10 ความไม่ธรรมดาของ Wolf Alice วงร็อคจากเกาะอังกฤษที่รอให้เราพิสูจน์ 15 ก.ย. นี้

10 ความไม่ธรรมดาของ Wolf Alice วงร็อคจากเกาะอังกฤษที่รอให้เราพิสูจน์ 15 ก.ย. นี้
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

วงการอัลเทอร์เนทีฟร็อคไม่ว่าจะเป็นบ้านเรา หรือต่างประเทศก็ไม่ได้มีวงดนตรีที่มีผู้หญิงเป็นนักร้องนำของวง (แถมควบตำแหน่งมือกีตาร์) ออกมาให้ได้เห็นมากนัก หรือถ้ามีก็ไม่ได้ดังเปรี้ยงปร้างมาก แต่หากใครติดตามวงการดนตรีอัลเทอร์เนทีฟเมืองนอกมาสักระยะ คงจะต้องเคยได้ยิน ได้ฟัง หรือได้เสียเงินซื้อเพลง ซื้อซีดีวงชื่อเท่ๆ จากลอนดอนอย่าง Wolf Alice มาบ้างแน่นอน

Wolf Alice วงอินดี้อัลเทอร์เนทีฟร็อคจากลอนดอนที่มีสมาชิก 4 คนมีอะไรเจ๋งๆ คูลๆ ที่ทำให้เราต้องหันมาสนใจติดตามกันบ้าง มาทำความรู้พวกเขา และเธอไปพร้อมๆ กันทีละข้อเลย

 

wolf-alice

Wolf Alice : จากซ้ายไปขวา Theo Ellis (เบส), Joff Oddie (กีตาร์, ไวโอลิน), Ellie Rowsell (ร้องนำ, กีตาร์, คีย์บอร์ด) และ Joel Amey (กลอง)

 

  1. ในปี 2010 Wolf Alice เริ่มต้นวงด้วยสมาชิกดูโอสองคน ประกอบด้วยสาว Ellie Rowsell และหนุ่ม Joff Oddie โดยเริ่มต้นจากการเป็นดูโออะคูสติกกันก่อน ชื่อ Wolf Alice มาจากชื่อเรื่องสั้นที่แต่งโดย Angela Carter นักเขียนชาวอังกฤษ แต่หลังจากที่ทั้งคู่ตัดสินใจที่จะเพิ่มเครื่องดนตรีไฟฟ้าอื่นๆ เข้ามาในวงด้วย จึงได้ Sadie Cleary เพื่อนสมัยเด็กของ Ellie มาเล่นเบสให้ และได้ James DC เพื่อนของ Joff มาเล่นกลองให้ ดังนั้นจึงบอกได้อย่างเต็มที่ว่าเป็นวงที่ก่อตั้งจากการชวนเพื่อนๆ มาเล่นด้วยกันอย่างแท้จริง กลายเป็นวงหญิงสองชายสองสุดเท่

  2. ในปี 2012 Sadie Cleary มือเบสสาวขอถอนตัวเพื่อไปเรียนต่อ และได้ Theo Ellis มาเล่นแทน ส่วนมือกลอง James DC ก็ดันทำกระดูกข้อมือแตก จึงได้ Joel Amey มาเล่นกลองให้ชั่วคราว แต่ไปๆ มาๆ ก็กลายเป็นมือกลองถาวรไปโดยปริยาย กลายเป็นวง 4 คนที่มีผู้หญิงเป็นนักร้องนำโดยสมบูรณ์ (แน่นอนว่าไม่มีการทะเลาะ หรือไม่ลงรอยกันใดๆ ทั้งสิ้น)

  3. ตอนที่สาว Ellie Rowsell เริ่มก่อตั้งวง Wolf Alice ร่วมกับ Joff Oddie เธอเพิ่งอายุ 18 ปีเท่านั้น เห็นเป็นสาวหน้าสวยเสียงเล็กๆ หวานๆ แบบนี้ เธอเรียนโรงเรียนมัธยมหญิงล้วน และเริ่มหัดเล่นกีตาร์ด้วยตัวเองตั้งแต่อายุ 14 ปี จากนั้นจึงเริ่มหัดแต่งเพลงเองจากแอป GarageBand

  4. เห็นเสียงเล็กๆ ลอยๆ ของ Ellie Rowsell แต่เมื่อไรที่เธอร้องแบบเกรี้ยวกราด เธอก็ใส่ไม่ยั้งเช่นกัน ไม่เชื่อลองฟังซิงเกิลอย่างเป็นทางการเพลงแรกของ Wolf Alice อย่าง Fluffy” ดูสิ

 

 

