Stuart Hawkins นักดนตรีมากความสามารถ กับอัลบั้มการกุศลที่ทำเพื่อคนไทย

Stuart Hawkins นักดนตรีมากความสามารถ กับอัลบั้มการกุศลที่ทำเพื่อคนไทย
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ถึงแม้ว่าวงการเพลงไทยจะมีการเปลี่ยนแปลงมากมาย แต่วงการเพลงไทยก็มีความหลากหลายและสีสันมากมาย ซึ่งสิ่งนี้ก็ดึงดูดให้ศิลปินต่างชาติหลายคนลองทำผลงานออกมาเพื่อให้ชาวไทยได้ลองฟังผลงานของพวกเขา ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ Stuart Hawkins นักทรัมเป็ตที่เข้ามาทำงานในเมืองไทยเมื่อปี 2005 เพื่อช่วยเหลือสังคม ซึ่งหลังจากที่ได้ร่วมเล่นดนตรีกับศิลปินแจ๊สชาวไทย เขาก็ตัดสินใจทำอัลบั้มเพลงแจ๊สเพลงแรกออกมาในที่สุด 

 

โดยล่าสุดทาง Sanook Music เองก็ได้รับเกียรติจาก Stuart Hawkins ที่สละเวลาจากตารางงานที่หนาแน่นเพื่อมาเล่าประสบการณ์ในฐานะนักทรัมเป็ต รวมถึงผลงานอัลบั้มแรก And What If I Don’t ที่เขาตั้งใจทำออกมาเพื่อสานฝันตัวเอง และมอบรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายให้มูลนิธิอุทกพัฒน์ 

 

11 ปีในประเทศไทยที่เริ่มจากมหันตภัยธรรมชาติครั้งใหญ่

 

“ผมเป็นชาวออสเตรเลีย คุณพ่อเป็นชาวอังกฤษส่วนคุณแม่เป็นชาวมาเลเซีย ช่วงที่เป็นวัยรุ่นก็ย้ายมาฮ่องกงก่อนจะไปเรียนมหาวิทยาลัยที่อังกฤษและมาอยู่เมืองไทยเมื่อ 11 ปีที่แล้ว หลังจากเหตุการณ์สีนามิ ตอนนั้นผมทำงานกับทาง United Nation เพื่อช่วยเหลือโครงการเกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำในประเทศที่ประสบภัย

ช่วงแรกที่มาอยู่เมืองไทย ผมมีเพื่อนชาวไทยเยอะมากที่เป็นนักดนตรี ซึ่งพวกเขาเองก็ชักชวนให้ผมมาเล่นดนตรี การได้เจอเพื่อนนักดนตรีทำให้ผมปรับตัวเข้าหาสังคมไทยได้ง่ายมาก ถึงแม้จะเคยอยู่ประเทศที่มีวัฒนธรรมแบบนี้มาก่อน เวลากลางวันผมจะทำงานประจำตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย ส่วนกลางคืนผมจะเป็นนักดนตรี ผมไม่เคยคิดว่าการเล่นดนตรีเป็นงานที่ต้องเครียดเลย มันเลยไม่ยากในการแบ่งเวลาระหว่างหน้่าที่นักดนตรีและการทำงานประจำ”

 

ความรักในดนตรีที่มาจากคุณพ่อ

 

“ในตอนแรกผมโตมาในครอบครัวนักดนตรี คุณพ่อผมเล่นทรอมโบนอยู่ในวงบิ๊กแบนด์แจ๊ส ซึ่งทำให้ผมก็ได้ฟังเพลงแจ๊สมากมายจนตกหลุมรักมันแบบไม่มีเหตุผล สำหรับผมคนที่เล่นดนตรีแจ๊สต้องทำงานเป็นทีม จนทำให้เวลาผมเจอนักดนตรีแจ๊สด้วยกัน ผมก็จะสนิทกับเขาเร็วมาก ถึงแม้จะพูดคนละภาษาก็ตาม

