ฟังเสียงหัวใจตัวเองไปกับคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม “โลกที่สาม” ของ “Chanudom”

ฟังเสียงหัวใจตัวเองไปกับคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม “โลกที่สาม” ของ “Chanudom”
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

“ลองฟังเสียงหัวใจตัวเองดู … ลองฟังดู”

หนึ่งในเนื้อร้องจาก “ขาว-ดำ” แทร็คแรกสุดจาก โลกที่สาม อัลบั้มเต็มชุดแรกในชีวิตของวงดนตรีที่ชื่อ Chanudom ที่เสมือนเป็นการเชื้อเชิญให้ทุกคนได้ทบทวนถึงตัวตน และความต้องการของตนเองที่แท้จริง ซึ่งทุกความรู้สึกที่ 3 สมาชิกอย่าง พัด-ชนุดม สุขสถิตย์ (ร้องนำ), แพท-สถาปัตย์ แสงสุวรรณ (กีตาร์) และ ต๊อบ-ธัชพล ชีวะปริยางบูรณ์ (กลอง) อยากจะถ่ายทอดสู่คนฟัง ก็ได้รับการปลดปล่อยออกมาใน Sangsom presents The Moon Stories คอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม Chanudom แทบหมดสิ้น

ช่วงค่ำของวันศุกร์ที่ 24 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ฝนกระหน่ำอย่างไม่ลืมหูลืมตา ส่งต่อถึงการจราจรบนท้องถนนที่นิ่งงัน ทีมงาน Sanook! Music จึงเลือกที่จะเดินทางสู่ร้าน Nineteens Up ย่านสีลมด้วยรถไฟใต้ดิน และก็ถือว่าโชคดีที่เราไปทันวงเปิดอย่าง De Flamingo กับ 4 หนุ่ม โบนัส-ปรินทร์ ดุงโคกกรวด (กีตาร์, ร้องนำ), จา-สันติสุข วรนุชกุล (เบส), ปอม-กิจพัฒน์ เย็นฤดี (กีตาร์) และ บีม-กริชภวุฒิ ลิ้มติ้ว (กลอง) ที่นำทุกบทเพลงที่พวกเขาปล่อยออกมาก่อนหน้านี้มาเล่นให้ฟัง ไม่ว่าจะเป็น “ยัง”, “รั้น”, “แค่อีกครั้งเดียว”, “ฟังก่อน” รวมไปถึง “คนสำคัญ” ที่แฟนๆ ช่วยร้องตามกันดังสนั่น

De Flamingo เป็นอีกหนึ่งวงรุ่นใหม่ที่มีพัฒนาการทางดนตรีชัดเจนอยู่ไม่น้อยนับจากวันแรกที่ผู้เขียนได้ชมการแสดงสดของพวกเขา ความประหม่าบนเวทีลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด ทดแทนด้วยความเจนเวที ทีมเวิร์ก และเสน่ห์ของสมาชิกแต่ละคนที่ไม่ใช่เรื่องที่จะสร้างกันได้ง่ายๆ และนกฟลามิงโก 4 ตัวนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยองค์ประกอบที่ว่ามาทั้งหมด แม้ว่าความต่อเนื่องของโชว์จะยังไม่สมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ มีช่วงเดดแอร์และตะกุกตะกักอยู่บ้าง รวมถึงเสียงกีตาร์ของ ปอม ที่ค่อนข้างเบา ทำให้ริฟฟ์ที่ควรจะเด่นกลับนิ่งไปสักนิด แต่โดยรวมถือว่าเป็นไปตามมาตรฐานของวงที่เคยทำเอาไว้ได้ทีเดียวล่ะ

De Flamingo

De Flamingo

 

