัน ไม่ใช่แค่เรื่องการเปิดหัวด้วยเพลงในตำนานของพวกเขาท่ามกลางแสงไฟธรรมดาที่เผยให้เห็นคนดูทั่วทุกพื้นที่ และโดยเฉพาะกลุ่มคนที่ชอบเข้างานช้า เพราะคิดว่าไอ้พวกเพลงฮิตทั้งหลายมันต้องไปอยู่ท้ายโชว์แน่ๆ ก็ขอแสดงความเสียใจมา ณ ที่นี้ด้วย อย่างไรก็ตาม ก็แอบสงสารผู้ชมที่ยังไม่สามารถแลกสายรัดข้อมือได้ในตอนนั้น เนื่องจากแถวยาวเหยียดที่ขยับได้เพียงทีละนิด ไม่แน่ใจว่าเกิดปัญหาในการบริหารจัดการในจุดนี้อย่างไรบ้าง เสียดายแทนผู้ที่เข้าไปชมเพลงแรกไม่ทันมากๆ

Ronnie Vannucci Jr.

Ronnie Vannucci Jr.

 

สัญลักษณ์ลูกศรบนคีย์บอร์ดของ Brandon เจิดจรัสเมื่อไฟในฮอลล์ดับลง The Killers ยังไม่หยุดยั้งเซอร์ไพรส์เพียงแค่นั้น เพราะอีก 2 เพลงต่อมามีชื่อว่า Spaceman” และ “Somebody Told Me” ที่ถือเป็นเพลงในดวงใจของนักฟังเพลงทั่วโลก ทุกคำร้องที่ Brandon เปล่งออกมา มีเสียงเหล่าสาวกเคียงคู่ดังสนั่น สองเท้าแทบไม่มีใครอยู่ติดพื้น 3 บทเพลงที่ฟังในซีดีและออนไลน์มากว่า 10 ปี จู่ๆ เราก็ได้ยินได้ฟังมันจากทุกเครื่องดนตรีแบบสดๆ ทุกชิ้น น้ำตาไม่ไหล แต่ด้านในอยากจะตะโกนแหกปากออกมาดังๆ

เพลงเก่าที่เราคุ้นหูยังคงทำหน้าที่สร้างความสุขอย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ผ่อนจังหวะลงมาเล็กน้อยทั้ง “The Way It Was” ที่เวอร์ชั่นเล่นสดเท่มากๆ รวมถึง “Shot at the Night” ที่มาพร้อมลำแสงเลเซอร์ขนาดมหึมา ก่อนที่เพลงจาก Wonderful Wonderful สตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 5 ที่เผยแพร่สู่สาธารณชนเมื่อปีที่แล้วจะถูกขับกล่อมขึ้นเป็นเพลงแรก กับความดุเดือดใน “Run for Cover”

อย่างที่ทุกคนทราบกัน การออกทัวร์โปรโมตอัลบั้มใหม่ของ The Killers ครั้งนี้ขาด 2 ขุนพลของวงอย่าง Dave Keuning และ Mark Stoermer ที่ประจำการอยู่หน้าแอมป์กีตาร์และเบสมาอย่างยาวนานที่ต้องการพักจากการเดินทางรอบโลกบ้าง เอาแบบตรงไปตรงมา ก็รู้สึกเสียดายไม่น้อยที่ไม่ได้ฟัง “สำเนียง” การเล่นสดของทั้งคู่ เพราะสำเนียงของสรรพเสียงที่นักดนตรีแต่ละคนที่บรรเลงออกมาไม่มีทางเหมือนกัน ทว่า Brandon และ Ronnie ก็ทดแทนเพื่อนสมาชิกด้วยแบ็คอัพแบบอัดแน่นบนเวที นอกจากในตำแหน่งกีตาร์และเบสแล้ว ก็ยังมีคอรัส 3 สาวมาเพิ่มสีสันอีกต่างหาก

