ตำนานแห่งวงการดนตรีที่แท้จริง กับครั้งแรกของ John Legend Live in Bangkok

ตำนานแห่งวงการดนตรีที่แท้จริง กับครั้งแรกของ John Legend Live in Bangkok
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

บรรยากาศหน้าคอนเสิร์ต John Legend Darkness and Light Tour Live in Bangkok 2018 โดยทีมผู้จัด บริษัท หนีกรุง คอนเน็ค จำกัด เมื่อคืนวันศุกร์หรรษาที่ 23 มี.ค. 2561 เต็มไปด้วยรอยยิ้มของคนที่รักในเสียงดนตรีจริงๆ เพราะแต่ละคนเตรียมความพร้อมมาฟังเพลง เสียงร้อง และเสียงดนตรีสดๆ จากศิลปิน นักร้อง นักแต่งเพลง และนักแสดงฝีมือฉกาจกันอย่างเต็มที่ สังเกตได้จากหลายๆ คนที่ฮัมเพลงของ John Legend ตั้งแต่ยังไม่ก้าวเท้าเข้าฮอลล์ รวมไปถึงอายุอานามโดยเฉลี่ยของแฟนเพลงแต่ละคนน่าจะอยู่ที่ 20 ปลายๆ 30 ต้นๆ เลยทำให้แทบจะไม่เห็นแฟชั่นเสื้อฮาวายเหมือนคอนเสิร์ตศิลปินวัยรุ่นที่ผ่านๆ มา เมื่อเราได้ชมคอนเสิร์ตกับแฟนเพลงที่อยู่ในวุฒิภาวะค่อนข้างดีแล้ว เราก็หวังไว้เต็มที่ว่าการชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้จะราบรื่น และไร้ปัญหาเรื่องมารยาทของแฟนเพลงเหมือนที่เคยเจอในงานอื่นๆ

 

johnbkk0129

 

เลยเวลาไปราวๆ 30 นาที แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกนักสำหรับคอนเสิร์ตต่างประเทศ คนแรกที่ขึ้นมาเปิดเวทีไม่ใช่ John Legend ที่ทุกคนรอคอย แต่เป็นเซอร์ไพรส์เล็กๆ ที่ทำให้แฟนเพลงยิ้มแก้มปริได้ นั่นคือ คุณวิไลลักษณ์ ไทเก้น คุณแม่ของ Chrissy Teigen ภรรยาสาวสุดสวยของหนุ่ม John Legend นั่นเอง เธอขึ้นมากล่าวสั้นๆ ว่าขออภัยที่สาวคริสซี่ไม่สามารถมาร่วมชมคอนเสิร์ตในครั้งนี้ได้ เพราะคุณหมอสั่งให้เธอบินกลับไปพักรักษาตัว (เนื่องจากเธอกำลังตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง) แต่ตัวเธอเองมีความสุขที่ได้กลับมาประเทศไทย และเป็นตัวแทนของสาวคริสซี่มาแนะนำลูกเขยในวันนี้ เรียกเสียงเชียร์ และรอยยิ้มให้กับแฟนๆ ได้ตั้งแต่โชว์ยังไม่เริ่มกันเลยทีเดียว

จากนั้นก็เป็นการบรรเลงความสนุกตามแบบฉบับของ John Legend เสียงร้องที่ดังก้องกังวานราวกับเปิดซีดี และเสียงเปียโนนุ่มลึกที่เป็นซิกเนเจอร์ของเขาในเพลง I Know Better” จากอัลบั้มล่าสุด Darkness and Light จากนั้นหนุ่ม John ทักทายแฟนเพลงอย่างเป็นกันเอง และชวนให้ทุกคนลุกขึ้นจากเก้าอี้ มาโยกย้ายส่ายสะโพกกันต่อด้วย Penthouse Floor” ก่อนจะลดจังหวะลงเล็กน้อยกับ Tonight” (Best You Ever Had) ที่หนุ่ม John กล่าวถึงความประทับใจที่ได้ทำงานร่วมกับ Chance the Rapper ใน “Penthouse Floor” และกับ Ludacris ในเพลงนี้ด้วย

 

johnbkk0130

johnbkk0162

 