ถึงเวลาไฮไลต์ของงานในค่ำคืนดังกล่าวอย่าง Chanudom บอกตามตรงว่าเราค่อนข้างคาดหวังสูงลิบลิ่วกับคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม โลกที่สาม ในครั้งนี้ เนื่องด้วยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมานับจากที่พวกเขาปล่อยอัลบั้มอีพีอย่าง The Rebirth of Chanudom ออกมา ผู้เขียนเองก็มีโอกาสได้ชมโชว์ของพวกเขาหลายครั้งหลายครา คำร่ำลือที่ว่ากันว่า Chanudom เป็นหนึ่งในวงดนตรียุคนี้ที่มีการแสดงสดอันทรงพลัง หวือหวา กับการนำเอาศาสตร์ของละครเวทีมาผสมผสานกับบทเพลงและโชว์ ที่มีจุดเริ่มต้น วิถีแห่งการดำเนินเรื่อง และบทสรุปในตอนสุดท้าย ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง 3 สมาชิกนั้นไม่เคยทำให้ผิดหวัง การเดินทางมาสู่โชว์สำหรับอัลบั้มเต็มจึงถือเป็นความน่าสนใจที่ว่า พวกเขาจะร้อยเรียงเรื่องราวของทั้ง 11 เพลงมาอยู่บนเวทีอย่างไรกันแน่

“ลองฟังเสียงหัวใจตัวเองดู … ลองฟังดู”

พัด นักร้องนำปรากฏตัวบนเวทีฝั่งซ้าย (หากหันหน้าเข้าเวที) พร้อมกับขาตั้งไมค์เด่นตระหง่าน ขับขานและวาดลวดลายเพลง “ขาว-ดำ” ที่เน้นพลังเสียงของเจ้าตัว ก่อนที่ผ้าสีขาวที่ผูกติดกับชุดของเธอจะโดนแดนเซอร์ทั้งสองพ่นสเปรย์กลายเป็นสีดำในบางส่วน สื่อสารถึงความเป็นมนุษย์และโลกใบนี้ที่ผสมผสานสีขาวและดำเอาไว้ในทุกอณู ก่อนที่ พัด จะหยิบเอาเนื้อร้องบางท่อนในเพลง “นางสาวปรารถนา” มาร่ำร้องเพื่อเป็นจุดเริ่มต้นในการดำเนินเรื่องราวของ “ผู้หญิงคนหนึ่ง” อีกครั้ง ทุกสายตาจดจ้องไปบนเวที ใจเต้นตึกตักกับละครเวทีเรื่องใหม่ที่ Chanudom กำลังจะเล่านับจากนี้

พัด ชนุดม

พัด ชนุดม

 

ทุกบทเพลงในอัลบั้ม โลกที่สาม ถูกจัดเรียงมาเล่นสดแบบไม่ตกหล่น ในช่วงแรกเป็นเพลงที่ผู้เขียนเคยได้ฟังและรับชมการแสดงสดมาแล้วอย่าง “คนบาป”, “ไม่เหมือนเดิม” และ “สบประมาท” ก่อนที่จะเป็นซิงเกิลเปิดตัวอัลบั้มเต็มอย่าง 18+” กับการมาของแขกรับเชิญคนแรก ธนิดา ธรรมวิมล หรือ ดา Endorphine ที่ความแซ่บสูสีกับ พัด อยู่ไม่น้อย

ต้องบอกก่อนว่า ธรรมชาติของการชมคอนเสิร์ตโดยส่วนมาก ทุกคนก็จะมองจ้องไปในจุดเดียวกันนั่นคือ เวที ทว่าการแสดงครั้งนี้ของ Chanudom กับไปไกลกว่านั้น พวกเขาได้เนรมิต Nineteens Up ให้กลายเป็นบาร์เก๋ๆ แห่งหนึ่ง มีเวทีขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ เคาน์เตอร์บาร์ไว้นั่งพูดคุยและจิบเครื่องดื่ม รวมถึงเวทีเล็กๆ ตรงกลางที่ยกพื้นสูงขึ้นมา และที่สำคัญ พัด ได้ใช้ทุกพื้นที่ของบาร์แห่งนี้ได้อย่างคุ้มค่า และมีความหมาย แม้แต่พื้นธรรมดาๆ เธอก็ลงไปคลุกฝุ่นแบบไม่กลัวเปื้อน รวมถึงพร็อพต่างๆ ทั้งเก้าอี้ ไลท์ติ้งตามจุดต่างๆ ที่ส่องแสงลงมา ดวงไฟที่แดนเซอร์ถือส่องตัวละครแบบแทบจะแนบชิด และที่สำคัญ นี่อาจเป็นการส่งสารบางอย่างไปถึงผู้รับสารที่ใกล้ชิดที่สุด

