Eminem โดนวิจารณ์หนัก! แอบกัด Tyler, The Creator ว่าเป็น “เกย์” ในอัลบั้มใหม่

Eminem โดนวิจารณ์หนัก! แอบกัด Tyler, The Creator ว่าเป็น “เกย์” ในอัลบั้มใหม่
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

#นี่มัน2018แล้วนะเฮ้ย แฮชแท็กดังในโลกออนไลน์ลอยขึ้นมาในหัวเมื่ออ่านข่าวล่าสุดของหนุ่ม Eminem จบ เพราะแร็ปเปอร์ระดับตำนานที่เป็นเสมือน Rap god ของใครหลายๆ คน รวมถึงแร็ปเปอร์ใหม่ๆ ในยุคนี้ กลับโดนโจมตีอย่างหนักหลังจากปล่อยอัลบั้มล่าสุด Kamikaze เซอร์ไพรส์แฟนเพลงอย่างไม่บอกไม่กล่าว แต่แทนที่แฟนเพลงจะแฮปปี้ได้ฟังเพลงใหม่หลังจากเพิ่งฟังอัลบั้ม Revival กันไปไม่นาน กลับต้องโกรธจนตาร้อนเป็นไฟแทน เมื่อมีแทร็คเจ้าปัญหาอย่าง Fall” ที่นอกจากจะด่าคนอื่นๆ กราดแบบไม่ไว้หน้าใครที่ไหนด้วยการใส่ชื่อคนที่ต้องการพาดพิงลงไปตรงๆ แล้ว ยังมีการใช้คำจิกกัดศิลปินร่วมวงการด้วยคำว่า fagg*t” ที่เป็นคำหยาบสำหรับเรียกเพศที่สาม หรือ “เกย์” กับ Tyler, the Creator ในเพลงนี้เต็มๆ อีกด้วย

เนื้อเพลง “Fall” ที่เป็นประเด็นมีอยู่ว่า

“Tyler create nothin', I see why you called yourself a [fagg*t], bitch

It's not just 'cause you lack attention

It's because you worship D12's balls, you're sack-religious

If you're gonna critique me, you better at least be as good or better”

 

 

แม้ว่าคำว่า fagg*t จะถูกเซนเซอร์ออกไปจากเพลง แต่ไม่ว่าใครฟังก็เข้าใจว่าเป็นคำว่าอะไร แถมหนุ่ม Eminem ยังแอบกัด Tyler, the Creator แร็ปเปอร์ และโปรดิวเซอร์ชาวอเมริกันว่า “Tyler แกมันไม่มีฝีมือ ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมแกเรียกตัวเองว่าอีตุ๊ด” นอกจากนี้ยังเหน็บแนมเพิ่มเติมอีกว่า “ถ้าอยากจะวิจารณ์ฉัน ก็ต้องเก่งกว่า หรือเก่งให้ได้เท่าฉันก่อนนะ” อีกด้วย

แน่นอนว่าในสังคมอเมริกัน เรื่องของเพศที่ 3 เป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนมาก เมื่อแฟนเพลง และเหล่าศิลปินทราบถึงการใช้คำที่ไม่เหมาะสมในเพลงของ Eminem จึงออกมาวิพากษ์วิจารณ์ และต่อว่ากันอย่างดุเดือด ทั้งกล่าวว่า Eminem เป็นถึงแร็ปเปอร์มืออาชีพที่ประสบความสำเร็จมาอย่างยาวนานมากกว่า 10 ปี แต่จะจบชีวิตศิลปินลงก็ตอนนี้ หรือแม้กระทั่งการเหน็บแนม Eminem ว่า นี่มันปี 2018 แล้วนะ ยังจะแต่งเพลงแร็ปด่าคนอื่นว่าเป็นตุ๊ดแต๋วอยู่อีกเหรอ เป็นต้น

