ออกสเต็ปเต้นรำ ดื่มด่ำซาวด์อินดี้ป็อปแบบฉบับ “Foster the People Live in Bangkok”

ออกสเต็ปเต้นรำ ดื่มด่ำซาวด์อินดี้ป็อปแบบฉบับ “Foster the People Live in Bangkok”
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

แม้ว่าแฟนเพลงชาวไทยส่วนใหญ่ค่อนข้างจะคุ้นเคยกับเนื้อเพลงอย่าง All the other kids with the pumped up kicks. You’d better run, better run, out run my gun.” ท่อนฮุกในเพลงPumped Up Kicks” ของวง Foster the People เพียงเพลงเดียว ทว่าพวกเขาก็เป็นอีกหนึ่งวงดนตรีที่มีคนรอคอยจะได้ชมการแสดงสดมาอย่างยาวนานนับตั้งแต่อัลบั้มเดบิวต์อย่าง Torches เมื่อปี 2011 และเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา (28 มกราคม 2018) คอดนตรีชาวไทยก็สมหวัง เมื่อผู้จัด The Very Company พาวงอินดี้ป็อปสัญชาติอเมริกันวงนี้เดินทางมาเปิดคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบครั้งแรกในเมืองไทยกับ “Foster the People Live in Bangkok” นั่นเอง

บรรยากาศ ณ สถานที่จัดงานอย่าง มูนสตาร์ สตูดิโอ ฮอลล์ 8 ถือได้ว่าคึกคักทีเดียว แม้จะเป็นคืนวันอาทิตย์ที่ทุกคนทราบดีว่าวันรุ่งขึ้นจะต้องออกไปเผชิญหน้ากับภาระหน้าที่การงานอีกครั้ง เราเดินทางไปถึงค่อนข้างเร็วเนื่องด้วยมีนัดกับต้นสังกัดของวงอย่าง Sony Music Thailand กับภารกิจสำคัญในการเข้าไปสัมภาษณ์ 4 สมาชิก Foster the People อีกทั้งยังตั้งใจไปชมวงเปิดอย่าง Whal & Dolph กับเวทีใหญ่ครั้งแรกในชีวิตการเป็นศิลปินของดูโอ้คู่นี้ แต่ทว่าด้วยเหตุขัดข้องบางประการ ทำให้การสัมภาษณ์ล่าช้าออกไป และไม่ทันดูคุณวาฬและคุณดอล์ฟ แต่ก็แลกมาด้วยบทสัมภาษณ์อันซีเรียสและจริงจังของ Foster the People ที่เหนือความคาดหมายพอสมควร รออ่านทาง Sanook Music เร็วๆ นี้นะ

เวลาล่วงเลยจากกำหนดการแสดงของ Foster the People มาเป็นเวลาร่วมครึ่งชั่วโมง มีเพียงซาวด์อลังการงานสร้างสไตล์ออร์เคสตร้าที่เปิดคลอไว้เป็นบรรยากาศ ราวกับว่าเรากำลังชมภาพยนตร์แอ็คชั่นแฟนตาซีอยู่สักหนึ่งเรื่อง ไล่เรียงมาตั้งแต่ฉากเปิด ดำเนินเรื่องไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงซีนลุ้นระทึก และค่อยๆ คลี่คลายเมื่อถึงตอนจบ แล้วจู่ๆ 4 สมาชิก Foster the People ก็ปรากฏตัวบนเวทีอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง Mark Foster (ร้องนำ, กีตาร์, เปียโน, คีย์บอร์ด, ซินธิไซเซอร์), Sean Cimino (กีตาร์, เปียโน, คีย์บอร์ด, ซินธิไซเซอร์), Isom Innis (เบส, เปียโน, คีย์บอร์ด, เพอร์คัสชั่น) และ Mark Pontius (กลอง, เพอร์คัสชั่น) พร้อมด้วยอีก 2 นักดนตรีแบ็คอัพเริ่มต้นบิลด์ความสนุกด้วย Pay the Man” แทร็คจากอัลบั้มชุดล่าสุด Sacred Hearts Club ที่ทำเอาฟลอร์ร้อนระอุ ต่อเนื่องด้วย “Helena Beat” อีกหนึ่งเพลงฮิตจากอัลบั้มแรกอย่าง Torches ที่สร้างความไต่ระดับความคึกคักมากขึ้นไปอีก

