"Editors" นักเล่าเรื่องราวความรุนแรงผ่านดนตรีร็อค

"Editors" นักเล่าเรื่องราวความรุนแรงผ่านดนตรีร็อค
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

ในปัจจุบันนี้วงการเพลงประเทศอังกฤษเองเป็นบ้านของศิลปินแถวหน้ามากมาย  ซึ่งหลายๆวงนั้นก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและความสามารถไม่ธรรมดา จนทำให้ตอนนี้ศิลปินจากเมืองผู้ดีหลายๆคน ได้เข้ามายึดใจผู้ฟังทั่วโลกด้วยเรื่องราวและเสียงดนตรีที่พวกเขาถ่ายทอด 

 

โดยหนึ่งในวงดนตรีอังกฤษที่มีผลงานโดดเด่นก็คือ Editors วงอินดี้ร็อคที่นำทีมโดยสมาชิกอย่าง  Tom Smith (นักร้องนำ และมือกีต้าร์), Russell Leetch (มือเบส และ ซินธิไซเซอร์ ), Ed Lay (มือกลอง), Justin Lockey (มือกีต้าร์), และ Elliott Williams (มือกีต้าร์ และ ซินธิไซเซอร์) เพราะนอกจากพวกเขาจะทำเพลงที่มีเนื้อหาที่เน้นถ่ายทอดอารมณ์ และเปิดโอกาสให้ผู้ฟังสามารถนำเรื่องราวตัวเองไปผูกกับเพลงแล้ว ซาวด์ดนตรีพวกเขาก็ผสมผสานความร็อคแบบดิบๆ กับซาวด์อิเล็กทรอนิกส์เท่ๆได้อย่างลงตัว  

 

สมาชิกวง Editors

สมาชิกวง Editors จาก ซ้ายไปขวา Russell Leetch, Elliott Williams, Tom Smith, Ed Lay และ Justin Lockey

 

ถึงแม้ว่าจะมีแนวทางที่แตกต่าง แต่ผลงานของวงก็ได้รับความนิยมพอสมควรในกลุ่มแฟนเพลง อย่างเช่นในอัลบั้มชุด 2 An End Has a Start ที่ทำยอดขายสูงกว่า 6 แสนชุดทั่วโลกหลังจากที่วางขายแค่ครึ่งปี  โดยในปัจจุบันนี้ พวกเขามีผลงานออกมา 6 อัลบั้ม ซึ่งผลงานชุดที่ 6 อย่าง Violence ที่มาพร้อมซิงเกิลโปรโมตอย่าง “Magazine” และ "Hallelujah (So Low)" ที่เพิ่งได้วางขายเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา 

 

 

 

โดยล่าสุด  Sanook Music ก็มีโอกาสได้สัมภาษณ์พิเศษกับ Ed Lay มือกลองวง Editors ถึงผลงานชุดใหม่ Violence รวมไปถึงเบื้องหลังการทำงานเพลงของวง ที่ทำให้ผลงานพวกเขาออกมาเท่และไม่เหมือนใคร จนทำให้ทางวงเป็นที่น่าจับตามอง 

 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้ทางวงตัดสินใจนำเสนอเรื่องความรุนแรง ในอัลบั้มชุด Violence

Ed Lay : “ผลงานชุดนี้ทำออกมาเพื่อสะท้อนสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันครับ ในขณะนี้ โลกเราเต็มไปด้วยข่าวสาร ความคิดเห็น ที่พวกเราเองมองว่ามันรุนแรง ซึ่งปกติแล้วการเขียนเพลงก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราไม่ต้องโฟกัสกับเรื่องราวรุนแรง”

 

ผลงานอัลบั้มนี้ทางวงได้โปรดิวซ์และเรียบเรียงเองด้วย คิดว่าอะไรคือสิ่งที่ยากสุดในการโปรดิวซ์อัลบั้มเอง 

Ed Lay : “การรับหน้าที่โปรดิวซ์ผลงานเองมันทำให้พวกเรามีอิสระในการทำงานมาก แต่มันจะมีข้อจำกัดในการทำงานบ้าง ซึ่งในอัลบั้มชุด Violence ทางวงก็มีโปรดิวเซอร์อย่าง Blanck Mass และ Leo Abraham มาช่วยทำให้ผลงานสมบูรณ์ เพราะถึงแม้ว่าพวกเราจะชื่นชอบศิลปะในการทำงานด้วยตัวเองทั้งหมด แต่การมีศิลปินและโปรดิวเซอร์คนอื่นมาช่วย มันก็ทำให้ผลงานของเราเป็นที่ยอมรับในวงกว้างมากขึ้น”

 

ทำไมทางวงถึงเลือกนำเสนอ “Magazine” เป็นซิงเกิลแรก มีอะไรที่พวกคุณต้องการสื่อเป็นพิเศษไหม 

Ed Lay : “ผลงานเพลงนี้เป็นซิงเกิลที่เราทำไว้นานมาก ประมาณ 8 ปีที่แล้ว แต่พวกเรามองว่าเหตุการณ์ทางการเมืองและการปกครองในปัจจุบันมันเข้ากับสิ่งที่เพลงต้องการสื่อ แต่จริงๆแล้วนอกจากเรื่องการเมืองการปกครองแล้ว ผลงานเพลงนี้ก็สามารถตีความแบบอื่นได้ ขึ้นอยู่กับตัวคนฟังครับ”