ทั้งนี้ ประเด็นที่ทำให้ทั้งคู่ไม่รอยกัน แม้ว่าทั้งคู่จะเคยชื่นชมซึ่งกันและกันมาก่อน อาจเป็นเพราะว่าช่วงที่เพลงWalk on Water” ของ Eminem ปล่อยออกมา หนุ่ม Tyler โพสต์ลง Twitter ว่า “dear god this song is horrible, sheesh how the f**k.” แม้จะไม่มีชื่อเพลงอยู่ในโพสต์ แต่เชื่อว่าหลายคน รวมถึงตัว Eminem เองเข้าใจได้ว่าพูดถึงเพลงของเขาแน่นอน

 

 

แม้ว่า Tyler, the Creator จะเคยเผยออกมาเบาๆ ในผลงานเพลงของเขาว่า เขาเคย “จูบกับผู้ชายผิวขาวเมื่อปี 2004” ในเพลง "I Ain’t Got Time!” จากอัลบั้ม Flower Boy หรือเนื้อเพลง Sometimes” ที่แต่งเอาไว้ว่า “Curls on his head look like waves/ I wanna surf in ‘em,” และเปลี่ยนสรรพนามจาก you เป็น he ในตอนที่ร้องสดบนเวทีของเทศกาล Hellow Festival ในประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2018 ที่ผ่านมา รวมถึงหลายๆ โพสต์ใน Twitter ของเขาที่แอบแฝงความหมายเอาไว้ว่าเขาน่าจะมีรสนิยมรักเพศเดียวกัน แต่นั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของคนๆ นั้นที่สมัยนี้เราไม่เคยจะแบ่งแยก และเหยียดเพศกันแล้ว เห็นได้จากคอมเมนต์ต่างๆ ในโลกโซเชียลของแฟนเพลง และศิลปินต่างๆ อย่าง Dan Reynolds นักร้องนำวง Imagine Dragons ออกมาต่อว่า Eminem ตรงๆ ว่า “มันไม่เคยโอเคที่จะมีถ้อยคำที่เต็มไปด้วยความเกลียดชังอยู่ในเพลง ผมไม่สนว่าคุณจะเกิดปีไหน หรือคุณตั้งใจแอบแฝงความหมายอะไรเอาไว้ เพราะถ้ามันเป็นการตั้งใจจะก่อให้เกิดความเกลียดชัง มันก็จบแค่นั้น ไม่ว่ายังไงมันก็ไม่โอเคที่จะใช้คำนั้น ไม่ว่าคุณจะเป็นใครก็ตาม” นอกจากนี้เขายังยกประเด็นเรื่องที่มีวัยรุ่นอเมริกันฆ่าตัวตายจากการถูกล้อว่าเป็นเพศที่สามจนทำให้เขาฆ่าตัวตายว่า การที่ศิลปินผู้เป็นแบบอย่างของวัยรุ่นยังทำตัวแบบนี้ ก็คือว่าเป็นเรื่องที่แย่ และยอมรับไม่ได้

 

 

อย่างไรก็ตาม Tyler, the Creator เองก็เคยแต่งเนื้อแร็ปที่เรียกแฟนหนุ่มของตัวเองว่า “f*g” ในเพลง F**k It” และเรียกตัวเองว่า “fagg*t” ในเพลง Smuckers” จนได้รับคำพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นคนเหยียดเพศที่สามมาก่อน แต่ Tyler กล่าวว่า การใช้คำเหล่านี้สำหรับเขาแล้วมันไม่ได้มีความหมายอะไรเป็นพิเศษ อย่าได้รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกันนักเลย คราวนี้เห็นทีจะต้องกลับคำ เมื่อตัวเองค่อยๆ เปิดเผยตัวตนว่าเป็นเพศที่สาม และโดนเรียกด้วยคำหยาบเสียเอง จะเรียกว่า “เวรกรรมมีจริง” ก็อาจจะใช่ แต่ถึงอย่างไร Eminem คงจะต้องรับคำวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้กันไปอีกสักพักใหญ่ๆ เช่นกัน เพราะนอกจาก Tyler, the Creator แล้ว เขายังฝากคำด่าไปถึง Drake, Lil Pump, Joe Budden, Machine Gun Kelly, Donald Trump, Charlamagne Tha God และอีกมากมายเลยทีเดียว

 

 

 

____________________

Story : Jurairat N.

Source : Billboard