ใครที่คิดว่าคอนเสิร์ตของหนุ่มอาร์แอนด์บีโซลที่มักจะปรากฏตัวพร้อมกับเปียโนคู่ใจคนนี้จะมีแต่เพลงช้าๆ ซึ้งๆ เพราะเมื่อสิ้นสุดคำกล่าวทักทายของ John Legend ว่ากรุงเทพเป็นเมืองสุดท้ายสำหรับเอเชียทัวร์ของเขา และแน่นอนว่าประเทศไทยมีความพิเศษสำหรับเขามาก (ภรรยาของเขาเป็นลูกครึ่งไทย-นอร์เวย์) มาระเบิดความมันกันดีกว่า เซ็ตลิสต์ของเขาจึงเต็มไปด้วยเพลงชวนให้ลุกเต้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Love Me Now”, “Made to Love”, “Green Light” เพลงจังหวะกลางๆ ฟังสบายที่ใครๆ ก็หลงรักอย่างผลงานเก่าๆ ทั้ง Used to Love You”, “Stay With You” จากอัลบั้ม Get Lifted, “Save the Night” จากอัลบั้ม Love in the Future รวมไปถึงเพลงเซ็กซี่เร่าร้อนอย่าง Darkness and Light” และ Slow Dance” ต่อด้วยเพลงคัฟเวอร์สุดเปรี้ยวอย่าง Superfly” (Curtis Mayfield) ที่เปลี่ยนเวทีให้กลายเป็นสีแดงฉาน พร้อมกับแฟนเพลงผู้โชคดีที่ได้กอด และใกล้ชิดเขาตลอดทั้งเพลง (พร้อมหยอดคำหวานว่า ‘You know I love Thai girl.’ จากเชื้อสายไทยของศรีภรรยา)  พิสูจน์ให้เห็นว่าคุณพ่อลูกอ่อนคนนี้ยังไงก็ยังคงฮอตในสายตาของสาวๆ อยู่ดี

ในส่วนของเพลงฮิตก็ขนมาหมดเท่าที่ทุกคนจะนึกออกเช่นกัน ทั้ง Like I’m Gonna Lose You” ที่หนุ่ม John เหมาท่อนของสาว Meghan Trainor ได้อย่างยอดเยี่ยม เพลง Save Room” ที่แฟนๆ กรี๊ดรอกันตั้งแต่อินโทรขึ้น และร้องคลอกันตามได้อย่างง่ายดาย และ P.D.A” (We Just Don’t Care) เพลงโปรดตลอดกาลของเรา (และอีกหลายๆ คนในฮอลล์) ผลงานจากอัลบั้ม Once Again ตามด้วยอีกเพลงที่แค่อินโทรก็รู้ว่าเพลงอะไรอย่าง Beauty and the Beast” ที่ John ร้องท่อนของสาว Ariana Grande ได้ดีจนกลายเป็นเพลงของเขาโดยสมบูรณ์แบบ รวมไปถึง Ordinary People” ที่โชว์เสน่ห์ของ John Legend ได้อย่างเต็มที่ เพราะหลายๆ คนชอบที่จะได้เห็นเขาโชว์พลังเสียงเคล้าคลอไปกับเสียงเปียโน และแฟนเพลงพร้อมใจกันร้องคอรัสตามให้จนหนุ่ม John ประทับใจไปด้วย เลยแถมเซอร์ไพรส์เล็กๆ อย่าง Lay Me Down” ผลงานคัฟเวอร์ของ Sam Smith เวอร์ชั่นอะแคปเปลล่าที่ฟังแล้วขนลุกกันได้ง่ายๆ เลยทีเดียว

 

johnbkk0193

johnbkk0197

 

ช่วงซึ้งๆ ที่หลายคนประทับใจคงหนีไม่พ้น “You & I (Nobody in the World)” ที่เราได้เห็นภาพประกอบเพลงเป็นบรรยากาศครอบครัวอันสุดอบอุ่นของ John Legend, Chrissy Teigen และลูกสาวตัวน้อยอย่างหนู Luna หรือน้องจันทร์เจ้า และเพลงหลัง encore ที่ทุกคนรอคอยอย่าง All of Me” ที่ฟังกี่ทีก็ไม่เคยเบื่อ และสมแล้วที่ได้รางวัลแกรมมี่เมื่อปี 2015 สาขา Best Remixed Recording, Non-Classical

John Legend ไม่ได้มีแต่เพลงรัก เขาเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวหนักๆ ที่เกี่ยวข้องกับสังคมในประเด็นที่เซนซิทีฟอย่างการแบ่งชนชั้น เรื่องของการถูกกีดกันของประชากรชาวผิวสี และปลุกระดมให้ทุกคนเห็นคุณค่าของตัวเอง และมองคนอื่นอย่างเท่าเทียมผ่านเพลง Wake Up Everybody” และ Glory” ที่เขาเลือกให้เป็นเพลงสุดท้ายของโชว์ ส่งทุกคนกลับบ้านด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจกับทุกบทเพลงที่เขาเลือกสรรมาให้เราได้ฟังกันท่ามกลางบรรยากาศแสนอบอุ่น และเราสัมผัสได้ถึงความตั้งใจในการแสดงสดของเขาอย่างแท้จริง