 

 

 

อีกหนึ่งผลงานเพลงที่ทางวงปล่อยออกมา “Hallelujah (So low)” มาจากชีวิตของผู้อพยพในประเทศกรีซที่คุณพบเจอ ประสบการณ์ตอนนั้นเปลี่ยนชีวิตพวกคุณอย่างไรบ้าง 

Ed Lay : “การได้พบเจอผู้อพยพมันเป็นประสบการณ์ที่เปลี่ยนชีวิตพวกเราอย่างมาก คือไม่ว่าใครที่ได้เห็นภาพเหล่านั้น จะต้องรู้สึกสะเทือนใจแน่นอน เพราะตอนนั้นพวกเราได้เห็นผู้คนที่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ รวมถึงครอบครัวของพวกเขาก็ต้องทำทุกอย่างเพื่อเอาตัวรอด การได้พบเจอพวกเขาทำให้ทางวงเองรู้สึกโชคดีที่พวกเราไม่ต้องใช้ชีวิตแบบนั้น และมันก็ทำให้ทางวงเองอยากทำอะไรสักอย่างเพื่อสร้างความเท่าเทียมบนโลกใบนี้ให้มีมากขึ้น”

 

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้สมาชิกตัดสินใจนำดนตรี อิเล็กทรอนิกส์มาผสมกับแนวร็อค 

Ed Lay : “ พวกเราชื่นชอบดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มานานแล้ว และทางวงก็นำมันมาผสมผสานในอัลบั้มชุดแรก ซึ่งมันก็ทำให้เพลงของเรามีความซับซ้อนทางดนตรีมากขึ้น มันทำให้เพลงมีความละเอียดมากขึ้น และสามารถสื่อสารอารมณ์อันซับซ้อนของเพลงให้ผู้ฟังได้มากขึ้น ยิ่งในอัลบั้มนี้ พวกเราได้ทำงานกับศิลปินอย่าง Blanck Mass เจ้าของเพลง “World Eater” ซึ่งทางวงชอบเพลงนั้นมาก พวกเราเลยชวนเขามาร่วมงานด้ในพาร์ทดนตรีอีเล็กทรอนิกส์เพราะการร่วมงานกับเขาเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก”

 

สิ่งที่ทำให้ผลงานเพลงของวง Editors ไม่เหมือนใคร คือเนื้อหาเพลงที่สามารถตีความได้หลายมุม อะไรคือสิ่งที่ทำให้วงทำเพลงแบบนี้ 

Ed Lay : “พวกเราไม่ใช่ศิลปินที่เน้นเล่าเรื่องเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน แต่พวกเราเน้นทำเพลงที่เล่นกับอารมณ์คนฟัง ด้วยการเขียนเรื่องราวให้สามารถคิดตามได้หลายมุม เพื่อให้ผู้ฟังสามารถฟังเพลงและตีความเพลงในแบบของเขาได้อย่างอิสระ”

 

ในฐานะที่ทางวงได้ก่อตั้งมาก่อนยุคโซเชียลมีเดีย การเข้ามาของโซเชียลมีเดียเปลี่ยนวิธีการทำงานของวงไปมากไหม 

Ed Lay :  “ผมมองว่ามันให้คนเสียสมาธิง่ายขึ้น และทำให้หลายคนฟังความเห็นของคนอื่นมากขึ้น แทนที่จะสนุกสนานกับชีวิตและสิ่งที่เกิดขึ้นต่อหน้า แต่ผมเองก็มองว่ามันไม่ได้มีผลกระทบต่อการทำงานของวงมากนัก จริงๆผลงานเราหลายๆชิ้นก็ได้แรงบันดาลใจจากสิ่งที่เกิดขึ้นในโลกออนไลน์เหมือนกัน”

 

สำหรับคำถามสุดท้าย ทาง Sanook Music ได้ถามความเห็น Ed ว่าเขารู้สึกกลัวหรือไม่สบายใจกับความรุนแรงที่เกิดในสังคมบ้างไหม ซึ่งเขาก็ตอบมาสั้นๆว่า “พวกเราวง Editors และตัวผมเองก็รู้สึกไม่ชอบสิ่งที่เกิดขึ้นครับ แต่ในฐานะที่ตัวผมเองเป็นคุณพ่อ ผมเองก็จะพยายามสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น เพื่อลูกๆของผม”

 

อัลบั้มชุด Violence

 

ถึงแม้จะเป็นการถามตอบสั้นๆ แต่การสัมภาษณ์ครั้งนี้ก็ทำให้ทางผู้ฟังได้รู้จักตัวตนของวง Editors มากขึ้นและได้ทราบเหตุผลที่พวกเขาทำผลงานไม่เหมือนใคร โดยแฟนๆสามารถฟังผลงานพวกเขาได้แล้วที่ JOOX Music Application ครับ 

Story : Sidhipong W.

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/