ท้าแดด ท้าลม ท้าความมัน 9 ชั่วโมงเต็มไปกับ “Smallroom Holiday Party”

ท้าแดด ท้าลม ท้าความมัน 9 ชั่วโมงเต็มไปกับ “Smallroom Holiday Party”
S! Music (Exclusive)

สนับสนุนเนื้อหา

นานทีปีหน ค่ายเพลงห้องเล็ก Smallroom เขาจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่แบบยกค่ายกันทั้งที จำได้ว่าครั้งล่าสุดก็หกปีดีดักแล้ว คราวนี้พวกเขาเลยขอจัดหนัก ยกขบวนไปเสิร์ฟความสนุกกันริมทะเลกันถึงชายหาดบ้านอำเภอ จ.ชลบุรี กับ 9 ชั่วโมงเต็มที่ครบอรรถรสสุดๆ ทั้งร้อน กระโดดโลดเต้น น้ำตาซึม ไปพร้อมๆ กับ 14 ศิลปินใน Leo Presents Smallroom Holiday Party มันส์หายห่วง”

แม้จะผ่านพ้นไปราวสัปดาห์ แต่ภาพความประทับใจยังตราตรึง ออกเดินทางจากกรุงเทพมหานครสู่นาจอมเทียน 32 ตั้งแต่กลางวันแสกๆ ถึงที่พักก็เอนตัวลงนอนได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็ต้องเตรียมตัวขับรถไปที่งาน เพราะบ่ายสามครึ่งมีโชว์พิเศษ (ที่ไม่รู้ว่าคืออะไรกันแน่) จากศิลปิน Smallroom ทว่าท้ายที่สุดก็พลาด มารู้ทีหลังว่าเป็นโชว์อะคูสติกสุดพิเศษที่แฟนๆ ได้ยืนท้าลมร้อนตอนบ่ายฟังกันแบบใกล้ชิด

โชว์อะคูสติกสุดพิเศษ

แก๊งผู้จัด

อีกไม่นานหลังจากนั้น เหล่าแก๊งผู้จัดทั้งแปดแห่ง Smallroom อย่าง ดิม-หรินทร์ สุธรรมจรัส (นักร้องนำ Tattoo Colour – Public Relations), รัฐ พิฆาตไพรี (มือกีตาร์ Tattoo Colour – Show Director), เอี่ยว-ปุรวิชญ์ ขาวลออ (มือกลอง The Richman Toy – Usher หรือ Security), เย่-จักรพันธ์ บุณยะมัต (นักร้องนำ/มือกีตาร์ Slur – Lighting), เตอร์-ทีปต์ ฟรานซิส (มือเบส The Jukks – Live Sound), บอส-ภูริช พันธุ์สุข และ ยิ้ม-ประวิทย์ ฮันสเตน (มือกีตาร์และมือกลอง Somkiat – Creative Director และ Location Man) และ เพียว วาตานาเบะ (มือเบส Polycat – Food & Beverages Manager) ก็ก้าวขึ้นสู่เวทีเพื่อเปิดงานอย่างเป็นทางการ พร้อมรับส่งมุขกันแบบเป็นกันเองตามศสไตล์คำห้อยท้ายชื่องานว่า Party เพียงแต่ย้ายปาร์ตี้จากในห้องหรือในฮอลล์คอนเสิร์ตมาเป็นริมหาดนั่นเอง