กลับเข้าสู่โหมดเซอร์ไพรส์อีกครั้ง เมื่อ The Killers หยิบเอาเพลง Jenny Was a Friend of Mine” แทร็คแรกสุดของอัลบั้ม Hot Fuss เมื่อปี 2004 ที่แจ้งเกิดพวกเขาอย่างเต็มตัวมาเล่นให้ฟัง เนื่องด้วยเหตุผลที่ Brandon บอกบนเวทีว่า เพราะนี่คือครั้งแรกที่เรามาเปิดคอนเสิร์ตที่เมืองไทยไง! ต่อด้วย Smile Like You Mean It” และ “For Reasons Unknown” ที่ในเพลงหลังมีแขกรับเชิญพิเศษออกมาตีกลองแทน Ronnie นั่นก็คือชายนามว่า ชาร์ลี ที่ตอนแรกสวมบทบาทผู้ชมอยู่ด้านล่าง แล้วก็โดน Brandon เรียกขึ้นเวทีแบบไม่มีปีมีขลุ่ย แถมนายชาร์ลีคนนี้ยังมีทักษะการตีกลองชุดอีกต่างหาก แม้น้ำหนักมือจะเบาไปนิด แต่อย่างน้อยก็ได้ใจไปเต็มๆ

หนุ่มผู้โชคดีที่ได้ขึ้นไปตีกลองให้ The Killers เล่น

หนุ่มผู้โชคดีที่ได้ขึ้นไปตีกลองให้ The Killers เล่น

 

ดื่มด่ำกับบรรยากาศแบบดิสโก้กันบ้างกับ “The Man” อีกหนึ่งเพลงจากอัลบั้มใหม่ ก่อนที่ The Killers จะพาทุกคนกระโดดโลดเต้นอย่างสุดเหวี่ยงไปกับ “Human” โดยเฉพาะท่อน “Are we human? Or are we dancer?” นี่กระหึ่มฮอลล์ ต่อด้วยสายดีพๆ หน่อยอย่าง Tyson vs Douglas” รวมถึง A Dustland Fairytale” ที่หลายต่อหลายคนคิดถึง เช่นเดียวกับ Be Still”

ก่อนจะลงลึกไปเรื่อยๆ The Killers ก็จัด 3 เพลงดังเป็นการส่งท้าย ไม่ว่าจะเป็น Runaways”, “Read My Mind” และ All These Things That I’ve Done” แน่นอนว่าโชว์ในครั้งนี้ยังไม่จบ ช่วงที่เหล่าสมาชิกลงไปด้านล่างเวที เสียงคีย์บอร์ดซินธ์ให้บรรยากาศแอมเบียนต์ยังดังอื้ออึง ท้ายที่สุด “Just Another Girl” และเพลงที่ไม่เล่นไม่ได้อย่าง “When We Were Young” คือคำกล่าวอำลาของ The Killers ที่มีต่อประเทศไทยอย่างเป็นทางการ กับการถอดเสื้อและสวมกางเกงมวยไทยออกมาตีกลองของ Ronnie Vannucci Jr.

The Killers

The Killers

 

คงต้องบอกว่า นี่คือการ 14 ปีแห่งการรอคอยที่แสนจะคุ้มค่า ไม่ใช่เรื่องง่ายแน่ๆ ที่วงดนตรีระดับที่เป็นเจ้าของ 3 รางวัลบริต อะวอร์ดส์ และเข้าชิงแกรมมี่อีก 7 หนจะเดินทางมาแสดงสดให้เห็นกับตา 14 ปีแห่งประสบการณ์ที่ The Killers สั่งสม บ่มเพาะ จนเกิดบทเพลงที่ไม่ว่าจะผ่านมานานเท่าไหร่ก็ยังสวยงาม มีคุณค่าต่อการหลับตาหรือลืมตาฟัง หรือแม้กระทั่งพลังเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่แทบจะไร้ที่ติ

The Killers เลือกนำแทบจะทุกเพลงฮิตของวงมาใส่ไว้ในเซตลิสต์นี้ เพลงจากอัลบั้มล่าสุดประปราย เพลงลึกๆ ก็มี แต่ที่ฟินสุดๆ คงเป็นช่วงเพลง “Jenny Was a Friend of Mine” ที่เมื่อย้อนกลับไปไล่เรียงโชว์ก่อนหน้านี้ของพวกเขานั้นแทบจะไร้ร่องรอยการปรากฏให้เห็น

