“ร็อคแอนด์โรลไม่มีวันตาย” ความในใจจากฮาร์ดร็อครุ่นเก๋า Mr. Big ก่อนเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ในไทย

“ร็อคแอนด์โรลไม่มีวันตาย” ความในใจจากฮาร์ดร็อครุ่นเก๋า Mr. Big ก่อนเปิดคอนเสิร์ตใหญ่ในไทย
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

คอร็อคตัวจริงเสียงจริงคงไม่มีใครไม่รู้จักวงดนตรีที่ชื่อ Mr. Big อภิมหาซูเปอร์กรุ๊ปจากแคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่รวมทหารเอกแห่งเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็น Eric Martin นักร้องนำวัย 57 ปีผู้ผสมผสานความหนักแน่นในน้ำเสียงแห่งดนตรีร็อค และเสน่ห์หาตัวจับยากจากดนตรีโซลเข้าไว้ด้วยกัน, Paul Gilbert ปรมาจารย์มือกีตาร์วัย 51 ปีที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในมือกีตาร์ที่ดีที่สุด และเล่นเร็วที่สุดตลอดกาลคนหนึ่งของโลก, Billy Sheehan มือเบสระดับพระกาฬที่เต็มไปด้วยเอเนอร์จี้และเทคนิคแพรวพราวแม้ว่าอายุจะปาเข้าไป 65 ปีแล้ว และ Pat Torpey มือกลองที่ฝากกรู๊ฟอันหนักแน่นน่าจดจำเอาไว้ นี่คือ 4 ขุนพลไลน์อัพดั้งเดิมแห่ง Mr. Big ที่แฟนเพลงทั่วโลกต่างให้การยอมรับและคารวะในฝีไม้ลายมือของพวกเขามาตลอด 30 ปี ทว่าน่าเสียดายอย่างยิ่งที่ Pat Torpey ได้ลาจากโลกนี้ไปด้วยภาวะแทรกซ้อนจากโรคพาร์กินสันเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ซึ่งทางวงก็ได้ Matt Starr มาสวมบทบาทมือกลองสำหรับการทัวร์คอนเสิร์ตอัลบั้ม Defying Gravity

หากว่าใครเกิดไม่ทัน หรือไม่ใช่สายร็อคขนานแท้ เราอยากจะบอกว่า Mr. Big คืออีกหนึ่งวงดนตรีที่โด่งดังมากในยุคปลาย 80s และตลอดยุค 90s สตูดิโอทั้งหมด 6 อัลบั้มในช่วงเวลานั้นได้สั่นสะเทือนวงการดนตรีร็อคอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเพลงบัลลาดเพราะๆ อย่าง “To Be With You” จากอัลบั้ม Lean Into It ที่ขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ทั้งหมด 15 ประเทศ รวมถึงเพลง “Just Take My Heart” จากอัลบั้มเดียวกันที่ก็โด่งดังไม่แพ้กัน รวมไปถึง “Wild World” และ “Take Cover” ที่คอร็อคก็ยังปลาบปลื้มและโปรดปรานมาจนถึงทุกวันนี้ แม้ว่าจะมีช่วงที่ยุบวงไปประมาณ 7 ปี แต่ 4 สมาชิกที่เราแนะนำไปข้างต้นก็กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง และปล่อยอัลบั้มเต็มออกมาอีก 3 ชุด

Mr. Big สมัยหนุ่มแน่น

Mr. Big สมัยหนุ่มแน่น

 

และก่อนที่ขาร็อคชาวไทยจะได้มันไปกับการกลับมาแสดงคอนเสิร์ตที่เมืองไทยอีกครั้งของพวกเขา “Mr. Big Live in Bangkok” จัดโดย OD rockfest ซึ่งจะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ (12 มิถุนายน 2561) ณ GMM Live House ชั้น 8 เซ็นทรัลเวิลด์ Sanook! Music ก็มีโอกาสได้เดินทางไปร่วมงานแถลงข่าว ณ โรงแรม วี กรุงเทพฯ เอ็มแกลเลอรี บาย โซฟิเทล ย่านราชเทวี รวมถึงการที่ 4 สมาชิกวง Mr. Big ได้เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนได้พูดคุยอย่างเป็นกันเอง

โปสเตอร์คอนเสิร์ต Mr. Big Live in Bangkok

โปสเตอร์คอนเสิร์ต Mr. Big Live in Bangkok

 

