5 คอนเสิร์ตนอกที่ประทับใจไม่มีวันลืม โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์

5 คอนเสิร์ตนอกที่ประทับใจไม่มีวันลืม โดย อนุสรณ์ สถิรรัตน์
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับคอนเสิร์ตร็อคระดับโลกของ Mr.Big และ Extreme ที่คอร็อครุ่นใหญ่ไปจนถึงรุ่นเล็กสมหวังชื่นมื่นกันถ้วนหน้า จะว่าไปแล้ว สองงานนี้เป็นงานในแบบร็อค/ฮาร์ดร็อคที่มาติดกันไม่บ่อยนัก ผลดีคือ ได้ดูกันหนำใจ หายอยาก แต่ถ้าเสียก็คือ กระเป๋าฉีกครับ แต่แฟนพันธุ์แท้ไม่พลาดกันอยู่แล้ว

>> บทบันทึกสู่เพื่อนเก่า "Mr. Big Live in Bangkok" โดย พรรษิษฐ์ วิชญคุปต์

>> "Extreme Live in Bangkok 2018" สิ้นสุดการรอคอยที่แสนยาวนานของแฟนเพลงชาวไทย

เห็นบรรยากาศสนุกสนานคึกคักอย่างนี้แล้ว ทำให้อดคิดย้อนไปในวันที่วงการเพลงสากลบ้านเราประสบความสำเร็จถึงจุดสูงสุด ทั้งเทปซีดีที่มียอดขายเกินเป้า นิตยสารดนตรีขายดิบขายดี รายการวิทยุมีมากมายให้คอเพลงติดตาม และคอนเสิร์ตต่างประเทศที่ทยอยกันมาเล่นในบ้านเราถี่ยิบผิดกับยุคนี้ ที่สำคัญที่สุด เป็นศิลปินระดับบิ๊กเนมทั้งสิ้น ผมจะขอนำบรรยากาศที่น่าประทับใจในอดีตกับ 5 คอนเสิร์ตเทศที่ไม่อาจลืมได้มาถ่ายทอดผ่านตัวหนังสือครับ ซึ่งบางคนก็คงอยู่ในงานนั้นมาแล้ว บางคนก็แค่ได้ยินเสียงเล่าลือจากคนใกล้ตัว ขอออกตัวก่อนว่าคอนเสิร์ต Metallica กับ ไมเคิล แจ๊กสัน ผมไม่ได้มีโอกาสไปดู จึงขอข้ามไปนะครับ แน่นอนทั้งสองงานนี้ยิ่งใหญ่เช่นกัน แต่ที่กำลังกล่าวถึงนี้ก็ยิ่งใหญ่ในสายร็อคทั้งสิ้น ผมเป็นผู้ชายสายร็อค จึงไม่อาจถ่ายทอดบรรยากาศคอนเสิร์ต มาดอนนา หรือ PSB ที่ไม่มีโอกาสไปชมได้ครับ

 

1. Bon Jovi – Keep the Faith Tour

27 กันยายน 1993

สนามกีฬากองทัพบก ถ.วิภาวดีรังสิต

จัดโดย Media Plus

 72507

คงเป็นคอนเสิร์ตที่หลายคนจำฝังใจ ไม่ใช่แค่โชว์เต็มพิกัดจัดเต็มของจอน บอน โจวีและผองเพื่อนเท่านั้น ยังหมายถึงปรักโคลนที่เกิดจากฝนตกในวันก่อนหน้าโชว์อีกด้วย ที่ว่าฝังใจก็เพราะหลายคนสูญเสียรองเท้าและเฟอร์นิเจอร์ประดับกายต่างๆไปในปรักโคลน เพราะความมัน สนุกสนาน กระโดดโลดเต้นกันจนลืมตัว พอคอนเสิร์ตจบ มารู้ตัวอีกที “อ้าว ตูเหลือเท้าเปล่าได้ยังไง” แต่ความสนุกสนานไม่ปรานีใคร ยิ่งหน้าเวทีด้วยแล้ว แฟนพันธุ์แท้จับจองที่กันตั้งแต่บ่าย คอนเสิร์ตเริ่มจริงๆ ก็สองทุ่มกว่า