ความแซ่บของ ดา Endorphine

ความแซ่บของ ดา Endorphine

 

“รอยประหลาด”, “เลือดชั่ว” รวมไปถึงการบรรเลงท่วงทำนองจากขุนพลตำแหน่งต่างๆ บนเวทีทั้ง กีตาร์, กลอง, เบส, คีย์บอร์ด และเครื่องเป่า กับการนับจังหวะ 1-2-3-4 ที่ทำให้เรานึกไปถึงการซ้อมเต้นของนางโชว์ (ที่เคยมีบทบาทในมิวสิควิดีโอเพลง “คนบาป”) นั้นเท่ไม่เบา หลังจากนั้นถึงคิวของอีกหนึ่งแขกรับเชิญอย่าง รัสมี เวระนะ ที่เคยทำคอนเสิร์ตร่วมกับ Chanudom มาแล้วเมื่อปีก่อน โดยสาวรัสมีมาแจมในเพลง “ทฤษฎีเก่ง” แม้ว่าจะเกิดปัญหาขัดข้องทางเทคนิคเกี่ยวกับไมโครโฟน แต่ทั้งคู่ก็ไม่ยอมแพ้ ขอร้องสดท่อนแรกอีกครั้งเพราะอยากให้ทุกคนในพื้นที่นั้นได้ฟังสิ่งที่พวกเขาต้องการจะถ่ายทอดจริงๆ นั่นเอง แซ่บอีหลีอย่าบอกใครเลยล่ะ

เคียงข้าง รัสมี เวระนะ

เคียงข้าง รัสมี เวระนะ

 

จีน กษิดิศ ก็มาร่วมแจม

จีน กษิดิศ ก็มาร่วมแจม

 

ยังไม่หมดเพียงแค่นี้ อีกหนึ่งศิลปินที่มาร่วมเปิดโลกที่สามกับ Chanudom อีกคนอย่าง จีน-กษิดิศ สำเนียง ก็ก้าวขึ้นมาบนเวที พร้อมเพลง “ร (W8)” ที่นำมาทำดนตรีเป็นเวอร์ชั่นใหม่ ดีพกว่าเดิมมากมายหลายเท่าตัว และพาทุกคนเต้นรำไปกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ผสมผสานซาวด์แอมเบียนต์ที่ไม่ได้จะหาฟังได้ตามท้องตลาดทั่วไป ก้าวสู่ช่วงสุดท้าย กลับสู่โหมดชนุดมเต็มตัวด้วยเพลง “เลยตามเลย” และอีกครั้งที่ Chanudom พาคนฟังเข้าไปสู่ห้วงอารมณ์เศร้าถึงขีดสุดในเพลง “ชนุดม” และปิดท้ายคอนเสิร์ตเปิดอัลบั้ม โลกที่สาม ด้วยความสนุกสนานกับ “นางสาวปรารถนา” ที่ทิ้ง Loop ไว้เพื่อกล่าวขอบคุณทุกคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ราวกับม่านแห่งละครเวทีเรื่องนี้กำลังเคลื่อนตัวลงมาแนบสนิทกับพื้นเวทีอย่างไรอย่างนั้น

