3 ทศวรรษที่รอคอย! Celine Dion กับครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมคุณภาพโชว์ระดับเวิลด์คลาส

3 ทศวรรษที่รอคอย! Celine Dion กับครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมคุณภาพโชว์ระดับเวิลด์คลาส
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

“Don’t ask me why it’s been taking so long”

คำกล่าวทักทายแฟนเพลงชาวไทยทั้งรุ่นเล็กรุ่นใหญ่คำแรก ที่สาวแกร่ง Celine Dion เลือกที่จะพูดคุยกับพวกเราในค่ำคืนวันที่ 23 กรกฎาคม 2018 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี แต่ ณ วินาทีนั้นเชื่อว่าคนไทยที่จับจองที่นั่งกันแน่นทั้งฮอลล์จนแทบจะไม่เหลือเก้าอี้ว่างในวันนั้นคงไม่ต้องการคำตอบจากคำถามนั้นกันอีกแล้ว เพราะจากการรอคอยยาวนานกว่า 3 ทศวรรษ ในที่สุดดีวาสาวเจ้าของเสียงอันทรงพลัง มีเอกลักษณ์ และทรงเสน่ห์ที่สุดคนหนึ่งของโลก ได้มายืนทำการแสดงต่อหน้าคนไทยนับพันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขอข้ามช็อตมาที่บรรยากาศหน้างานกันสักเล็กน้อย แม้ว่างานนี้แฟนเพลงที่เข้ามาซื้อตั๋วเข้าชมกันจะเป็นรุ่นกลางไปจนถึงรุ่นใหญ่เสียมากกว่า แต่ความแน่นของปริมาณแฟนเพลง รวมถึงอำนาจในการจับจ่ายซื้อของ official merchandise กับทีมงาน BEC-Tero Entertainment ไม่แพ้แฟนเพลงรุ่นเด็กแน่นอน เพราะยังไม่ทันที่เราจะได้เข้าไปส่องซุ้มขายของ ก็พบว่าบางรายการสินค้าก็หมดลงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แม้ว่าการแต่งกายของแฟนเพลงจะไม่ได้แฟนซีมากเท่ากับศิลปินรุ่นน้อง แต่เราแอบเห็นสาวที่แต่งตัวเป็น Deadpool (จิกส้นสูง) รวมไปถึงเสื้อ และเดรสสวยงามที่หลายคนตั้งใจเตรียมมาใส่ในวันพิเศษๆ เช่นวันนี้ เพราะเชื่อว่าทุกคนคงคิดเหมือนกันว่า “นี่อาจจะเป็นครั้งแรก และครั้งสุดท้ายที่จะมีโอกาสได้ชมการแสดงสดของดีวาสาวคนนี้”

 

veronic_3

เวลา 20.00 น. Véronic Dicaire ศิลปินเปิดของ Celine Dion ขึ้นมาร้องเพลง และเอนเตอร์เทนผู้ชมได้ค่อนข้างน่าประทับใจ ทั้งการร้องเพลงสไตล์ดีวา มุกตลกเลียนเสียง Christina Aguilera และอื่นๆ เป็นการอุ่นเครื่องให้กับผู้ชมในฮอลล์ได้ดีกว่าที่คิด จนหลายคนต้องลุกขึ้นยืนปรบมือให้ จนผ่านไปถึงเวลา 20.55 น. ไฟในฮอลล์ดับลง เป็นอันรู้กันว่าศิลปินในค่ำคืนนี้กำลังจะออกมาแสดงเพลงแรก วินาทีที่แฟนเพลงทั้งไทยและเทศรอคอยกันมาอย่างยาวครึ่งค่อนชีวิตกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

