Chester Bennington จาก Linkin Park กับ 10 สิ่งที่เราควรเอาเป็นแบบอย่าง

Chester Bennington จาก Linkin Park กับ 10 สิ่งที่เราควรเอาเป็นแบบอย่าง
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

“I’m holding on. Why is everything so heavy?

Holding on. So much more than I can carry

I keep dragging around what’s bringing me down

If I just let go, I’ll be set free

Holding on…

WHY IS EVERYTHING SO HEAVY?”

- Linking Park : Heavy ซิงเกิลแรกจากอัลบั้มชุดที่ 7 (ชุดล่าสุด) One More Light

 

one-more-light-player

 

 

จากที่เคยฟังเพลงนี้ด้วยอารมณ์ “นี่ไม่ใช่ Linkin Park แบบที่ฉันเคยรู้จักเลย” กลับกลายเป็นว่า ต่อจากนี้เราอาจจะฟังเพลงนี้ด้วยอารมณ์ที่ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

ในฐานะที่เป็นแฟนเพลงคนหนึ่ง ที่กล้าพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำว่าอยู่ด้วยกันกับ Linkin Park มาตั้งแต่ซิงเกิลแรก “In The End” จากอัลบั้มที่เหมือนเป็นยาสามัญประจำบ้านของแฟนเพลงชาวไทยทุกคน Hybrid Theory (2000) รวมไปถึงอัลบั้มที่ 2 Meteora (2003) ที่มีเพลงดังไปทั่วโลกอย่าง Somewhere I Belong”, “Numb” และเพลงโปรดของเรา Faint” ใครที่อยู่ในยุค 2000 ต้นๆ ไม่มีใครไม่รู้จัก หรือไม่เคยฟังเพลงของ Linkin Park อย่างแน่นอน โดยเฉพาะชื่อของนักร้องนำ Chester Bennington กลายเป็นชื่อของศิลปินต่างประเทศที่แฟนเพลงชาวไทยจำได้อย่างขึ้นใจ ไม่แปลกที่สำหรับเราแล้วคอนเสิร์ตของ Linkin Park เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2011 เป็นอีกหนึ่งคอนเสิร์ตที่แฟนเพลงแน่นขนัด และตะโกนร้องเพลงไปพร้อมกับ Chester ได้อย่างไม่ขัดเขิน สู้สุดตัวทุกเพลงแม้ว่าฝนจะตกหนัก หรือรอนานแค่ไหนก็ตาม ได้ยิน Chester แผดเสียงทีไร อะดรีนาลีนวัยรุ่นมันพุ่งพล่านอย่างบอกไม่ถูกทุกที

แต่ความทรงจำดีๆ แบบนั้น คงจะมีได้แค่ครั้งเดียว จริงๆ

 c6whse3uoaajpzk

chester-to-chris

ข้อความที่ Chester โพสถึง Chris Cornell นักร้องนำวง Soundgarden และ Audioslave เพื่อนสนิทของเขา หลังจากที่ Chris เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายเพราะมีอาการของโรคซึมเศร้า และการใช้สารเสพติด 
โดย Chester เลือกที่จะปลิดชีวิตตัวเองในวันเกิดของ Chris พอดีเช่นกัน (20 กรกฎาคม 2017)

 

 

อ่านต่อ >> Chester Bennington นักร้องนำ Linkin Park พบเป็นศพเสียชีวิต

 

10 สิ่งที่เราควรเอาเป็นแบบอย่าง จาก Chester Bennington นักร้องนำวง Linkin Park

1. อาชีพเรา อนาคตเรา ครอบครัวไม่เกี่ยว

Chester Bennington เกิดเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 1976 (41 ปี) แม่เป็นพยาบาล พ่อเป็นตำรวจฝ่ายสืบสวนคดีที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ถูกทารุณกรรมทางเพศ เขาเกิดในครอบครัวธรรมดาๆ ที่ไม่ได้มีดนตรีในสายเลือดอะไรมากมาย แต่ความหลงใหลในดนตรีของเขามีมาตั้งแต่เด็ก จึงทำให้เขาเอาจริงเอาจังในสายดนตรีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