4 หนุ่มจากแคลิฟอร์เนียยังเดินหน้าสร้างความสนุกแบบไม่มีพักเบรกด้วย 2 เพลงจากอัลบั้มแรกเช่นกันอย่าง “Life on the Nickel” และ “Waste” ยิ่งเมื่ออินโทรเพลง “Doing It for the Money” ดังขึ้นนี่ทำเอาแฟนๆ โยกตามกันทั้งฮอลล์ด้วยบีตหน่วงๆ กลิ่นอายฮิปฮอปเล็กๆ กับซินธิไซเซอร์จี๊ดๆ ส่วน Are You What You Want to Be?” ซึ่งสัมผัสได้ถึงความเป็นเวิลด์มิวสิคประมาณหนึ่งนี่ก็แจมกันยับ ตอนนั้นรู้สึกได้เลยว่า Foster the People ไม่ได้เป็นเพียงวงอินดี้ป็อปที่ทำเพลงจังหวะสนุกสนานชวนเต้นรำ กับเนื้อหาหนักๆ จริงจังเพียงอย่างเดียวแล้ว ศักยภาพในการเล่นสดพวกเขาถือว่าไม่ธรรมดาเลย และปิดท้ายเซ็ตนี้ด้วย “Don’t Stop (Color on the Walls)” อีกหนึ่งเพลงที่ร้องตามกันกระหึ่ม

มาตอกย้ำความคิดที่รู้สึกว่า Foster the People เล่นสดดีเอามากๆ ก็จากบรรดาเพลงเซ็ตต่อไปนี่ล่ะ เพราะมันค่อนข้างฉีกหนีไปจากความเป็นอินดี้ป็อปที่เราคุ้นเคยอยู่พอสมควร เริ่มต้นด้วยอีกหนึ่งแทร็คจากอัลบั้มชุดใหม่ที่สับกีตาร์เป็นว่าเล่นอย่าง Lotus Eater” และในเมื่อสาดใส่จังหวะแบบป็อปพังค์เข้ามาแล้ว พวกเขาเลยขอต่อด้วย Blitzkrieg Bop” เพลงดังจากคณะ Ramones เสียเลย บอกตามตรงว่าตอนนั้นโยกหัวไม่สนใจใครแล้ว แล้วพวกเขาก็ตัดอารมณ์ฉับด้วย “Pseudologia Fantastica” เพลงจากอัลบั้ม Supermodel ที่อาจเรียกได้ว่ามีความไซคิเดลิกมาผสมผสานอย่างเต็มเปี่ยม แต่นั่นกลับทำให้ในโชว์นี้ เราชอบการแสดงสดเพลงนี้มากที่สุดไปอย่างไร้คู่แข่ง

“เต้น สัมผัส จูบ กอด” 4 คำภาษาไทยที่วนเวียนซ้ำไปซ้ำมาในแทร็คอินเทอร์ลูดที่ชื่อว่า “Transition” กับการสร้างเสียงอันน่าค้นหา ลึกลับ น่าตื่นเต้น ได้สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมชาวไทยทั้งฮอลล์ รวมถึงเราที่อุทานออกมาเป็นวลีที่ไม่สามารถเผยแพร่เป็นตัวอักษรได้ Foster the People กลับสู่โหมดเพลงฮิตทั้ง “Houdini”, “Call It What You Want” และ Coming of Age” ที่ Mark Foster อารัมภบทก่อนเข้าเพลงถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นบนโลกใบนี้ได้อย่างน่าฟัง ในช่วงท้ายพวกเขาตัดสลับมาเล่นเพลงบัลลาดช้าๆ อย่าง “Ruby” ก่อนจะขยับจังหวะขึ้นมาเล็กน้อยกับ Sit Next to Me” และ Miss You” และเดินกลับสู่หลังเวที

แต่เดี๋ยวก่อน! เพลงที่ฮอตฮิตที่สุดของ Foster the People ยังไม่ได้นำมาเล่น แน่นอนว่าช่วงอังกอร์ต้องเกิดขึ้นแน่ (หากไม่ใจร้ายกับแฟนเพลงชาวไทยจนเกินไป) 4 สมาชิกเดินขึ้นมาประจำตำแหน่งอีกครั้ง พร้อมกับ Loyal Like Sid & Nancy” ที่เนรมิตฮอลล์มูนสตาร์ให้กลายเป็นสังเวียนดนตรีอิเล็กทรอนิกส์จัดจ้าน และแน่นอนว่าปิดโชว์ครั้งแรกในเมืองไทยหนนี้ด้วย “Pumped Up Kicks” ที่เอาเข้าจริงเราแอบผิดหวังพอสมควร เพราะพลังความจัดเต็มที่เราเคยสัมผัสได้จากตอนดูคลิปในยูทูปกลับไม่ส่งมาถึงเราเลยสักนิด เป็นซาวด์แห้งๆ ที่รอให้โน้ตตัวสุดท้ายสิ้นสุดลงเพียงเท่านั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเล่นเพลงนี้เสียจนเอียนแล้วหรือด้วยเหตุผลอะไร จบโชว์ไปแบบกร่อยๆ ทั้งที่ทำได้ดีมาโดยตลอด