Celine Dion ปรากฏกายด้วยชุดสีทองอร่ามประดับเพชรเล่นแสงไฟบนเวทีตั้งแต่หัวจรดเท้า นอกจากน้ำเสียงใสราวกับแก้วที่ฟังแล้วขนลุกตั้งแต่วินาทีแรกที่เธอเปล่งเสียงออกมาแล้ว เธอยังมาพร้อมรอยยิ้มที่ทำเอาแฟนๆ ปลาบปลื้มกันไปตามๆ กัน Celine Dion เริ่มต้นโชว์ด้วยเพลงโปรดของใครๆ หลายๆ คนอย่าง The Power of Love” ก่อนจะต่อกันที่เพลงบัลลาดทรงพลังที่ต่อให้คุณไม่ได้ฟังเพลงนี้มานานมากแค่ไหน แต่เมื่ออินโทรของเพลงขึ้น คุณก็จะสามารถร้องตามได้ทันทีอย่าง That’s The Way It Is” อารมณ์เพลงป็อปยุค 2000 คุกรุ่นไปทั่วทั้งฮอลล์ในทันที

 

celinedionliveinbkk2018__2

 

Celine Dion ทักทายแฟนเพลงด้วยประโยคที่กล่าวไว้ข้างต้นว่า “อย่าถามฉันเลยว่าทำไมถึงได้มาที่นี่ช้านัก” จากนั้นจึงพูดทั้งรอยยิ้มว่า อย่างไรตอนนี้เธอ และทีมงานก็ได้มายืนอยู่บนเวทีที่ประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว ดีใจมากที่ได้มาที่นี่ ขอบคุณที่ยังรอคอยเธอกันอยู่ และยังกล่าวติดตลกว่าขอบคุณที่ตัวเธอเองยังมีโอกาสได้มาที่ประเทศไทยในสภาพที่ยังแข็งแรงดีอยู่ ไม่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยเดิน “Tonight it’s your music. It’s your concert” ขอให้คืนนี้เป็นค่ำคืนแห่งเสียงเพลงของคุณ ในคอนเสิร์ตของพวกคุณเอง ก่อนจะเริ่มต้นเพลงต่อไปด้วย I’m Alive” เป็นการพูดเข้าเพลงได้อย่างพอเหมาะพอเจาะจริงๆ

แฟนเพลงไม่ต้องรอนาน Celine Dion จัดเพลงฮิตที่ทุกคนอยากฟังมาตั้งแต่เพลงแรกๆ นั่นคือ Because You Loved Me” ที่เปลี่ยนบรรยากาศในฮอลล์ให้อบอุ่นไปด้วยกลิ่นอายแห่งความโรแมนติก แฟนเพลงเปิดไฟฉายในมือถือสว่างไสวสวยงาม โดยในตอนท้ายเธอเลือกที่จะหยุดเพลง และขอให้แฟนเพลงช่วยร้องตามกันเสียงดังๆ เพลงนี้เป็นอีกเพลงที่แฟนเพลงร้องตามกันได้แทบจะทุกคำ เพราะเป็นเพลงรักสุดคลาสสิกที่ไม่เคยเลือนหายไปตามกาลเวลา แม้ว่าจะผ่านมายาวกี่ปีแล้วก็ตามนั่นเอง

 

celinedionliveinbkk2018__1

 

สิ่งแรกที่อยากจะรีบชมเชยกันตั้งแต่ต้น คือเรื่องของเสียงที่หลายคนคาดหวังว่าชีวิตนี้อยากจะฟังเสียงร้องสดๆ ของ Celine Dion สักครั้ง และขอยืนยันว่าเสียงร้องของเธอคือที่สุดของที่สุดของคุณภาพเสียงระดับโลกที่ทุกๆ คนต้องการที่จะได้ยิน เสียงใสก้องกังวานชัดเจน มีพลังถึงทุกตัวโน้ต แอดลิปชัด ขึ้นเสียงสูงลงเสียงต่ำได้ลื่นไหลไม่มีติดขัด เสียงดีถึงขั้นว่าซีดี หรือแผ่นเสียงใดๆ ก็สู้ร้องสดไม่ได้จริงๆ น้ำเสียงของเธอยอดเยี่ยมไร้ที่ติกว่าที่หลายๆ คนคาดหวังเอาไว้ นั่นจึงทำให้บรรยากาศในคอนเสิร์ตเต็มไปด้วยเสียงชื่นชม เสียงปรบมือสนั่นหวั่นไหวในทุกๆ เพลงที่เธอร้องจบ คุ้มค่าทุกนาทีที่รอคอยจริงๆ