  1. หลังจากเซ็นสัญญาเป็นศิลปินในค่าย Chess Club แล้ว Wolf Alice ก็ทยอยปล่อยผลงานออกมาเรื่อยๆ ทั้งซิงเกิลถัดมาอย่าง Bros” หรือจะอัลบั้ม EP ที่ชื่อว่า Blush ที่มีซิงเกิลเท่ๆ อย่าง She” แม้จะมีผลงานเพลงไม่มาก แต่ก็ได้เป็นศิลปินเปิดให้กับวงรุ่นพี่อย่าง Dressed Like Wolves และ Dead New Blood และกลายเป็นศิลปินที่ถูกพูดถึงในบล็อกต่างๆ มากที่สุดในสหราชอาณาจักรในปี 2013 โดย BBC Radio 6 Music
  2. ในปี 2014 Wolf Alice เซ็นสัญญากับค่าย Dirty Hit ออกอัลบั้ม EP อีกหนึ่งชุด ชื่อว่า Creature Songs พร้อมด้วยซิงเกิล "Moaning Lisa Smile" ที่ไต่อันดับไปได้ถึงอันดับที่ 9 ใน Billboard Alternative Songs และได้ถูกเลือกให้เป็นศิลปินรุ่นใหม่ที่มีผลงานโดดเด่นที่สุดในงาน UK Festival Awards อีกด้วย ทั้งๆ ที่ตอนนั้นยังไม่มีอัลบั้มเต็มด้วยซ้ำ

  3. ในปี 2015 Wolf Alice ปล่อยอัลบั้มเต็มอัลบั้มแรกที่มีชื่อว่า My Love is Cool โดยมีซิงเกิลแรกของอัลบั้มอย่าง Giant Peach” ตามมาด้วย Bros” ที่นำมาปัดฝุ่นทำใหม่ ต่อด้วย You’re a Germ” (ความซ่า ความกวน เริ่มมาตั้งแต่ชื่อเพลง ยันตัวเพลงเอง), “Freazy” และLisbon” เห็นจำนวนซิงเกิลก็น่าจะรู้แล้วว่าอัลบั้มนี้ประสบความสำเร็จมากขนาดไหน ขนาดที่เป็นศิลปินหน้าใหม่เอี่ยมที่คว้าอันดับ 2 บนชาร์ต UK Album ก็แล้วกัน แถมยังได้ร่วมทัวร์คอนเสิร์ตร่วมกับ The 1975 ที่สหรัฐอเมริกาอีกด้วย

  4. ถ้าอยากฟังเพลงแปลกๆ ในอัลบั้ม My Love is Cool แนะนำให้ฟัง Swallowtail” เพลงที่หนุ่ม Joel Army มือกลองเป็นคนแต่ง และเป็นคนร้อง ร้องมาเนิบๆ เสร็จ ตบท้ายด้วยการหวดกลองไม่ยั้งแบบกระชากอารมณ์กันสุดๆ แต่ถึงจะเป็นอัลบั้มที่แต่งเพลงไม่เอาใจตลาด แต่เอาแต่ใจฉันสุดๆ แบบนี้ก็เถอะ แต่แค่อัลบั้มแรก ก็ทำให้ Wolf Alice ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิง Best Rock Performance ในปี 2016 เป็นที่เรียบร้อย
  5. หลังจบทัวร์คอนเสิร์ต ปี 2017 Wolf Alice กลับมาปล่อยอัลบั้มที่ 2 ที่มีชื่อว่า Visions of Life ด้วยซาวนด์ดนตรีที่โตขึ้น เข้มข้นขึ้น จึงทำให้ได้รับคำวิจารณ์จากสื่อต่างๆ ค่อนข้างดีตามไปด้วย เริ่มตั้งแต่ซิงเกิลแรกอย่าง "Yuk Foo" และไล่ไปเรื่อยๆ ทั้ง "Don't Delete the Kisses", "Beautifully Unconventional", "Heavenward", "Formidable Cool", "Sadboy" และ "Space & Time" เล่นปล่อยซิงเกิลเยอะขนาดนี้ ล่อเข้าไปเกือบทั้งอัลบั้มเลยทีเดียว

  6. ความสำเร็จจากอัลบั้ม Visions of Life ทำให้ Wolf Alice มีชื่อเข้าชิงรางวัลอันทรงเกียรติที่สุดรางวัลหนึ่งของศิลปินฝั่งอังกฤษ นั่นคือ Mercury Prize ในฐานะหนึ่งในอัลบั้มที่ดีที่สุดแห่งปีเคียงข้างกับศิลปินระดับตำนานอย่าง Noel Gallagher’s High Flying Bird, Arctic Monkeys และ Florence + The Machine
  7. Wolf Alice เริ่มต้นออกทัวร์อีกครั้งตลอดปี 2018 นี้ ทั้งการเป็นศิลปินวงเปิดให้กับร็อครุ่นพี่ที่ใครๆ ก็อยากจะเป็นศิลปินเปิดให้อย่าง Foo Fighters, Queens of the Stone Age และ Liam Gallagher และกำลังจะมาแสดงสดๆ ให้เราชาวไทยได้ดูกันใน Mangosteen Music Festival ครั้งที่ 2 ในวันที่ 15 กันยายน 2018 นี้ ที่ Voice Space อีกด้วย

รายละเอียดคอนเสิร์ต คลิกที่นี่

 

 

___________________

Story : Jurairat N.

Photos : Wolf Alice's Official Facebook