อิมเมจ สุธิตา

เหล่าแก๊งนางฟ้า

ได้เวลา “มันส์หายห่วง” กันแล้ว เริ่มต้นด้วยสมาชิกคนล่าสุดของค่ายห้องเล็กอย่าง อิมเมจ-สุธิตา ชนะชัยสุวรรณ ที่มีแฟนคลับมารอกันเพียบ (แม้อุณหภูมิช่วง 16.30 น. จะพาให้เหงื่อไหลไคลย้อยมากแค่ไหนก็ตาม!) แม้จะยังไม่ได้ปล่อยซิงเกิลกับทางค่าย ทว่าแต่ละเพลงที่เธอเลือกมาก็เด็ดๆ ทั้งนั้น เปิดหัวด้วย “โลกไม่ใช่ของเรา” จากวงบัวหิมะ ก่อนจะเข้าสู่โหมดเศร้ากับ “ซ่อนหา” จาก Tattoo Colour และ Heroes” ของ ญารินดา ที่ดูสาวอิมเมจจะอินอยู่มากทีเดียว แต่เซอร์ไพรส์มาอยู่ที่เพลงสุดท้ายของโชว์กับเพลง “บุ๋ง” เมื่อแขกรับเชิญของเธอคือ “แก๊งนางฟ้า” ที่ได้ จีน กษิดิศ, เปอติ๊ด, ลิตเติ้ล Two Pills After Meal และ ... มารีญา พูลเลิศลาภ มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ประจำปี 2560 อดีตศิลปินค่าย Smallroom มาร่วมแจม เอาเป็นว่าแทบไม่ได้กระพริบตากันเลยล่ะ

มารีญา พูลเลิศลาภ

Slur

 ยังไม่มีทีท่าว่าอุณหภูมิจะลดลง แต่ Slur ก็เพิ่มความเดือดให้กับหาดบ้านอำเภอด้วยเพลงอย่าง “เซโรงัง”, “หากใจ”, “หรือ” และ “โรคจิต” ต่อด้วยวงรุ่นน้องอย่าง Summer Stop ที่ขนเพลงจากอัลบั้ม FREEZE มาเล่นให้ฟังเพียบ อาทิ “เจอหน่อย”, “ไปต่อ” หรือแม้แต่ “อยากให้เป็นอย่างนี้ทุกวัน”

Summer Stop

Somkiat

บอส Somkiat เข่าหลุดจนต้องนั่งเล่นจนจบโชว์

แดดร่มลมตกเสียที ถึงคิว Somkiat ขึ้นมาสร้างความสนุก ดูเหมือนว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ของวงดนตรีวงนี้จะเข้าที่เข้าทางมากขึ้นเรื่อยๆ บิลด์ความสนุกให้แฟนๆ Smallroom โยกย้ายร่างกายกันอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะสองเพลงสุดท้ายอย่าง “ช่างมัน” และ “ขอวอน 2” นี่เรียกได้ว่า กระหึ่มหาด! แม้จะมีอุบัติเหตุเล็กน้อยเมื่อ บอส มือกีตาร์ของวงเข่าหลุดบนเวที แต่เขาก็โชว์สปิริตนั่งเล่นจนจบ ... ปรบมือสิรออะไร! ส่งไม้ต่อให้ Polycat ที่แฟนๆ ร้องตามกันได้ทุกเพลงอย่างแท้จริง แถมคอสตูมสีชมพูจี๊ดจ๊าดของนายเพียว วาตานาเบะ นี่ยอมใจของจริง

Polycat

Penguin Villa

ถึงเวลารุ่นใหญ่สองวงติด เริ่มด้วย Penguin Villa หรือ เจ-เจตมนต์ มละโยธา ที่หวนคืนสู่สังเวียนด้วยเพลงใหม่ “ร้อยล้านวิว” พร้อมสองเพลงฮิตที่ไม่ได้ฟังเวอร์ชั่นสดมานานอย่าง Good Morning” และ “Acrophobia” ต่อด้วยอีกวงที่หายหน้าหายตาไปนานเช่นกันอย่าง Barbies ที่ดีกรีความเดือดไม่เคยลดลง “ก่อนวันสุดท้าย”, “พล่าน”, “บ้า” คือพลังแห่งอัลเทอร์เนทีฟร็อคที่ไม่เคยเสื่อมมนต์ขลัง ขนลุกตลอดโชว์จริงๆ

 