ตอนที่ผมเรียนมัธยมต้น ผมได้ไปเยอรมันและไปร้านเครื่องดนตรี คุณพ่อก็ให้เลือกเครื่องดนตรีที่สนใจ ซึ่งแรงดึงดูดบางอย่างในตอนนั้นทำให้ผมเลือกทรัมเป็ต จากนั้นคุณพ่อผมก็ได้สอนผมเล่นมัน การเล่นทรัมเป็ตมันยากมากเพราะผมต้องเรียนด้วยตัวเองและต้องฝึกตลอดเพื่อให้จังหวะการหายใจมันลงล็อคกับจังหวะเพลง ซึ่ถ้าผมไม่ซ้อมเล่นคนดูและเพื่อนร่วมวงจะรู้แน่นอน มันเป็นเครื่องดนตรีที่ยากมากในการเรียนรู้ แต่สมัยนี้เด็กๆสามารถเรียนเครื่องดนตรีจาก YouTube หรือคลิปออนไลน์ได้ ผมว่ามันดีมาก เพราะเราสามารถเรียนจากสิ่งที่เห็น และสามารถปรับความเร็วคลิปเพื่อศึกษาว่านักดนตรีกำลังทำอะไร เพื่อที่เราจะได้ทำตามได้”

 

  Stuart Hawkins และ โก้ Mr. Saxman 

บทเพลงพระราชนิพนธ์ที่ิเปิดโลกทัศน์

 

“สมัยก่อนผมไปงาน Jazz Festival บ่อยมาก ซึ่งเวลาที่ผมไปงานแบบนี้ก็จะได้ฟังเพลงพระราชนิพนธ์จนทำให้ผมชอบ “ยามเย็น” มาก เป็นเพลงที่อบอุ่นและติดหูทำให้ผมชื่นชอบเพลงนี้ จนตัดสินใจบันทึกเสียงเพลงนี้ในเวอร์ชั่นของตัวเอง

ผมประทับใจในความสามารถทางดนตรีของในหลวงรัชกาลที่ 9 มาก ท่านสามารถทรงดนตรีได้หลายประเภทและสามารถแสดงกับนักดนตรีระดับโลกได้ ซึ่งการที่ท่านจะทรงดนตรีได้หลายชนิดนั้นต้องมีพรสวรรค์และความตั้งใจอย่างมากในการเรียนรู้

นอกจากเรื่องดนตรีแล้ว ผมประทับใจความสามารถในการทำงานของท่าน คือท่านทรงช่วยเหลือประชาชนตลอด โดยเฉพาะเรื่องประปาและบริหารจัดการน้ำอย่างเช่นโครงการแก้มลิง ความตั้งใจในการช่วยเหลือสังคมของท่านทำให้ผมอยากตามรอยเจตนารมณ์และสิ่งที่ท่านทำ ถึงแม้ว่าสิ่งที่ผมทำจะไม่ยิ่งใหญ่เหมือนท่านก็ตาม”

 

ผลงานอัลบั้มที่เกิดขึ้นตามเป้าหมายวัยเด็ก

 

“ผมเล่นดนตรีมาตั้งแต่ 9 ขวบและรู้สึกชื่นชอบทุกครั้งเวลาได้ไปร้านซีดี ซึ่งความสุขในตอนนั้นทำให้ผมตั้งเป้าหมายว่าตอนอายุ 40 ผมจะมีอัลบั้มของตัวเองในฐานะนักดนตรี ซึ่งตอนนี้ผมอายุ 40 แล้ว และอัลบั้มที่ผมทำก็เสร็จในที่สุด

ในอัลบั้มชุดนี้ “And What If I Don’t" เป็นเพลงที่ผมชอบมาก ผมเล่นเพลงนี้ตั้งแต่สมัยเรียนครับ Herbie Hancock เจ้าของเพลงนี้เป็นศิลปินแจ๊สที่บุกเบิกแนวดนตรีนี้ในอดีต ผมมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่นเพลงนี้ เพลงนี้มีชื่อที่พูดถึงความฝันและในการทำให้มันเป็นจริง ซึ่งความลังเลอาจทำให้เราไม่สามารถทำความฝันนั้นได้ อย่างเช่นการออกอัลบั้ม ทำให้ชื่อเพลงนี้นั้นเหมาะกับอัลบั้มชุดนี้ที่เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตผมครับ

ผลงาน 7 เพลงในอัลบั้มนี้จะเป็นเพลงที่ผมชอบ และมีเพลงที่มาจากศิลปินที่ผมชอบเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อศิลปินที่เป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตผม การทำอัลบั้มชุดนี้สิ่งที่ยากที่สุดคือการพยายามหาเวลาทำงาน เพราะการทำเพลงแจ๊สมันต้องใช้เวลาและอารมณ์ที่เหมาะสม และในขณะเดียวกันก็ต้องทำงานทุกอย่างให้เสร็จตามเวลาที่กำหนด เพราะนักดนตรีทุกคนที่มาช่วยผมทำงานก็มีภารกิจอื่นที่พวกเขาต้องทำ”

 