 

johnbkk0210

johnbkk0221

 

อีกอย่างที่ทำให้การแสดงสดในครั้งนี้สร้างความประทับใจให้อย่างง่ายดาย คือเรื่องของโปรดักชั่น แสง สี เสียง ที่ครบเครื่อง ดนตรีและเสียงร้องไม่มีสะดุด เสียงเครื่องดนตรีทั้งกลอง กีตาร์ เบส คีย์บอร์ด ก็ได้ยินชัดทุกเม็ด แม้ว่า John Legend จะมาพร้อมเปียโน แต่เขาไม่ได้นั่งเล่นเปียโนนิ่งๆ ตลอดโชว์ เพราะเขาเป็นเอนเตอร์เทนเนอร์ชั้นเยี่ยมที่ทั้งเล่นดนตรี ทั้งร้อง ทั้งเต้น และใช้พื้นที่บนเวทีได้ครบทุกส่วน รวมไปถึงการแสดงของทีมเครื่องเป่าสุดแซ่บ และทีมคอรัส+แดนเซอร์ที่น่ารักร่าเริงแจ่มใส ลีลาของพวกเธอขโมยซีนหนุ่ม John ไปได้หลายหมัด และเชื่อว่าแฟนเพลงหลายคนน่าจะชอบ 3 สาว จนเผลอมองเผลอเต้นตามไปหลายเพลงเช่นกัน

สิ่งที่กวนใจเล็กๆ เห็นจะเป็นเรื่องของการจัดเก้าอี้นั่งในระดับราบเท่ากันทั้งฮอลล์ ที่มีปัญหาเมื่อแฟนเพลงด้านหน้ายืนชม ในขณะที่ด้านหลังอยากจะนั่งชมแต่โดนบังอย่างเลี่ยงไม่ได้ (และคอนเสิร์ตแนวนี้ก็มักจะลุกๆ นั่งๆ กันอยู่แล้วด้วย) ตามปกติแล้วหากคนด้านหน้ายืน เราก็ยืนตาม และหากคนด้านหน้านั่ง เราก็ควรจะนั่งตามด้วยเช่นกัน แต่บางคนอาจไม่รู้ตัวว่าการยืนชมตลอดอาจทำให้ผู้ชมด้านหลังถูกบัง และขาดอรรถรสในการชมคอนเสิร์ตไปได้ง่ายๆ รวมไปถึงปัญหาของผู้ชมที่ลุกขึ้นเดินเข้าเดินออกเพื่อไปห้องน้ำบ้าง เติมแอลกอฮอลล์บ้าง ออกไปรับเพื่อนบ้าง ซึ่งเมื่อประตูทางเข้าออกมีอยู่ไม่มาก และการจัดแถวเก้าอี้ที่ค่อนข้างติดกันยาว ผู้ชมที่นั่งใกล้ประตูเข้าออกต้องเจอคลื่นมหาชนเดินผ่านหน้าไปมาอยู่หลายต่อหลายครั้ง ทำให้อรรถรสในการชมคอนเสิร์ตลดลงเช่นเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การแสดงของ John Legend ก็ถือว่าคุ้มค่ากับทุกบาททุกสตางค์ในกระเป๋า เต็มอิ่มกับทุกรสชาติที่นำมาเสิร์ฟให้พวกเราได้ฟังกันถึงที่ เจ้าพ่อเพลงรักที่แต่งเพลงจากประสบการณ์ตัวเอง และยังถ่ายทอดมุมอบอุ่นๆ ของการเป็นแฟมิลี่แมนอย่างแท้จริงของเขานั้น ทำให้ John Legend เป็นศิลปินที่ทุกคนรู้สึกจับต้องได้ เข้าถึงได้ และยินดีมากๆ ที่จะบอกกับแฟนเพลงในค่ำคืนวันนั้นว่า พวกคุณโชคดีมากที่ไม่พลาดประสบการณ์คอนเสิร์ตจากคนที่เรากล้าเรียกได้ว่าเป็นศิลปินอย่างแท้จริง

 

 

 

____________________

Story : Jurairat N.

Photos : หนีกรุง คอนเน็ค