คอนเสิร์ตนี้เป็นทัวร์สนับสนุนอัลบัมที่เพิ่งออกอย่าง Keep the Faith แต่เพลงเด่นดังระดับขึ้นหิ้งอย่าง "Never Say Goodbye", "You Give Love a Bad Name", "Runaway", "Born to be My Baby" ถูกนำมาเล่นครบครัน เป็นคอนเสิร์ตที่แฟนๆประทับใจและมีความหลังฝังใจครบทุกรสชาติจริงๆ หลังจากนั้นพวกเขาก็แวะมาเล่นคอนเสิร์ตที่บ้านเราเป็นระยะๆ กลับมาเล่นที่สนามกองทัพบกอีกครั้งเมื่อ 2 พฤษภาคม 1995 จัดโดย M-Line ก็ยังมีคนดูถล่มทลายเหมือนเดิม เป็นวงร็อคที่มีแฟนเพลงในบ้านเรามากเหลือเกิน และต้นสังกัด Polygram (ภายหลังเป็น Universal Music) ก็โปรโมต งานแถลงข่าว ดูแลวงและรับมือสื่อมวลชนได้อย่างดีเยี่ยม จนอดคิดไม่ได้ว่าถ้าปัจจุบันค่ายเพลงเหล่านี้ยังทำกำไรได้ดีจากยอดขายซีดีเท่ากับยอดขายเทปได้เหมือนสมัยนั้น โอกาสที่เราจะได้ดูคอนเสิร์ตวงระดับโลกก็ยังคงมีอยู่ต่อไป ไม่ต้องรอโปรโมเตอร์ต่างประเทศจัด หรือให้โปรโมเตอร์บางรายที่มือไม่ถึงจัด แล้วไม่ประทับใจทั้งศิลปินและคนดูอย่างทุกวันนี้

 

 

2. Santana

16 เมษายน 1994

ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

จัดโดย BEC Tero

 72504

เป็นคอนเสิร์ตที่ BEC Tero โปรโมเตอร์ทุนหนาและมาแรงที่สุดในสมัยนั้นรับหน้าเสื่อจัด ร่วมกับ Polygram ต้นสังกัด คาร์ลอส ซานตานา มาพร้อมกับลูกวงชุดใหญ่ หลายคนร่วมงานคลุกคลีกันมาเกิน 20 ปี เป็นเวิร์ลด์ทัวร์สนับสนุนอัลบัมแสดงสด Sacred Fire ที่ออกในปี1993 แฟนเพลงชาวไทยเลยได้อานิสงส์ไปด้วย และก็เป็นโชว์ที่ยิ่งใหญ่สมศักดิ์ศรีวงลาตินร็อคและมือกีตาร์ระดับโลก คนดูมีทุกรุ่นทุกวัย

เพลงที่ต้องเล่นในทุกไลฟ์อย่าง "Black Magic Woman", "Soul Sacrifice", "Europa", "No One to Depend On", "Love is You" และอีกมากมายถูกนำมาเล่นอย่างครบครัน และสุดฝีมือตลอดโชว์ ลีลากีตาร์ของซานตานาในครั้งนั้นยังน่าประทับใจและดูขลังมาจนทุกวันนี้ ในปี1995 Santana กลับมาเล่นครั้งที่ 2 เพื่อสนับสนุนบอกซ์เซ็ตชื่อ Dance of the Rainbow Serpent และน่าจะอีก 2-3 ครั้ง ตลอดช่วง 20 ปีที่ผ่านมาจนเป็นศิลปินที่ใกล้ชิดกับคนไทยไปแล้ว อันนี้ไม่นับ Air Supply นะครับ เพราะพวกเขามาไทยน่าจะเกิน 10 ครั้งไปแล้ว

 

 