Brandon คือสุดยอดนักร้องและเอนเตอร์เทนเนอร์ กว่า 2 ชั่วโมงของคอนเสิร์ตไม่มีช่วงไหนที่พลังของชายคนนี้ดร็อปลงแม้แต่น้อย ส่วน Ronnie ถือเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ การชมเขาตีกลองในยูทูปมันช่างแตกต่างยิ่งนักเมื่อเราได้มาเห็นกับตา เขาคือกำลังหลักที่ The Killers จะขาดไม่ได้ เพราะภายใต้ความหนักแน่น เต็มไปด้วยเทคนิคการตีกลองอันน่าทึ่ง ในขณะที่สมาชิกร่วมทัวร์ก็ทำได้ดีตามมาตรฐาน แต่ก็อย่างที่กล่าวไปในช่วงแรกของบทความ … ก็แค่เสียดายที่ไม่ได้ชมฝีมือของ Dave และ Mark ที่ร่วมเดินทางและสร้างสรรค์บทเพลงให้กับ The Killers มามากมายและยาวนาน

แม้ฉากหลังจะเรียบง่าย ไม่มีวิชวลตื่นตาตื่นใจ แต่ดวงไฟแต่ละเซตและลำแสงเลเซอร์หลากสีกลับอลังการ ยิ่งเมื่อจังหวะของแสงกับท่วงทำนองมันลงตัวเป๊ะขนาดนั้นก็ทำให้ร้องโอ้โหออกมาหลายต่อหลายรอบ เพียงสิ่งเดียวที่ขัดอกขัดใจพอสมควรก็คือซาวด์โดยรวมของคอนเสิร์ตที่โดยส่วนตัวรู้สึกว่าออกมาไม่ดีนัก นับตั้งแต่ที่มีการประกาศว่า The Killers จะเล่นที่ธันเดอร์โดม ก็ออกอาการกังวลไม่น้อย เพราะ Incubus และ The xx ต่างก็เคยเผชิญหน้ากับปัญหาอันหนักหน่วงเรื่องระบบเสียงที่ค่อนข้างมีเสียงสะท้อนมาแล้ว

เรายืนอยู่เกือบหน้าสุดของโซน B เยื้องไปด้านขวา ซึ่งตลอดโชว์ย่านเสียงแหลมนั้นทำหน้าที่โดดเด่นกว่าย่านเสียงต่ำ แน่นอนว่าสำหรับวงร็อค ความหนักแน่นก็จะพลันหายไป มันฟังดูลอยๆ ไม่กระแทกเข้ามาสู่ร่างกายคนฟัง มีบางช่วงบางตอนที่เสียงสแนร์ของกลองชุดอัดเข้ามาแบบมันได้ใจ แต่แล้วก็จางหายไปในเพลงถัดไป ในขณะที่พาร์ตอื่นๆ ก็ฟังดูไม่เคลียร์นัก เสียงคอรัสบางช่วงดังกว่า Brandon เสียอีก รวมถึงเสียงซินธิไซเซอร์ คีย์บอร์ด ซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของวงที่สร้าง "ท่อนจำ" มาแล้วนักต่อนักกลับค่อนข้างเบาโหวงจนกลายเป็นองค์ประกอบรอง หากว่ากันตามตรงก็คงบอกได้เพียงว่า ไม่เต็มอิ่ม อะไรประมาณนั้น

แต่ไม่ว่าจะเกิดปัญหาเฉพาะหน้าใดๆ ขึ้นก็ตาม เมื่อ The Killers Live in Bangkok สิ้นสุดลง ความชื่นชอบที่มีต่อวงดนตรีวงนี้กลับเพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อนอย่างไร้เหตุผล มันคือรางวัลแห่งชีวิตที่กลุ่มนักฆ่าทางเสียงดนตรีเดินทางมามอบให้แฟนเพลงชาวไทยทุกคน และเราก็ยินยอมพร้อมใจให้เสียงบรรเลงเพลงของ The Killers ค่อยๆ ฆ่าเราซ้ำแล้วซ้ำอีก อย่างช้าๆ นุ่มนวล และเกรี้ยวกราดในเวลาเดียวกัน

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Rob Loud

>> บทสนทนาสุดแสนวันเดอร์ฟูลจาก Brandon Flowers และ Ronnie Vannucci Jr. แห่ง The Killers

>>  อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าชมคอนเสิร์ต "The Killers" พร้อมถ่ายรูปร่วมเฟรมศิลปินดัง