Barbies

Greasy Cafe

Greasy Cafe

เพิ่งผ่านไปครึ่งทางเองหรือ? ... เราคิดในใจ ราตรีนี้ยังอีกยาวไกล เล็ก-อภิชัย ตระกูลเผด็จไกร หรือ Greasy Cafe ขอเปลี่ยนโหมดสู่ความหม่นเศร้าจากเพลงในอัลบั้มใหม่และเก่าทั้ง “ระเบิดเวลา”, “ฝืน”, “ความเลือนราง” และปิดด้วย “สิ่งเหล่านี้” ที่ทำให้เรารู้สึกว่า Greasy Cafe ได้ยืนยันความเป็นอีกหนึ่งไอคอนของวงการดนตรีอินดี้บ้านเราไปเรียบร้อยแล้ว เปลี่ยนฟีลสักเล็กน้อยกับ เปอติ๊ด-ญาดา โกเมศ ที่ทำโชว์ได้น่าสนใจไม่น้อย นอกจากเพลงในอีพี High Soul ที่นำมาเล่นอย่างครบถ้วน ยังขอเซอร์ไพรส์ด้วยการนำเพลง “ไม่เป็นอะไร” ผลงานเก่าของ จิดา มามอบให้คนแข็งนอกอ่อนในทุกคนแบบเจ็บจี๊ดกันถ้วนหน้า

Petite

The Jukks

ส่วน The Jukks ก็ขึ้นเวทีมาพร้อมคอสตูมที่กลายร่างเป็น “ผู้หญิง” กันทั้ง 3 สมาชิก ก่อนที่ แมว มือกลองจะเผยสาเหตุถึงการแต่งตัวสุดแซ่บครั้งนี้ว่า ไม่ต้องการแบ่งแยกเพศบนโลกใบนี้ ไล่เรียงความมันแบบต่อเนื่องทั้ง “อรอนงค์”, “เข้าป่า” และ “หว่าเว้” ในขณะที่ The Richman Toy ก็ค่อยๆ พาปาร์ตี้ริมหาดครั้งนี้ไปสู่สุดพีค โดยเริ่มไต่ระดับจาก “ธิดาประจำอำเภอ” และซิงเกิลล่าสุด “แฟนหาย” ก่อนจะเต้นกันยับทั่วทุกบริเวณใน “กระเป๋าแบนแฟนยิ้ม” และ “อ๊อด อ๊อด”

The Richman Toy

Two Pills After Meal

Two Pills After Meal คือคิวต่อไป ยอมรับว่าการได้ดูการแสดงสดครั้งแรกของ ลิตเติ้ล และ โอห์ม ครั้งนี้เกินความคาดหมาย เรียบเรียงดนตรีใหม่ได้น่าสนใจเอามากๆ เล่นกันอยู่แค่ 2 คน แต่ตรึงคนดูได้อย่างอยู่หมัด มีเพียงเพลง Farewell” ที่ได้ Greasy Cafe มาฟีทเจอริ่ง ต่อด้วยขุ่นแม่จีน กษิดิศ ที่พาชาว Smallroom เต้นรำกันแบบไม่มีเบรกทั้ง “เก็บคำว่ารัก”, “รักสนุก”, “แค่อยากจะขอ” รวมถึง W8” กับเวอร์ชั่นที่หนักแน่นขึ้น ... และเพราะมาก!

จีน กษิดิศ

Tattoo Colour

เผลอแป๊บเดียวเวลาล่วงเลยถึงตีหนึ่งแล้ว Tattoo Colour ที่จับสลากให้วงตัวเองเล่นเป็นวงสุดท้ายก้าวขึ้นสู่เวที ทุกเพลงฮิตถูกนำมาเล่นแบบครบถ้วนทั้ง “เผด็จเกิร์ล”, “ขาหมู”, “โกหก” เมดเล่ย์เพลงช้าที่เศร้าตายกันไปข้างอย่าง “จำทำไม”, “ฟ้า”, “อยากรู้..เสมอมา” และ “โอกาสสุดท้าย” ซึ่งสองเพลงหลังก็ได้เจ้าเก่า Greasy Cafe มาแจม เล่นเอา “โอกาสสุดท้าย” นั้นเพิ่มระดับความดิ่งไปสุดขอบเลยทีเดียว ปิดงานด้วย “Cinderella” และ “เกาะร้างห่างรัก” ที่สมาชิก Tattoo Colour วางเครื่องดนตรีลง และพาคนดูแดนซ์กันไม่ลืมหูลืมตากับซาวด์ EDM ที่ตื๊ดสุดๆ พร้อมชวนเหล่าเพื่อนพ้องน้องพี่ศิลปินในค่ายออกมาร่วมเก็บความประทับใจก่อนจากลา