3. Skid Row – Live in Bangkok

7 ธันวาคม 1995

อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

จัดโดย BEC Tero

 72506

พวกเขาออกเวิร์ลด์ทัวร์สนับสนุนอัลบัมที่ 3 Subhuman Race ที่ต้องออกแรงเข็นกันอย่างหนัก เพราะแนวทางเปลี่ยนไปจาก 2 อัลบัมแรก แต่กระนั้น Warner Music ก็ปั่นยอดขายจนทำให้พวกเขามาเล่นในบ้านเราจนได้ และผนึกกำลังกับ BEC Tero ทำให้ความฝันของหลายคนเป็นจริง

แม้จะเล่นช่วงพี้กไปแล้ว แต่เซบาสเตียน บ๊ากและพรรคพวกก็ยังเต็มที่ ทั้งกับโชว์และรับงานกับสื่อมวลชนและแฟนเพลงสาวๆที่ตามกรี๊ดกัน ภาพเซบาสเตียนปีนลำโพงขึ้นเสาห้อยตัวลงมาขณะร้องเพลงยังคงเป็นภาพที่ตราตรึงอยู่ไม่เสื่อมคลาย เป็นวงที่ใช้พลังและทุ่มเทอย่างมากในโชว์ของตนเอง พวกเขาไม่ยอมให้แฟนเพลงผิดหวัง นอกจากเพลงจากอัลบัมใหม่แล้ว พวกเขาไม่พลาดที่จะเอาเพลงดังจาก 2 อัลบัมแรกอย่าง "Quicksand Jesus", "Monkey Business", "Youth Gone Wild", "18 and Life", "I Remember You" มากำนัลแฟนเพลงอย่างเต็มที่จนเป็นที่จดจำมาจนทุกวันนี้

เคยแว่วมาว่ามีคนอยากจัด Skid Row ยุคปัจจุบันที่ไม่มีเซบาสเตียน บ๊าก ผมว่าถ้าขาดฟรอนต์แมนอย่างบ๊ากไป จะมีคนอยากดูสักเท่าไหร่กัน อีกอย่าง แนวดนตรีพวกเขาก็เปลี่ยนไปแล้วด้วย จะเหลือแฟนเพลงระดับเดนตายไปดูกันอีกกี่คนกัน

 

 

4. Mr.Big – Live in Bangkok

9 พฤษภาคม 1996

อินดอร์ สเตเดียม หัวหมาก

จัดโดย BEC Tero

 72505

เป็นการมาเยือนไทยครั้งแรกของซุเปอร์กรุป หลังจากออกอัลบัมที่ 4 Hey Man พวกเขาก็เปิดฉากเวิร์ลด์ทัวร์ และไม่พลาดที่จะแวะมาประเทศไทย Warner Music ผนึกกำลังกับ BEC Tero เช่นเคย ช่วงที่มา สถานการณ์ของวงดีเยี่ยม พอล กิลเบิร์ตเพิ่งเข้าพิธีวิวาห์ เป็นโชว์ที่สมราคาซุเปอร์กรุป ปล่อยของกันเต็มที่ พอลใช้สว่านไฟฟ้าเล่นเพลง "Daddy", "Brother", "Lover", "Little Boy" ตามสไตล์ ซึ่งโชว์ล่าสุดที่เพิ่งผ่านพ้นไป แฟนเพลงหลายคนผิดหวังที่เขาไม่ใช้สว่านอีกแล้ว

เพลงดังถูกขนมาเล่นจนแฟนๆอิ่มอกอิ่มใจไปตามๆกัน ทั้ง "Green Tined Sixties Mind", "Just Take My Heart", "To Be With You", "Addicted to That Rush", "Had Enogh", "Wild World", "Take Cover", "Jane Doe" ความสำเร็จในครั้งนั้น ยังผลให้พวกเขาแวะมาเล่นบ้านเราเป็นระยะๆ และประสบความสำเร็จทุกครั้ง แม้ครั้งล่าสุดจะเปลี่ยนมือกลองคนใหม่มาแทนแพ็ต ทอร์ปีย์ที่เสียชีวิตไป พวกเขาก็ยังแสดงให้เห็นความเป็นวงยอดฝีมืออย่างเหมือนเดิม