ความคาดหวัง(สูง)ที่ตั้งเอาไว้ ก็จบลงด้วยความตราตรึงใจเช่นเดิม แม้ว่าเพลงโดยส่วนใหญ่ที่ Chanudom นำมาเล่น เราจะเคยชมการแสดงสดมาแล้ว ซึ่งนั่นอาจเป็นข้อเสียสำหรับตัวผู้เขียนเองที่อาจไม่ได้สัมผัสถึงความสดใหม่ โดย ณ ขณะนั้น เพลงเหล่านั้นยังคงเป็นซิงเกิลที่ตัดออกมาโปรโมตบ้าง หรือยังเก็บอยู่ในกรุบ้าง แต่เมื่อถึงเวลาอันเหมาะสม Chanudom จึงนำออกมาเล่าเสียใหม่ เพลงที่เคยเล่นในตอนต้น อาจไปอยู่กลางโชว์ เพลงที่อยู่ในลำดับกลางๆ อาจโยกไปอยู่ในตอนอินโทรเพื่อความเหมาะสม เป็นต้น

ทีมเวิร์กของ Chanudom ที่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ

ทีมเวิร์กของ Chanudom ที่แข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อยๆ

 

ทีมเวิร์กของ Chanudom ทวีคูณความแข็งแกร่งขึ้นเป็นกอง พัด กับบทบาทตัวละครหลักของละครเรื่องนี้ เธอได้สร้างมิติใหม่สำหรับการแสดงสดของวงดนตรีวงหนึ่ง ในฐานะนักร้อง พลังเสียงของเธอไม่ใช่ดีว่า แต่กลับมีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังนำเพอร์ฟอร์แมนซ์ที่เป็นกึ่งๆ contemporary dance มาใช้เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มมิติทางการแสดงได้ เพียงแต่ว่ามันอาจยังไม่สามารถช่วยขับเน้นเนื้อหาลึกๆ ของตัวเพลงออกมาได้มากเท่าที่ควรก็แค่นั้น

ในขณะที่ แพท ซึ่งไม่ได้นำเทคนิคแบบกีตาร์ฮีโร่มาใช้ แต่ทุกไลน์ที่ปรากฏกลับลงตัว และมันต้องอยู่ในห้องนั้นวรรคนั้นอย่างแท้จริง ไลน์กลองของ ต๊อบ ที่โดดเด่นเรื่องไดนามิกมาแต่ไหนแต่ไรก็ยังทำหน้าที่กระดูกสันหลังของวงได้อย่างแข็งแรงเอามากๆ น่าเหลือเชื่อว่าอุปกรณ์กลองของเขาบนเวทีจะมีเพียงน้อยนิด เครื่องทองเหลืองมีเพียงไฮ-แฮทกับไรด์เพียงเท่านั้น แต่กลับสรรค์สร้างเสียงกลองออกมาได้อย่างน่าค้นหา ร่วมด้วยแบ็คอัพที่กลายเป็นครอบครัว Chanudom ไปแล้ว เพราะเล่นสดร่วมกันมาตั้งแต่อัลบั้มอีพี ซึ่งดูเหมือนว่าในคืนวันดังกล่าว ความเข้าขารู้ใจจะยกระดับมากยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน และพลังงานนั้นโหมกระหน่ำตั้งแต่ต้นจนจบโชว์ก็ว่าได้ ยิ่งเมื่อได้สามสาววง Hers มาเป็นทีมประสานเสียง ก็ยิ่งทำให้เพลงของ Chanudom มีมิติในการฟังที่ต่างออกไปอีกต่างหาก

ระบบแสงอันน่าตื่นตาตื่นใจ

ระบบแสงอันน่าตื่นตาตื่นใจ

 