2. ฝันให้ไกล ไปให้ถึง

ชีวิตของเด็กชาย Chester ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เชสเตอร์ในวัย 17 ปีทำงานในร้าน Burger King ในขณะที่เขาก็เริ่มต้นฝึกตัวเองเพื่อที่จะเป็นศิลปินมืออาชีพให้ได้ วงโปรดที่เป็นแรงบันดาลใจในการแต่งเพลงของเขามีทั้ง Depeche Mode และ Stone Temple Pilots (ที่เขาใฝ่ฝันอยากจะเข้ามาอยู่ในวง แล้วในที่สุดได้กลายมาเป็นนักร้องนำให้กับวงในช่วงปี 2013-2015)

 dbrhytjuwaeqfxj

c8gjlsoxkaqgjoo

 

3. รู้ตัวว่าหลงผิด แล้วกลับตัวให้ทัน

ครอบครัวที่ดูเหมือนจะมั่นคงดีก็มาถึงคราวที่ต้องเผชิญกับปัญหาครั้งใหญ่ เมื่อพ่อกับแม่ของ Chester หย่าขาดจากกันเมื่อเขาอายุ 11 ปี และหลังจากนั้นเขาก็เริ่มหันเหชีวิตตัวเองเข้าหายาเสพติด ติดแอลกอฮอล์ไปยาวๆ แม้กระทั่งเป็นศิลปินเต็มตัว ออกทัวร์คอนเสิร์ตก็ยังคงใช้ยา และดื่มหนักอยู่เรื่อยๆ จนกระทั่งปี 2011 Chester ออกมายืนยันว่า เขาตัดสินใจเลิกทุกอย่างเพราะเขาไม่อยากจะเป็น “แบบนั้น” อีกต่อไป

 

4. การให้อภัย คือที่สุดแห่งเมตตา

ชีวิตชาวร็อคมักมาพร้อมกับบาดแผลที่ยากจะเยียวยาตั้งแต่สมัยเด็ก หลายคนเติบโตมาพร้อมกับครอบครัวที่แตกแยก เช่นเดียวกับ Chester แต่ชีวิตเขายังรุนแรงกว่านั้น เพราะเขาโดนมาสารพัดรูปแบบของความทรมานในวัยเด็ก เขายอมรับว่าเขาเคยถูกล่วงละเมิดทางเพศจากเพื่อนรุ่นพี่ผู้ชายตอนอายุ 7 ขวบ เขาปิดปากเงียบเพราะกลัวคนอื่นล้อว่าเป็นเกย์ หรืออาจจะโดนต่อว่าว่าโกหก และการทรมานยังอยู่เรื่อยไปจนกระทั่งเขาอายุ 13 ปี (ช่วงเวลานี้เขายังต้องเผชิญกับปัญหาพ่อแม่หย่าร้างอีกต่างหาก)

แน่นอนว่าความเครียด ความเสียใจ ความกดดันต่างๆ นาๆ ทำให้เขาประสาทเสียจนคิดอยากจะฆ่าคนขึ้นมาเลยทีเดียว แต่สุดท้าย Chester ยังมีสติ และหาทางออกด้วยการระบายทุกเรื่องราวผ่านการวาดภาพ แต่งกลอน และแต่งเพลง ความพีคอยู่ที่ภายหลังเขาสารภาพเรื่องนี้กับพ่อที่เป็นตำรวจสืบสวนเรื่องการทารุณกรรมทางเพศในวัยเด็ก แต่สุดท้ายก็ไม่เอาเรื่องผู้ก่อเหตุ เพราะเขาทราบความจริงว่าคนๆ นั้นก็โดนทำทารุณกรรมทางเพศมาอีกทีเช่นกัน