ไม่เพียงเท่านั้น ใครที่คิดว่าคอนเสิร์ตดีวาสาวอายุแตะเลข 5 คนนี้จะมายืนนิ่งๆ ร้องเพลงไปเรื่อยๆ คิดผิดถนัด ใครที่ติดตาม Celine Dion มาจะทราบดีว่า เธอเป็นศิลปินที่มีอารมณ์ขันมากคนหนึ่ง นั่นถึงทำให้ช่วง Talk แต่ละช่วงยาวนาน เป็นกันเอง เต็มไปด้วยความผ่อนคลาย สนุกสนาน และทำให้โชว์โดยรวมไม่มีจุดไหนที่น่าเบื่อเลย หลังจากจบเพลง “It’s All Coming Back To Me Now” และBeauty & The Beast” เธอก็เล่าถึงการได้ร้องเพลงประกอบภาพยนตร์ฮอลลีวูดต่างๆ ทั้งของดิสนี่ย์ และ “The Sinking Boat” (ที่เธอกล่าวถึง Titanic อย่างติดตลก) และช่วงที่เล่าถึงการร่วมงานกับ Ryan Reynold กับการร้องเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง Deadpool 2 อย่างเพลง Ashes” ก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะกับท่าทางการเล่าประกอบเรื่องของเธออย่างเต็มที่

 

celinedionliveinbkk2018_

 

นอกจาก Ashes” ที่เป็นเพลงใหม่แล้ว ก็แทบจะเต็มไปด้วยเพลงเก่าสุดฮิตของเธอทั้งหมด จนทำให้คอนเสิร์ตนี้กลายเป็น The Greatest Hits Show ไปโดยปริยาย ทั้ง Think Twice”, “Falling Into You” ที่เธอโชว์สกิลเต้นไปร้องไปพร้อมกับแดนเซอร์หนุ่มสุดฮอต, The Reason”, เพลงภาษาฝรั่งเศส Pour Que Tu M’aimes Encore” และดำดิ่งในบรรยากาศเศร้าๆ กับ “Recovering” ที่เธอกล่าวว่าเป็นเพลงที่สาว P!NK แต่งให้กับเธอ และเพลงนี้ช่วยให้เธอผ่านพ้นช่วงเวลาอันเลวร้ายต่อการจากไปของสามีเธอได้ ต่อด้วย All By Myself” ที่รับรองว่าคนเหงาๆ ที่ได้ฟังสดๆ ในฮอลล์จะต้องมีหลั่งน้ำตากันบ้างแน่นอน

อีกเรื่องที่ต้องชมคือนักดนตรีแบคอัพที่ถึงจะมีมาไม่กี่ชิ้น แต่ก็แสดงได้ดี ทั้งนักเปียโนที่ควบคุมการแสดงทั้งหมดของโชว์ เบส กีตาร์ กลอง คีย์บอร์ด และเครื่องสายแต่ละชิ้นที่เล่นคลอตลอดทั้งการแสดง และในช่วง medley “At Seventeen”, “A New Day Has Come” และ “Unisson” ก็ทำได้นุ่มหูน่าฟังไปทุกคำ ยิ่งต่อด้วย To Love You More” ทำให้ช่วงนี้ของโชว์พีคไปจนถึงขั้นสุด ก่อนจะมาเร่งจังหวะด้วย “Uptown Funk” และสารพัดเพลงดิสโก้จากเหล่าทีมคอรัส และ Celine Dion กลับมาพร้อมเพลงคัฟเวอร์ของ Prince อย่าง Kiss” และ “Purple Rain” และลาจากเวทีไปด้วย Love Can Move Mountains” และ River Deep, Mountain High”