“ผมจำไม่ได้ว่าพวกเราเดินทางมาเปิดการแสดงสดที่เมืองไทยกี่ครั้งแล้ว แต่ผมเดาว่าน่าจะมากกว่า 3 ครั้งนะ” ฟร้อนต์แมนของวงอย่าง Eric Martin เกริ่นนำด้วยรอยยิ้ม บอกตามตรงว่าผู้เขียนก็จดจำได้แค่ว่า ครั้งล่าสุดที่ Mr. Big มาเล่นคอนเสิร์ตในเมืองไทยก็ปี 2009 นู่น ซึ่งพวกเขาก็ยังคงยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ยังคงรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลับมา

และดูเหมือนว่า Billy Sheehan จะเป็นสมาชิกหลักที่คอยตอบคำถาม โดยมี Eric Martin คอยเสริมให้ในบางครั้งบางคราว Billy กล่าวว่าโชว์ที่กรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้จะมาพร้อมความพิเศษอย่างแน่นอน อาจจะมีเซสชั่นเพลงบัลลาดในเวอร์ชั่นอะคูสติกมาฝากแฟนๆ ชาวไทย รวมถึงการหยิบบทเพลงจากอัลบั้มล่าสุด Defying Gravity ที่เพิ่งปล่อยออกมาเมื่อปีที่แล้วมาเล่นให้ฟังกันแบบสดๆ ซึ่งตอนนั้นในใจเราก็แอบลุ้นขึ้นมาทันทีว่า จะได้ยินเพลงฮิตตลอดกาลอย่าง “To Be With You” ในเวอร์ชั่นพิเศษบนเวทีหรือไม่

จากซ้าย: Eric Martin และ Billy Sheehan

จากซ้าย: Eric Martin และ Billy Sheehan

 

อีกหนึ่งความพิเศษที่ Mr. Big เตรียมเอาไว้ และเราไม่อยากให้ทุกคนพลาดนั่นก็คือ การรำลึกแด่การจากไปอย่างไม่มีวันกลับของ Pat Torpey นั่นเอง “อันที่จริงโชว์ของพวกเรามีความพิเศษอยู่ในทั้งโชว์นั่นแหละ Pat ยังอยู่ในความทรงจำของพวกเราเสมอ และเราจะทำให้ดีที่สุดเพื่อเขา” Billy กล่าว ส่วน Paul Gilbert ก็ขอเสริมทัพอย่างชัดเจนว่า พรุ่งนี้จะเป็นคอนเสิร์ตร็อคแอนด์โรลที่วิเศษที่สุด

สำหรับ Matt Starr มือกลองผู้มาสืบทอดตำแหน่งของ Pat Torpey ซึ่งเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของ Mr. Big ไปแล้ว หลายคน (รวมถึงเรา) อาจตั้งข้อสงสัยว่า เขาต้องเผชิญหน้ากับความกดดันมากน้อยแค่ไหนในการตกปากรับคำมาประจำการหลังกลองชุดในซูเปอร์กรุ๊ปวงนี้

จากซ้าย: Paul Gilbert และ Matt Starr

จากซ้าย: Paul Gilbert และ Matt Starr

 

“แน่นอนว่าผมกดดัน มันเป็นสถานการณ์ที่ต่างออกไปนะ มันคือความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของผมเลยล่ะ” มือกลองที่เพื่อนๆ ต่างแซวว่าเขาเป็นชายหนุ่มขี้อายเผยความในใจ แต่ท้ายที่สุด Matt ก็บอกว่า สิ่งสำคัญในตอนนี้คือการที่วงจะสร้างประสบการณ์บทใหม่ร่วมกันต่อไปมากกว่า

การสัมภาษณ์ยังคงดำเนินต่อไป มีหลายคนถามถึงเซ็ตลิสต์ที่ Mr. Big จะนำมาเล่นในโชว์ของวันพรุ่งนี้ รวมถึงคำว่า “Electric Drill” ที่ดังก้องขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมห้องนั้น “แน่นอน! พวกเราเตรียมเพลงนี้มา” Billy ประกาศก้อง ซึ่งแฟนคลับตัวยงของ Mr. Big คงทราบดีว่า Electric Drill นั้นก็หมายถึงอีกหนึ่งเพลงดังของพวกเขาอย่าง Daddy, Brother, Lover, Little Boy” แทร็คเปิดหัวสุดมันจากอัลบั้ม Lean Into It เมื่อปี 1991 นั่นเอง