 

5. อดทน อดกลั้น จนกว่าจะมาถึงวันของตัวเอง

ช่วงวัยอายุ 17 ปีของเชสเตอร์เริ่มที่จะเดินทางตามความฝันของตัวเอง ไปพร้อมๆ กับการที่ต้องทนทุกข์ทรมานจากการโดนกลั่นแกล้งจากเพื่อนที่โรงเรียน เขาโดนกลุ่มเพื่อนทุบตีราวกับเป็นตุ๊กตา เหตุเพราะเขาเป็นเด็กรูปร่างผอม และดูแตกต่างจากคนอื่น แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังยืนหยัดที่จะมาสายนักดนตรีให้ได้ เขาเข้าไปเป็นนักร้องนำให้กับวง Sean Dowdell and His Friends ออกเทปที่มีเพลงบรรจุอยู่ 3 เพลงด้วยกัน จากนั้น Sean Dowdell และ Chester Bennington ก็ออกมาฟอร์มวงใหม่ในชื่อว่า Grey Daze มีผลงานอยู่ 3 อัลบั้ม แต่สุดท้ายเชสเตอร์ก็เลือกที่จะออกมาจากวงในปี 1998

 

ddsotpzv0aao9m2

 

ในระหว่างที่ Chester หาวงที่จะร่วมทำดนตรีด้วยไม่ได้ และเริ่มคิดที่จะหมดหวังกับการเอาดีทางด้านนี้แล้ว Jeff Blue รองประธานแผนก A&R หรือแผนกจัดหาศิลปินของบริษัท Zomba Music ในลอสแองเจลิสก็เข้ามาชวน Chester ให้ไปออดิชั่นเป็นนักร้องนำให้กับวงดนตรีที่ตอนนั้นใช้ชื่อว่า Xero Chester เริ่มมีไฟขึ้นมาอีกครั้ง จนเขาตัดสินใจลาออกจากงานประจำที่บริษัทให้บริการด้านดิจิตอล พาครอบครัวย้ายไปอยู่แคลิฟอร์เนีย จนสุดท้ายก็ได้เป็นนักร้องนำให้กับวง Xero สมใจอยาก เชสเตอร์และ Mike Shinoda ทำเพลงด้วยกันอย่างเข้าขา แต่ก็ยังหาค่ายเพลงไม่ได้ โดนค่ายเพลงปฏิเสธหลายต่อหลายครั้ง สุดท้าย Jeff Blue คนเดิม เพิ่มเติมคือย้ายไปเป็นรองประธานแผนก A&R ให้ค่าย Warner Bros. (ที่ๆ ปฏิเสธวงไปถึง 3 ครั้งมาแล้ว) ช่วยให้วงได้เซ็นสัญญาเป็นศิลปินสังกัดค่าย Warner Bros. Record จนได้

 

6. เป็นตัวของตัวเอง แต่ก็ปรับตัวเข้ากับสิ่งรอบข้างได้ดี

Chester เป็นสมาชิกคนเดียวที่มาเดี่ยวๆ โดดๆ ในขณะที่คนอื่นฟอร์มวง และทำงานด้วยกันภายใต้ชื่อวง Xero มาอยู่ก่อนแล้ว แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นปัญหากับ Chester เลย เพราะเขาออดิชั่นเข้ามาเป็นนักร้องนำของวง และผ่านเข้ารอบมาได้ด้วยน้ำเสียง จังหวะ พลังเสียง และสไตล์การร้องที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาเอง จนทำให้เขาโดดเด่นกว่าผู้เข้าสมัครคนอื่นๆ และด้วยเคมีที่เข้ากันได้ดีของ Chester และ Mike Shinoda นักร้องอีกคนของวง ทำให้พวกเขาเปลี่ยนชื่อวงเป็น Hybrid Theory ภายหลังสมาชิกวงอยากเปลี่ยนชื่อวงเป็น Lincoln Park ซึ่งเป็นชื่อของสวนสาธารณะในซานตาโมนิกา ลอสแองเจลิส แต่สุดท้ายเปลี่ยนมาเป็น Linkin Park เพื่อให้ได้ชื่อโดเมนเว็บไซต์เป็น linkinpark.com และได้เซ็นเป็นศิลปินสังกัดค่าย Warner Bros. Music ด้วยชื่อ Linkin Park