Tattoo Colour

แม้เปลือกนอกจะเป็นเทศกาลดนตรี แต่เมื่อแกะเปลือกนั้นออก งานนี้คือปาร์ตี้ที่ไม่มีฟอร์มใดๆ ทั้งสิ้น จัดหนักจัดเต็มทั้งศิลปินเองและผู้ชมที่เดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ Smallroom Holiday Party มันส์หายห่วง คือ “ความบันเทิง” ขั้นสุดที่รวบรวมวงดนตรีฝีมือดีไว้ถึง 14 ศิลปินบนเวทีเดียวกัน ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันสนุกมาก สนุกระดับสิบกะโหลก แต่ละวงปล่อยของกันแบบไม่มีกั๊ก จนรู้สึกว่า 9 ชั่วโมงนั้นผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว

นอกจากบรรยากาศริมทะเล เสียงคลื่นซัด หาดทรายนุ่มละเอียดที่ยอดเยี่ยมแล้ว (บรรยากาศช่วงโพล้เพล้ ดวงอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า ทำให้เราพลันนึกถึงเทศกาลดนตรีระดับโลกอย่าง Coachella ขึ้นมาในทันทีทันใด) แต่สิ่งที่แจ๋วกว่านั้นคือ การจัดสรรเวลาที่ไม่เลทแม้แต่นาทีเดียว! นั่นคือสิ่งที่ Smallroom ทำให้เห็นแล้วว่า เทศกาลดนตรีในประเทศไทยไม่จำเป็นต้องเกินเวลาเสมอไป

นอกจากนั้นยังต้องขอชื่นชมการประชาสัมพันธ์งาน จากคอนเทนต์อันสนุกสนานมากๆ ทั้งภาพเคลื่อนไหว (การจับสลากไลน์อัพ, ประชุมลิสต์เพลง) และภาพนิ่ง (อินโฟกราฟิกทั้งหลายแหล่ที่บอกสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ) รวมถึงป้ายงานที่มีพอใกล้เข้าสู่บริเวณจัดงานก็มีให้เห็นเพียบแบบไม่ต้องกลัวหลง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยในจำนวนที่เพียงพอก็ทำให้เราอุ่นใจได้มากทีเดียว

แต่ใช่ว่ามันจะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ปริมาณห้องน้ำที่แม้ว่าจะขนรถสุขามาหลายคัน แต่ก็ดูเหมือนว่าจะยังรองรับต่อผู้เข้าชมงานได้ไม่ทั่วถึง ร้านอาหารที่โปรโมตว่าราคาไม่เกิน 99 บาท แต่ด้วยปริมาณที่อาจจะน้อยไปสักนิดในความรู้สึกเรา รวมถึงซาวด์ที่บริเวณงานด้านหลังอาจรู้สึกไม่เต็มอิ่มนัก ยิ่งเมื่อมีผู้ชมบางส่วนที่ปูเสื่อนั่งกันยาวๆ ส่งผลให้บางคนไม่สามารถเข้าไปร่วมสนุกด้านหน้าได้ แม้จะมีการประชาสัมพันธ์บนเวทีอยู่เป็นระยะแล้วก็ตาม

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ใครที่ผูกพันกับค่าย Smallroom มาตั้งแต่อ้อนแต่ออกน่าจะเต็มไปด้วยความสุขเลยล่ะ และหวังว่าพวกเขาจะกลับมาแบบยกค่ายอีกครั้งในอีกไม่ช้านี้

 

Story by: Chanon B.
Photos by: Smallroom

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/