 

celinedionliveinbkk2018__3

 

เมื่อเพลงประกอบภาพยนตร์ “The Sinking Boat” ที่ว่ายังไม่ออกมา แฟนเพลงเปิดไฟ encore กันไม่นาน Celine Dion ปรากฏกายอีกครั้งพร้อมเพลง และน้ำเสียงที่คุ้นเคย เจ้าของเพลงฮิตสุดอมตะ My Heart Will Go On” ที่ทำเอาแฟนเพลงทั้งฮอลล์ตั้งใจฟัง ตั้งใจเสพบรรยากาศตรงหน้ากันอย่างตั้งอกตั้งใจ ทำให้เมื่อจบเพลงทุกขึ้นลุกขึ้น standing ovation ปรบมือและส่งเสียงร้องกึกก้อง และต่อเนื่องยาวนานกว่าคอนเสิร์ตไหนๆ จน Celine Dion ยังประหลาดใจ และเธอจึงอธิบายเพิ่มเติมว่า ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนเธอมาโดยตลอด เหตุที่เธอไม่ได้มาที่เมืองไทยเลยก็ด้วยเรื่องอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งการเดินทาง ครอบครัว และเกี่ยวกับคนหลายๆ ฝ่าย แต่ในวันนี้ที่เธอได้มายืนอยู่บนเวทีต่อหน้าทุกคน เธอประทับใจ และมีความสุขมาก เธอจึงอยากให้ช่วงเวลานี้มีแค่แฟนเพลง และทีมงานของเธอบนเวทีเท่านั้น เธอจึงเริ่มร้อง Can’t Help Falling In Love” ผลงานเก่าของ Elvis Presley ในเวอร์ชั่น A Cappella ให้ได้ฟังน้ำเสียง และแอดลิปหลายชั้นหลายตอนพร้อมเทคนิคแพรวพราวชัดๆ กันอีกครั้ง ก่อนจะโบกมือลาลงจากเวทีพร้อมรอยยิ้มแห่งความประทับใจจริงๆ

“ฉันรักการร้องเพลง และเป็นสิ่งเดียวที่ฉันทำได้ดีมาโดยตลอด ฉันดีใจที่ได้ทำในสิ่งที่รัก และได้แบ่งปันสิ่งที่ฉันรักให้กับทุกๆ คน” ประโยคนี้สื่อถึงความเป็นตัวตนของ Celine Dion ได้ดีที่สุด เพราะเธอคือศิลปินที่รัก และเคารพในอาชีพของตัวเองมาโดยตลอด และไม่เคยที่จะทำให้แฟนเพลงผิดหวัง ไม่ว่าระยะเวลาจะผ่านมายาวนานสักเพียงไหน Celine Dion จะยังคงเป็นแบบอย่างของศิลปินมืออาชีพที่จริงจัง ใส่ใจ ต่อการร้องเพลงที่เธอรัก ให้ความเคารพ และเป็นกันเองต่อเพื่อนร่วมงาน และให้เกียรติคนดูโดยการทำการแสดง และเอนเตอร์เทนผู้ชมอย่างสุดความสามารถ ระบบแสงสีเสียง และตำแหน่งจอ LED ที่มอบประสบการณ์ที่ดีให้กับผู้ชมทั่วทั้งฮอลล์ไม่ว่าจะนั่งตรงไหน ถือว่าเป็นอีกงานที่เพอร์เฟกต์ทั้งโปรดักชั่น และศิลปินอย่างแท้จริง ทุกอย่างนี้ทำให้ Celine Dion เป็นศิลปินระดับโลกที่ผู้ชมทั่วโลกยังคงประทับใจ และรอคอยการแสดงของเธออยู่เสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านไปยาวนานแค่ไหนก็ตาม

 

 

____________________

Story : Jurairat N.

Photos : BEC-Tero Entertainment