Charlie Puth กลับมาอีกครั้งในคอนเสิร์ต Voicenotes Tour Live in Bangkok 2018

Charlie Puth กลับมาอีกครั้งในคอนเสิร์ต Voicenotes Tour Live in Bangkok 2018
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่นักร้อง นักแต่งเพลง และโปรดิวเซอร์ชื่อดังอย่าง Charlie Puth เจ้าของซิงเกิลฮิตมากมายอย่าง “Attention”, “How Long, “We Don’t Talk Anymore”, “One Call Away” และซิงเกิลที่ทุกคนรู้จักกันดีอย่าง See You Again feat. Wiz Khalifa” ได้จัดคอนเสิร์ต Soundbox ที่ประเทศไทยไปเมื่อปี 2016 ที่ผ่าน (>>Charlie Puth น่ารักสดใส พลังดีไม่มีตกจนสาวไทยกรี๊ดเสียงแหบ) และได้ให้สัญญากับแฟนๆ ชาวไทยไว้ว่าจะกลับมาอีกแน่นอน โดยล่าสุดหนุ่ม Charlie Puth ก็ไม่รอช้าที่จะรักษาสัญญาที่เคยได้ให้ไว้กับแฟนๆ ชาวไทยด้วยการนำคอนเสิร์ต Charlie Puth Voicenotes Tour Live in Bangkok 2018 มาให้แฟนๆ ชาวไทยได้ชมกันอีกครั้งหนึ่งในวันที่ 29 ตุลาคม 2018 ที่ อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี

 

 poster-charlieputh

 

Charlie Puth หรือชื่อเต็ม Charles Otto Puth Jr. เริ่มต้นจากการเป็นนักร้องเพลง Cover ลงใน YouTube ในช่วงปี 2009-2014 ทำเพลงปล่อยลงออนไลน์เอง ชนะการแข่งขันร้องเพลง ถูกเชิญไปร้องเพลงในรายการชื่อดังอย่าง Ellen DeGeneres รวมถึงร่วมแต่งเพลงให้กับศิลปินชื่อดังอย่าง Pitbull ในเพลง “Celebrate” ก่อนที่จะได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินสังกัดค่าย Atlantic ในปี 2015 และเริ่มต้นปล่อยซิงเกิลแรกอย่างเป็นทางการในเพลง “Marvin Gaye” โดยเป็นผลงานที่เขาทำร่วมกับสาว Meghan Trainor เพียงแค่ซิงเกิลแรก็สามารถขึ้นครองอันดับหนึ่งบนชาร์ตเพลงได้ทั้งในประเทศอังกฤษ ไอร์แลนด์ นิวซีแลนด์ ฝรั่งเศส อันดับห้าในออสเตรเลีย ตลอดจนอันดับที่ 21 บน Billboard Hot 100 ได้สำเร็จ ก่อนที่เขาจะเริ่มเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากผลงาน See You Again ที่เขาร่วมกันทำกับศิลปินแร็ปเปอร์หนุ่ม Wiz Khalifa เพื่อเป็นที่ระลึกถึงการจากไปของ Paul Walker นักแสดงนำจากภาพยนตร์ Fast and Furious ซิงเกิลดังกล่าวครองอันดับหนึ่งชาร์ต Billboard ได้ถึง 12 สัปดาห์ด้วยกัน ซิงเกิลในอัลบั้มแรก Nine Track Mind ล้วนแล้วแต่ได้รับการตอบรับที่ดีจากแฟนเพลง ทั้ง “One Call Away” ที่ครองอันดับ 12 Billboard และอีกหนึ่งซิงเกิลอย่าง “We Don’t Talk Anymore” ที่ได้สาว Selena Gomez เข้ามาร่วมก็สามารถติด 1 ใน 10 ของ Billboard Hot 100 เช่นกัน

 

นอกจากผลงานร่วมกับศิลปินอื่นอย่าง “Sober” ร่วมกับ G-Eazy และ “Oops” กับ Little Mix จะสร้างชื่อเสียงให้ Charlie แล้วนั้น เขายังทำงานเบื้องหลังเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับซิงเกิลดังอีกมากมายไม่ว่าจะเป็น “So Good” ของ Zara Larsson, “Lips on You” ของ Maroon 5, และ “Bedroom Floor” ของ Liam Payne อีกด้วย

 

cp_covershoot_la_shot05_0828_

 

ขณะที่อัลบั้มที่สอง หรือ Voicenotes ที่มีที่มาจากการใช้โทรศัพท์ของเขาในการอัดเสียงแซมเปิ้ลไว้นั้นได้ปล่อยออกมาให้แฟนๆ ได้ฟังกันไปเมื่อเดือนที่ผ่านมา (11 พฤษภาคม 2018) ซึ่งหนุ่ม Charlie บอกว่าเป็นอัลบั้มที่แสดงความเป็นตัวของเขาเองมากที่สุดนั้น ก็ออกตัวแรงไม่แพ้กันด้วยยอดขายกว่า 500,000 ตลับด้วยเวลาเพียง 5 วันทำให้ Voicenotes คว้ารางวัลยอดขายระดับ Gold ไปได้ในเวลาสั้นๆ อีกทั้งซิงเกิลแรกที่เขาปล่อยออกมาเมื่อปี 2017 อย่าง “Attention” สามารถครองอันดับ 5 Billboard อีกด้วย ก่อนที่เขาจะปล่อยอีกสองซิงเกิล “How Long” ที่ได้อันดับ 21 และ “Done For Me” ที่ นอกจากจะได้อันดับที่ 53 ตามกันมาติดๆ แล้วยังได้รับเลือกให้เป็นหนึ่งในเพลงที่ดีสุดของปี 2018 โดยนิตยสาร Time อีกด้วย และยังมีอีกสามศิลปินคุณภาพอย่าง James Taylor, Boyz II Men และ Kehlani เข้ามาร่วมในอัลบั้มชุดนี้ทำให้ยิ่งน่าติดตามขึ้นไปอีก

>>อ่านรีวิวฉบับเต็มของอัลบั้ม Voicenotes ได้ที่นี่

 

ตั้งแต่ Charlie Puth ได้เริ่มเส้นทางการเป็นศิลปิน นักร้อง โปรดิวเซอร์และนักดนตรี เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลมากมายตลอดจนได้รับรางวัลมากมายไม่ว่าจะเป็น Teen Choice Awards ในสาขา Choice Music: TV or Movie Song และ R&B/Hip-Hop Song, Hollywood Music in Media Awards ในสาขา Best Song และ Song – Feature Film รางวัล Nickelodeon Kid’s Choice Awards สาขา Best Collaboration, Billboard Music Awards ในสาขา Top Hot 100 และยังได้รับรางวัลจาก Gaon Chart Awards ในสาขา International Rising Star of the Year อีกด้วย

เพราะฉะนั้น ใครที่เป็นแฟนๆ ของหนุ่ม Charlie Puth อยู่แล้วก็คงจะไม่อยากพลาดคอนเสิร์ตครั้งนี้เป็นแน่ๆ และใครก็ตามที่เคยพลาดคอนเสิร์ตครั้งก่อนหรือหลงรักในเสียงเพลงของศิลปินคุณภาพอย่าง Charlie Puth แล้วละก็ พลาดไม่ได้เลยสำหรับ Voicenotes Tour Live in Bangkok 2018 ที่ถือว่ามีโอกาสสูงที่จะ Sold Out เหมือนครั้งก่อนเป็นแน่

 

___________________

ขอขอบคุณ

ข้อมูลจาก Time, Forbes, Billboard

Story by Thanaphon W.