เป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของอัลบั้ม ในการช่วยเหลือสังคม

 

“เหตุผลที่ผมเลือกบริจาครายได้จากอัลบั้มให้มูลนิธิ อุทกพัฒน์ เพราะผมต้องการสนับสนุนโครงการหลวงในด้านการบริหารจัดการน้ำ เพราะท่านเองทรงใช้เงินทั้งหมดในการสนับสนุนโครงการนี้ในการก่อตั้งโครงการนี้ในปี 2011 และจากประสบการณ์ของผม ผมเชื่อในการทำงานและอุดมการณ์ของมูลนิธินี้

ซึ่งทางทีมงานของมูลนิธิก็รู้สึกดีใจมากที่ได้เห็นความตั้งใจผม และบางคนก็จะซื้ออัลบั้มผมด้วย มันเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่มากสำหรับนักดนตรีที่ไม่ได้โด่งดังอย่างผม เพราะสิ่งที่ผมต้องการมากที่สุดในการทำอัลบั้มนี้คือการได้สืบทอดเจตนารมณ์ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ครับ”

 

2 ศิลปินดังชาวไทย ที่เป็นแรงบันดาลใจให้พัฒนาตัวเอง

 

“ผมรู้สึกประทับใจวงการเพลงไทยมาก เพราะศิลปินชาวไทยเก่งมากมีความคิดสร้างสรรค์ คือคนไทยไม่ได้เอาวัฒนธรรมต่างชาติมาใช้อย่างเดียว แต่พวกเขาปรับมันให้เข้ากับตัวเอง และจากที่ผมเคยใช้ชีวิตมาก่อนในหลายประเทศ ผมว่าประเทศไทยเป็นสถานที่ที่เหมาะมาก สำหรับใครที่อยากเรียนรู้ด้านดนตรีครับ อย่างเช่น วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ของมหาวิทยาลัยมหิดล หรือ วิทยาลัยดนตรี มหาวิทยาลัยรังสิต

ก่อนหน้านี้ผมเคยทำงานกับคุณ หนึ่ง - จักรวาล เสาธงยุติธรรม เขาเป็นนักเปียโนที่มีสีสันในการแสดงที่ไม่เหมือนใครเลย เขาเล่นดนตรีได้หลายสไตล์มาก อย่างการเดี่ยวเปียโนทุกครั้ง เขาก็จะมีลูกเล่นใหม่ที่คาดไม่ถึงตลอด แต่เดี๋ยวนี้มันยากที่ผมจะได้ร่วมงานกับเขาเพราะตารางเวลา

อีกหนึ่งศิลปินที่ผมประทับใจก็คือคุณ โก้ Mr. Saxman (เศกพล อุ่นสำราญ) เขาเป็นคนที่ทำงานหนักมาก จนผมไม่รู้ว่าเขาหาเวลาพักผ่อนอย่างไร และเวลาที่แสดงเขาก็จะเป็นมิตรมาก จะแบ่งเวลาได้ถ่ายรูปกับแฟนๆเสมอเเละมีความสามารถในการเป็นพิธีกรใน Showcase ของตัวเองด้วย”

 

 

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ Stuart ก็ได้ทิ้งท้ายกับทาง Sanook Music ว่า "หลายๆคนมักมองว่าดนตรีแจ๊สใกล้ตาย แต่ผมว่าตอนนี้เป็นยุคทองของดนตรีแนวนี้เลย มีเทศกาลดนตรีและนักศึกษาที่สนใจเล่นเพลงแนวนี้เยอะมาก มันเป็นดนตรีที่เข้าไปอยู่ในใจคนได้ง่าย ถึงแม้ว่าดนตรีแนวนี้จะฟังยากในความคิดหลายคน ผมมองว่ามันเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าคุณเริ่มศึกษาดนตรีแจ๊สจากเพลงแนวป็อปแจ๊ส และสามารถจับจังหวะของเพลงได้ คุณจะเข้าใจมันอย่างง่ายดายครับ"

 

 

ถึงแม้จะเพิ่งมีอัลบั้มแรกของตัวเองในวัย 40 แต่  Stuart Hawkins เองก็ตั้งใจมากกับเส้นทางดนตรีของเขา ซึ่งแฟนเพลงสามารถซื้อผลงานอัลบั้มของเขาได้ที่ร้านซีดีทั่วประเทศและฟังผลงานอัลบั้มนี้ได้ที่ JOOX และ Sanook Music เลยครับ 

ขอบคุณภาพจาก Facebook Stuart Hawkins

Story : Sidhipong W.