โดยรวมถือได้ว่า “Foster the People Live in Bangkok” เป็นโชว์ที่น่าประทับใจเลยล่ะ คือถ้าฟังเพลงสตูดิโอเวอร์ชั่นของวงดนตรีวงนี้ก็อาจจะรู้สึกลังเลว่าจะคาดหวังสูงดีไหม ด้วยความที่ท่วงทำนองไม่ได้จัดจ้านหวือหวาเท่าใดนัก ความรู้สึกที่มีต่อ Foster the People ก่อนหน้านี้คือวงอินดี้ป็อปที่ทำเพลงในมู้ดแอนด์โทนที่สดใส แต่กลับมีจุดแข็งที่ค่อนข้างย้อนแยงกับดนตรีในเรื่องเนื้อหาที่หนักอึ้ง บวกกับซินธิไซเซอร์ที่นับว่าเป็นสีสันที่น่าสนใจ แต่เมื่อได้มาดูการแสดงสดของพวกเขาด้วยสองตาของตนเอง ความคิดที่ว่าก็เปลี่ยนไปไม่น้อย เพราะทั้ง 4 สมาชิกนั้น “เอาเรื่อง” อยู่มากทีเดียว

Mark Foster วิ่งพล่านทั่วเวทีตั้งแต่ต้นจนจบโชว์ สมาชิกแต่ละคนสลับสับเปลี่ยนทดแทนตำแหน่งกันเป็นว่าเล่น ทีมเวิร์กของวงดนตรีเข้าขั้นยอดเยี่ยม มีการเพิ่มท่อนของดนตรีใส่เข้าไปให้เพลงดูมี “อะไร” มากขึ้น การแจมเพอร์คัสชั่นกันใน Are You What You Want to Be?” หรือแม้แต่การโซโล่กลองและเพอร์คัสชั่นในเพลงสุดฮิตอย่าง “Houdini” ก็ทำให้เพลงที่อาจดูราบเรียบดูมีความตื่นตาตื่นใจมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเลือกซาวด์ซินธิไซเซอร์ที่ลงตัวมากๆ มีเสน่ห์มากๆ กับแต่ละบทเพลง นับเป็นโชว์ที่มีมูฟเม้นท์ สร้างความคึกคักให้คนดูได้ออกสเต็ปเต้นรำตามตลอดเวลา

ที่ขอปรบมือให้ดังๆ เลยก็คือระบบแสงที่สวยงามมาก จังหวะเป๊ะ มู้ดแอนด์โทนอันแตกต่างก็สอดคล้องไปกับอารมณ์ของแต่ละเพลง คอนเสิร์ตนี้ไม่ได้มีวิชวลกราฟิกด้านหลังแต่อย่างใด แต่บอกเลยว่าไม่จำเป็น แค่ไลท์ติ้งก็กินขาดแล้ว ในขณะที่ระบบเสียง แม้ว่าจะไม่ได้มีความเสถียรร้อยเปอร์เซ็นต์ แอบมีช่วงที่ฟังดูนัวๆ ทั้งที่เป็นเพลงป็อปธรรมดา ฟังแยกชิ้นไม่ค่อยจะออก แต่สำหรับเซ็ตเพลงที่มีกลิ่นอายความเป็นไซคิเดลิกอย่าง “Pseudologia Fantastica” หรือแม้แต่อินเทอร์ลูดเจ๋งๆ อย่าง Transition” ที่เน้นความแตกพร่าของซาวด์นั้นถือว่าเต็มอิ่มที่คอดนตรีสายนี้น่าจะฟินกันไม่น้อย รวมถึงช่วงหลังๆ ของโชว์ที่ซาวด์ดูลงตัวกว่าช่วงแรกอยู่มากทีเดียว (ยกเว้น “Pumped Up Kicks” ไว้ 1 เพลง เพราะได้ยินแต่เบส กลอง และซินธ์ของ Mark ที่ดังบ้างเบาบ้าง แม้ว่าผู้ชมในตอนนั้นจะแดนซ์กันไม่ลืมหูลืมตาแล้วก็เถอะ)

อย่างไรก็ตาม “Foster the People Live in Bangkok” ถือเป็นข้อยืนยันชั้นเยี่ยมว่า ประสบการณ์กว่า 6 ปีในวงการดนตรีของวงดนตรีวงนี้ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับวิถีในการเล่นสด รวมไปถึงเรื่องโปรดักชั่นดีไซน์ การออกแบบท่อนต่างๆ ให้ตัวเพลงมีความน่าสนใจมากกว่าที่ได้ฟังจากซีดีหรือสตรีมมิ่ง และกลายเป็นว่า Foster the People เป็นอีกหนึ่งวงที่เรารอคอยการกลับมาเยือนเมืองไทยของพวกเขาอีกครั้งอย่างไม่มีข้อสงสัย

 

Story by: Chanon B.
Photos by: The Very Company

ติดตามSanook! Music

ติดตาม Sanook! Music อัปเดตเพลงใหม่ๆ รีวิวคอนเสิร์ต และติดตามประเด็นสุดฮอตในวงการเพลงทั้งไทยและเทศได้บน www.sanook.com/music/