ไม่แน่ใจว่าพวกเขามาเล่นเป็นครั้งที่ 4 หรือ 5 แต่ทุกครั้งที่มา แฟนเพลงตี่นเต้นและกระหายที่จะดูให้ได้ทุกครั้ง เพราะกิตติศัพท์การเล่นกีตาร์ของพอล และเบสของบิลลีนั่นเอง เป็นอีกวงที่มาทุกปีก็มีคนดู

 

 

5. Toto – Through the Looking Glass

22 ธันวาคม 2002

อิมแพกต์ อรีนา เมืองทองธานี

จัดโดย BEC Tero

 72508

Toto ออกทัวร์ฉลองครบรอบ 25 ปีของวง และเพิ่งออกอัลบัมใหม่ Through the Looking Glass ฉลองการกลับมาร่วมวงของนักร้องนำดั้งเดิม บ๊อบบี คิมบอล ขณะที่มือกลองเป็นไซมอน ฟิลลิปส์ มือกลองที่รับช่วงแทนเจฟฟ์ พอร์คาโร ที่เสียชีวิตไปมาตลอด 10 กว่าปี มีหลายศิลปินเหลือเกินที่กว่าจะได้มาเล่นในบ้านเรา ก็เลยช่วงพีกของพวกเขาไปแล้ว อายุก็มากขึ้น ความสดในการแสดงก็เลยถดถอยไป แต่ Toto ไม่มีแววว่าแพ้สังขารตัวเองเลย พวกเขาเล่นกันได้ดีมากจริงๆ

เป็นโชว์ที่ซาวน์ดค่อนข้างดี วงเล่นกันเต็มที่ ขนเพลงดังมาเล่นมากมาย ทั้ง "I’ll Supply the Love", "White Sister", "99", "Rosanna", "Africa" จนถึง "While My Guitar Gently Weeps" ของ The Beatles และ "Bodhisattva" จากอัลบัมใหม่ที่คัฟเวอร์ของ Steely Dan ที่วงเคยไปเล่นแบ๊กอัปให้ก่อนมาฟอร์มวง Toto ด้วยซ้ำไป

นอกจากฝีมือเยี่ยมแล้ว อัธยาศัย อุปนิสัยใจคอก็ดีเยี่ยมด้วย ต้อนรับขับสู้แฟนเพลงและสื่ออย่างมืออาชีพ ไม่งอแง เอาแต่ใจ มีอารมณ์ขันกันตลอด ถ้าเป็นไปได้อยากให้พวกเขากลับมาเล่นคอนเสิร์ตอีกครั้ง

 

 

อันที่จริงยังมีอีกหลายคอนเสิร์ตที่สมควรพูดถึง แต่เนื่องจากจดจำรายละเอียดไม่ได้มาก และหาบัตรคอนเสิร์ตไม่พบครับ อาทิ Red Hot Chili Peppers, Bryan Adams, Def Leppard, Pearl Jam, Bread, America, Uriah Heep, Sodom, Megadeth, Helloween, Slipknot, Yngwie Malmsteen, MTV Alternative Nation Tour อันประกอบด้วย Foo Fighters, Sonic Youth และ Beastie Boys ในงานเดียวกัน คุ้มจริงๆ ไปจนถึง Whitney Houston รวบรวมข้อมูลครบเมื่อใด คงจะทยอยเขียนถึงในโอกาสต่อไปครับ

 

 

--------------------------------------------------------------------------------

สั้นๆ เกี่ยวกับผู้เขียน



นักเขียนประจำบก.นิตยสาร Music Express ตั้งแต่ปี 2527-2537
บก.บห.นิตยสาร Crossroads ตั้งแต่ปี 2537-2544
บก.บห.นิตยสาร Sound และ Metal Mag ตั้งแต่ปี 2545-2548

ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านขายแผ่นเสียง Records Hunter เปิดกิจการตั้งแต่ 2552-ปัจจุบัน