ต็อง วิตดิวัต ทายาทศิลปินในตำนาน กับความสำเร็จก้าวแรกที่สร้างด้วยมือตัวเอง

ต็อง วิตดิวัต ทายาทศิลปินในตำนาน กับความสำเร็จก้าวแรกที่สร้างด้วยมือตัวเอง
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

ย้อนไปเมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว วงดนตรี The Impossible นั้นเป็นศิลปินแนวสตริงคอมโบ้ที่ประสบความสำเร็จสูงมากจากผลงานเพลงที่ฮิตติดหู จนทำให้วงได้เดินทางไปแสดงคอนเสิร์ตไกลถึงประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งในปัจจุบันนี้ผลงานเพลงของวงก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่

ซึ่งความรักในดนตรีของสมาชิกวง The Impossible อย่าง วินัย พันธุรักษ์ ก็ได้ถูกถ่ายทอดให้กับบุตรชายอย่าง ต็อง - วิตดิวัต พันธุรักษ์ ซึ่งเป็นศิลปินหน้าใหม่อีกคนที่มีความสามารถในการร้องและแต่งเพลงที่ไม่เป็นรองใคร โดยเมื่อปี 2016 ต็องเองได้ทำเพลง "(อย่าทำให้ฉัน) ฝันเก้อ" ร่วมกับคุณพ่อด้วย 

ในปี 2017 นั้นต็องได้กลับมาพร้อมผลงานเพลงซิงเกิลที่ 2 กับค่าย Warner Music Thailand กับเพลง "อย่าปล่อยมือฉันไป" ที่มียอดวิวทะลุหลักล้านตั้งแต่ช่วงแรกที่เพลงถูกปล่อยออกมา ซึ่งหลังจากที่ซิงเกิลนี้ได้ปล่อยออกมาไม่นาน ทาง Sanook Music ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับต็องถึงการทำเพลง และเส้นทางการเป็นศิลปินที่เต็มไปด้วยความท้าทายของเขา 

 

 

ผลงานเพลง "อย่าปล่อยมือฉันไป" ที่มาจากความเชื่อส่วนตัว

 

“ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าวันหนึ่งถ้าเรามีครบทุกอย่าง ในวันนั้นใครอยู่กับเราก็ได้ครับ มันเหมือนเวลาเราประสบความสำเร็จแล้วคนเข้าหาเราเยอะมาก แต่บางทีชีวิตเรามันมีอุปสรรคและถ้าใครยังอยู่กับเรา คนคนนั้นก็รักเราจริง นี่ก็เป็นที่มาของเพลง เพราะผมเองก็เคยลำบากในช่วงเเรกที่เป็นศิลปิน ตอนนั้นก็อยากมีใครสักคนที่อยากเข้าใจเราและยังไม่ทิ้งเราไปไหน ถึงแม้จะยังไม่ประสบความสำเร็จก็ตาม

การทำงานเพลงนี้จะต่างจากซิงเกิลที่แล้ว ตรงที่เพลง "(อย่าทำให้ฉัน) ฝันเก้อ" คุณพ่อจะมาร้องด้วย เลยต้องทำเพลงให้เหมาะสมกับเขาด้วย เลยต้องมีความวัยรุ่นและซาวด์ในแบบเพลงยุคคุณพ่อผสมผสานกัน แต่เพลงนี้ผมสามารถเป็นตัวเองได้เต็มที่เลยครับ แต่ที่ตลกก็คือคุณพ่อผมดันชอบเพลง  "อย่าปล่อยมือฉันไป" มากกว่าเพลงที่ท่านร่วมร้อง ท่านบอกว่ามันวัยรุ่นดี (หัวเราะ)”

 

ความสำเร็จก้าวแรกที่สร้างความภูมิใจ

 

"ผมรู้สึกดีใจนะครับที่ผลงานเพลงและเอ็มวีนี้ได้รับกระแสที่ดี มียอดวิวเกินล้านอย่างรวดเร็วใน YouTube มันเป็นความสุขของคนทำเพลงที่คนร้องตามได้ บางคนฟังเพลงเป็น 10 รอบแล้ว หลายคนอาจจะมองว่ามันเป็นอะไรที่เล็กน้อย แต่ผมมองว่าเป็นเรื่องที่ยิ่งใหญ่มากแล้วสำหรับผม" 

 

 

ความฝันทางดนตรีที่เป็นจริง เพราะค่ายเพลงที่ไม่จำกัดกรอบ

 

“ผมอยากเป็นนักร้องมานานแล้ว แต่จริงๆมันไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะผมเองก็มีโอกาสได้ลองทำเพลงกับค่ายใหญ่ๆมากมาย แต่ก็ไม่ได้มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน มีแค่เพลงโปรเจ็กต์ที่ไปแจมและเพลงละคร แต่ไม่มีอัลบั้มหรือเพลงที่ออกมาเป็นของตัวเองจริงๆ 

