“The Nog” ซูเปอร์กรุ๊ปโพสต์ร็อคสัญชาติไทย ประเดิมเปิดตัวด้วยความเดือดทางดนตรีใน “Who Did It?”

“The Nog” ซูเปอร์กรุ๊ปโพสต์ร็อคสัญชาติไทย ประเดิมเปิดตัวด้วยความเดือดทางดนตรีใน “Who Did It?”
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

หากเอ่ยชื่อ The Nog ขึ้นมา หลายคนอาจงวยงงสงสัยว่าพวกเขาเป็นใครมาจากไหน แต่ถ้าเราเอ่ยรายนามสมาชิกของวงแล้วล่ะก็ เชื่อว่าทุกคนต้องร้องอ๋อโดยพร้อมเพรียง ไล่เรียงมาตั้งแต่ โน้ต-นันทไกร ฉ่ำใจหาญ (กีตาร์-อดีตสมาชิกวง Potato, R9 และสมาชิกวง The 10th Saturday ในปัจจุบัน), โอ่ง-วิสารท กุลศิริ (กีตาร์-อดีตสมาชิกวง Rampage, AB Normal และสมาชิกวง Ghost ในปัจจุบัน), กราฟ-โอสที ซุ่นมงคล (กีตาร์-อดีตสมาชิกวง Black Vanilla และสมาชิกวงควันบุรี ในปัจจุบัน), เทส-วรรษธร ไกรเยอร์ (เบส-อดีตสมาชิกวง Run Ran Run) และ เดียว-แซนเยกุมาร ไซย์  (กลอง-สมาชิกวง The Whack) ซึ่งหากจะกล่าวว่าพวกเขาเป็นซูเปอร์กรุ๊ปสายเลือดใหม่ของเมืองไทยก็คงจะไม่เกินไปนัก

โดยหลังจากเมื่อปลายปี 2017 ที่เราได้ทราบข่าวคราวความเคลื่อนไหวของวงดนตรีวงนี้ว่าได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตที่ประเทศญี่ปุ่นร่วมกับวง Ghost และได้ชมคลิปวิดีโอการแสดงสดของพวกเขาที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่า The Nog เป็นวงดนตรีที่ทำเพลงบรรเลงในแนวทางของโพสต์ร็อค และในที่สุดพวกเขาก็ประเดิมปล่อยซิงเกิลแรกออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้วกับ “Who Did It?”

The Nog

ใครได้ฟังบทเพลงดังกล่าวแล้วคงสัมผัสได้ถึงความซับซ้อน ดุดัน เกรี้ยวกราด ตัดสลับกับท่อนเบาสบาย ที่ทางวงพยายามจะสื่อถึงความขัดแย้งทางการเมืองของประเทศไทยในตลอด 10 ปีให้หลัง ที่มีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย แต่ท้ายที่สุดคนไทยก็ยังใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน และช่วยเหลือกันในยามวิกฤติอยู่เสมอนั่นเอง

และนอกจากความโดดเด่นจากดนตรีโพสต์ร็อคที่ไร้ซึ่งเนื้อร้องแล้ว อาจจะเรียกได้ว่า The Nog เป็นวงที่เต็มไปด้วยการทดลองทางดนตรีก็ว่าได้ รวมไปถึงการใส่ซาวด์แอมเบียนต์ สร้างบรรยากาศต่างๆ ให้กับตัวเพลงได้อย่างน่าสนใจ โดยตีโจทย์จากการนำเอาอารมณ์ของมนุษย์ที่มีต่อเรื่องราวต่างๆ อาทิ ศิลปะ, การเมือง, วิทยาศาสตร์ หรือแม้กระทั่ง ความรัก, ความเหงา, ความเกลียด มาถ่ายทอดผ่านเครื่องดนตรีต่างๆ โดยเฉพาะกีตาร์ 3 ตัวที่จะมอบความหฤหรรษ์ให้โสตประสาทของคนฟังโดยแท้

“พวกเราอยากจะสื่อสารผ่านเสียงดนตรีให้ได้มากที่สุด เสพดนตรีจากเนื้อแท้ ไม่มีอะไรมาชี้นำ” นั่นอาจเป็นเหตุผลว่าทำไม The Nog จึงเลือกนำเสนองานเพลงในลักษณะนี้ และหากคุณลองเปิดใจและจินตนาการไปตามท่วงทำนองและเสียงที่ได้ยิน ไม่แน่ว่าคุณอาจจะได้พบกับโลกใบใหม่ก็เป็นได้

 

Story by: Chanon B.
Photos by: The Nog