Chanudom สามารถดึงดูดให้คนดูและคนฟังหลุดเข้าไปใน “โลกที่สาม” ของพวกเขาได้อย่างง่ายดาย อย่างไร้เหตุผลว่าเพราะอะไรเราถึงก้าวเข้าไปอยู่ในโลกที่สามของพวกเขาโดยไม่มีเงื่อนไขได้ขนาดนี้ การทำโชว์ในลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เชื่อเลยว่าต้องผ่านการวางแผน ซักซ้อม บล็อกกิ้งกันมาอย่างหนักหน่วง ทั้งในพาร์ตดนตรี ระบบแสง และการเต้น รวมถึงการที่แขกรับเชิญไม่ได้แย่งซีนตัวละครหลักอย่าง Chanudom เลยแม้แต่นิดเดียวก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบเช่นกัน แม้ว่าระบบซาวด์จะไม่พีคสักเท่าไหร่ อาจจะด้วยข้อจำกัดของพื้นที่ ซึ่งทำให้ในช่วงท้ายของโชว์ทุกอย่างจะดูแหลมสูงไปเสียหมด อีกทั้งเมื่อ พัด ใช้พื้นที่นอกเหนือจากบนเวทีหลัก ทำให้บางครั้งการโฟกัสไปที่ตัวนักร้องนำหรือวงดนตรีอาจทำได้ค่อนข้างยากพอสมควร

ว่ากันด้วยเรื่องราวของโชว์ใหม่ โดยส่วนตัวเรามองว่านี่ตัวละครตัวเดิมจากเมื่อครั้งตอน Chanudom ปล่อยอัลบั้มอีพีออกมา เพียงแต่ตัวละครดังกล่าวมีโอกาสได้พบเจอกับประสบการณ์ในชีวิตมากขึ้น ต้องฟันฝ่ากับบทพิสูจน์บางอย่างมากกว่าเดิม รวมถึงมีความเข้าใจชีวิตกว่าที่เคยเป็นมา เรื่องราวที่นำมาร้อยเรียงจึงมีมิติที่น่าสนใจกว่าเดิม จากบทเริ่มต้นที่เล่าว่ามนุษย์และโลกใบนี้ล้วนแต่ผสมผสานสีขาวและดำไว้ด้วยกัน ก่อนที่แนะนำตัวละครด้วยอินโทรเพลง “นางสาวปรารถนา” สั้นๆ นำไปสู่เรื่องราวของการถูกตัดสินจากภาพลักษณ์ภายนอก เผชิญหน้ากับคำสบประมาทมากมาย การผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายด้วยเซ็กซ์ หรือแม้แต่เหล้า จนเริ่มปล่อยวางความทุกข์ได้บ้าง นำมาสู่การจากลาต่ออะไรบางอย่าง และท้ายที่สุดก็ลุกขึ้นมาหยิบลิปสติกทาริมฝีปาก ออกเดินทางต่อสู้อีกครั้งด้วยหัวใจที่แข็งแกร่งขึ้น

Chanudom

Chanudom

 

หากใครเคยได้ดูการแสดงสดของ Chanudom ก่อนหน้านี้คงสังเกตได้ว่า พวกเขาเปลี่ยนเพลงสุดท้ายของโชว์ รวมถึงช่วงขอบคุณในเชิงละครเวทีจาก “ชนุดม” มาเป็น “นางสาวปรารถนา” จาก “ความเศร้า” สู่ “ความคึกคัก” ที่เพิ่มมากขึ้น นั่นอาจหมายถึงความเปลี่ยนแปลงที่ Chanudom อยากจะบอกทุกคนให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่า ไม่ว่าตัวตนของคุณจะเป็นเช่นไร จงภูมิใจ และเชิดหน้าเดินออกไปสู่โลกกว้างอย่างสง่าผ่าเผย ดังที่เนื้อหาใน “นางสาวปรารถนา” ได้กล่าวเอาไว้ แม้ว่าในบางครั้งบางคราวความเศร้าอาจจะยังชะโลมหัวใจอยู่ แต่จะทนทุกข์ทรมานกับสิ่งเหล่านั้นอยู่ไปทำไม

แค่เพียงลองฟังเสียงหัวใจของคุณเองดู คุณคงรู้แหละ ว่าต้องการอะไร

ฟังเพลงในอัลบั้ม โลกที่สาม ของ Chanudom ต่อกันได้ที่นี่

 

Story by: Chanon B.
Photos by: What The Duck