ไหว้สวยๆ จาก Mr. Big

ไหว้สวยๆ จาก Mr. Big

 

หลายครั้งหลายคราที่เหล่าสมาชิก Mr. Big เน้นย้ำว่า พวกเขามีความสุขและตื่นเต้นเพียงใดที่ได้กลับมาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง ซึ่ง Billy ก็เอ่ยปากว่าชื่นชอบอาหารและวัฒนธรรมไทยอยู่มากทีเดียว อีกทั้งเขายังกล่าวอีกว่า หากมีโอกาสก็อยากพาวง Mr. Big ไปเล่นสดตามหัวเมืองใหญ่ๆ อาทิ จังหวัดเชียงใหม่ หรือ ภูเก็ต อยู่เหมือนกัน

ณ วินาทีนั้นเราสงสัยว่า อะไรที่ทำให้ Mr. Big อยู่ยงคงกระพันมาถึง 30 ปีเต็ม แม้ว่าจะมีช่วงที่ยากลำบากอยู่บ้าง การแยกวงไปถึง 7 ปีเต็มระหว่างปี 2002-2009 การแยกตัวออกไปของ Paul Gilbert รวมถึงการไม่ลงรอยกันระหว่าง Billy Sheehan และสมาชิกคนอื่นๆ แต่ท้ายที่สุด สมาชิกยุคก่อตั้งวงทุกคนก็กลับมารียูเนี่ยนกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา และเราเชื่อมั่นเหลือเกินว่า Pat Torpey คงร่วมเดินทางมาด้วยหากว่าเขายังมีชีวิตอยู่

“เรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้แฟนเพลงของพวกเราเลยครับ Mr. Big มีแฟนเพลงที่อะเมซิ่งมากๆ และสิ่งๆ นั้นมีความหมายและสำคัญกับพวกเรามากเช่นกัน ผมว่าเป็นเหตุผลที่ทำให้วงดนตรีวงนี้มีอายุมาถึง 30 ปีเข้าให้แล้ว” Billy Sheehan เป็นตัวแทนวงตอบคำถามนี้จาก Sanook! Music

คลิกฟังเพลงของ Mr. Big ได้ที่นี่

เรายังคงยิงคำถามอย่างต่อเนื่อง จากประเด็นที่เราตั้งข้อสังเกตว่า ซาวด์ฮาร์ดร็อคแท้ๆ ที่มาจากตัวตนและจิตวิญญาณของศิลปินช่างหาได้ยากในยุคสมัยนี้ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลกลใด จากวัฒนธรรมการฟังเพลงที่เปลี่ยนไป ความฉาบฉวยต่างๆ นานา แล้ว Mr. Big ในฐานะผู้สร้างสรรค์ซาวด์ฮาร์ดร็อคอันทรงพลังมาตั้งแต่แรกล่ะ พวกเขาคิดเห็นอย่างไร? ดนตรีฮาร์ดร็อคได้เลือนหายไปกับกาลเวลาแล้วหรือยัง?

เซอร์ไพรส์ไม่น้อยเมื่อ Paul Gilbert มือกีตาร์ที่นั่งยิ้มอย่างเดียวมาสักพักยกไมโครโฟนประจำตัวขึ้นมา และกล่าวสั้นๆ แต่ได้ใจความว่า “พวกคุณคิดผิดแล้วล่ะ ร็อคแอนด์โรลเจ๋งที่สุด และร็อคแอนด์โรลไม่มีวันตาย” เรียกเสียงฮือและปรบมือก้องจากทุกคนในห้องดังกล่าว

ก่อนจากลา ประโยคที่ว่า “พวกเราจะเล่นให้ดีที่สุดเพื่อแฟนเพลงชาวไทยทุกคน” ก็เอื้อนเอ่ยออกมาจากปากของ Eric Martin เสมือนเป็นคำมั่นสัญญาที่ทำให้รู้ได้ทันทีเลยว่า Mr. Big Live in Bangkok ในคืนวันพรุ่งนี้จะมันขนาดไหน!

 

*** ใครอยากไปสัมผัสประสบการณ์ความมันครั้งยิ่งใหญ่จาก Mr. Big ยังสามารถหาซื้อบัตรได้ทางไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา รวมถึงหน้างาน ราคา 3,000 และ 2,000 บาท รายละเอียดเพิ่มเติมคลิกไปที่เฟซบุ๊กเพจ OD Rock Fest ***

 

Story by: Chanon B.
Photos by: OD Rock Fest