การทำงานกับ Warner Music Thailand ให้โอกาสผมมากถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ศิลปินวัยรุ่นที่ไฟแรง คือผมได้ทำงานเพลงเองแบบไม่ปิดกรอบในการทำงาน ให้ผมได้ทำงานเพลงกับคุณพ่ออายุ 70 ปี และไม่จำกัดว่าผมต้องทำเพลงแบบสมัยใหม่หรือเพลงแนวตลาดเสมอไป ผมมีความสุขมากที่ได้ทำงานกับค่ายนี้ทั้งซิงเกิลแรกและซิงเกิลที่สอง”

 

การตามฝันถูกวิธี ที่เริ่มด้วยการแต่งเพลงเอง 

 

“ตอนแรกผมร้องเพลงอย่างเดียว แต่ไปๆมาๆผมคิดว่าตัวเองตามฝันผิดวิธี คือผมรอคนอื่นแต่งเพลงให้ ผมเลยยังไม่มีเพลงที่เป็นของตัวเองจริงๆสักที เลยเริ่มแต่งเพลงเมื่อช่วง 3 ปีที่ผ่านมาครับ การแต่งเพลงผมจะมีเอกลักษณ์ตรงซาวด์ดนตรีที่คล้ายเพลงยุคเก่า เพราะโตมากับเพลงคุณพ่อ ในรถผมจะมีซีดีเพลงในยุคเก่าเยอะมาก 

ถ้าฟังเพลงผมจะรู้สึกเลยว่า เพลงมันไม่ได้ใหม่อะไรมาก ผมอยากทำเพลงที่ออกมาฟังใหม่ได้เรื่อยๆ คือเพลงในยุคเก่าสามารถฟังได้นานตั้งแต่เราเด็กจนโต ผมอยากทำเพลงที่สามารถก้าวผ่านเวลาได้ คือไม่ว่าจะฟังกี่ปีมันก็ยังไพเราะอยู่ครับ เหมือนเวลาผมฟังเพลงวง Bee Gees ที่แม้จะผ่านมามากกว่า 40 ปี คนก็ยังฟังกันอยู่ครับ”

 

 

แรงสนับสนุนและแรงกดดันจากการเป็นทายาทศิลปินดัง 

 

“ตอนที่ผมเติบโตมา คุณพ่ออยากให้ผมมีชีวิตเป็นคนปกติที่ไม่ได้เป็นศิลปิน แต่พอผมเลือกมาทางนี้ท่านก็สนับสนุน ท่านสอนผมร้องเพลง คอยให้คำแนะนำและบอกให้ผมอดทนในการเดินเส้นทางสายนี้ ทุกวันนี้ท่านก็ยังฟังเพลงผมและให้คำแนะนำเรื่อยๆครับ 

ผมก้าวผ่านความกดดันในการทำเพลงด้วยคำว่า “ชิน” ครับ ผมรู้สึกว่าได้ยินคำนี้บ่อยมาก คือคนมองว่าผมต้องประสบความสำเร็จเหมือนพ่อ ซึ่งการทำเพลงเองมันยากอยู่แล้วและยิ่งมีการเปรียบเทียบ มันก็ยิ่งสร้างความกดดันเข้าไปอีก คือมีคนมองว่าผมควรไปทำอย่างอื่นมากกว่ามาทำเพลงแบบคุณพ่อ แต่ผมชอบสิ่งนี้และพยายามทำมาเรื่อยๆ จนวันนี้มาถึงจุดหมายครับ” 

 

ก้าวต่อไปในอนาคต กับดนตรีที่มาจากอดีต 

 

“ผมวางแผนใช้ชีวิตพอเพียงครับ (หัวเราะ) ในสมัยนี้การทำเพลงมันไม่สามารถหาเงินได้เยอะ ถึงแม้เราจะชอบงานด้านนี้ก็ตาม นอกจากการทำเพลงผมเองก็วางแผนทำอย่างอื่นด้วย หลังจากนี้ผมก็จะพัฒนาผลงานและออกงานบ่อยขึ้่นเพื่อสร้างผลงานต่อไป ในอนาคตผลงานเพลงที่ผมทำก็จะเน้นความเป็นยุค 70s ต่อไปครับ เพราะเพลงในยุคอื่นอาจจะไม่ใช่ตัวผมเท่าไหร่ครับ ตอนนี้ผมเองก็กำลังจะทำซิงเกิลต่อไป ก็หวังว่าจะได้เจอกับผู้อ่าน Sanook อีกเร็วๆนี้ครับ”

 

 

ถึงแม้ว่าเส้นทางในวงการเพลงของ ต็อง วิตดิวัต จะมาพร้อมอุปสรรคมากมาย ทั้งจากจังหวะชีวิตที่ไม่ลงตัวหรือการขาดความเข้าใจในธุรกิจดนตรี แต่ในขณะนี้เขาเองก็ได้เป็นศิลปินที่กำลังก้าวเดินในวงการเพลงอย่างมั่นคง ซึ่งแฟนๆสามารถฟังผลงานของเขาได้ที่ JOOX และ Sanook Music เลยครับ 

Story : Sidhipong W.