 

cypimvpukaaut_f

c78-ttxuwaai1gp

 

7. จริงจังกับสิ่งที่ทำ

Chester จริงจังกับการทำเพลงในห้องอัดจนถึงขนาดไม่ได้เข้าร่วมงานฉลองวันเกิดของตัวเอง เขามีวงแยกออกมาจาก Linkin Park อีกที โดยใช้ชื่อวงว่า Dead by Sunrise ในปี 2005 เขาคว้าโอกาสที่จะเข้าร่วมเป็นนักร้องนำให้กับวงโปรดที่เขาชื่นชอบตั้งแต่เด็กอย่าง Stone Temple Pilots ในปี 2003 ระหว่างถ่ายทำเอ็มวี Numb” ที่ปราก เขามีอาการปวดอย่างหนักบริเวณช่องท้อง และระบบย่อยอาหารมีปัญหา เขาต้องบินกลับมาผ่าตัดที่อเมริกา และถ่ายทำเอ็มวีต่อที่ลอสแองเจลิส

 

dead-by-sunrise-556b1278bed2c

Dead By Sunrise

 

 

หรือเหตุการณ์ที่หลายคนอาจจะทราบกันดีเมื่อปี 2007 เขาทำข้อมือตัวเองหักหลังจากพยายามกระโดดลงมาจากเวทีในโชว์ที่เมลเบิร์น แน่นอนว่าต้องเจ็บมาก แต่เขาก็ยังทำการแสดงต่อไปจนจบโชว์ จากนั้นจึงยอมเข้าโรงพยาบาล และโดนเย็บไป 5 เข็มพร้อมเข้าเฝือกทันที แต่ด้วยความที่แต่ละการแสดงเขาทุ่มให้สุดตัว อาการบาดเจ็บจึงตามมาอย่างต่อเนื่อง ในปี 2011 Chester มีอาการบาดเจ็บที่ไหล่ระหว่างทัวร์ในเอเชีย (รวมถึงที่ไทยด้วย) เขาต้องเข้ารับการผ่าตัดโดยด่วน จึงต้องยกเลิกทัวร์คอนเสิร์ตที่ฟลอริด้า และปิดฉากทัวร์อัลบั้ม A Thousand Suns ไปโดยปริยาย

 

 b8smz46iyaaevmd

b9hjmdyiuaiuxqc

albrqcjcqaasnnj

ตัวอย่างอาการบาดเจ็บบางส่วน ที่ Chester กล่าวติดตลกว่า "ผมสะสมไมล์จากห้อง ER ได้สบายๆ เลย"

 

 

8. ถึงจะร็อก แต่ก็ไม่ใช้ความรุนแรง

ใครที่คิดว่าร็อคเกอร์ต้องมาพร้อมกับภาพการตบตี ทะเลาะเบาะแว้ง หรือมีเรื่องมีราวกับคนอื่นคงต้องคิดใหม่ เพราะจากเหตุการณ์กราดยิงที่ Tucson เมื่อปี 2011 เป็นเหตุให้มีผู้บริสุทธิ์เสียชีวิตมากถึง 19 คน Chester ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “มันยังมีวิธีที่จะแสดงความเป็นตัวของตัวเองออกมาโดยไม่ใช้ความรุนแรง แล้วแสดงความคิดเห็นของคุณออกมาได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าคุณอยากจะพูดอะไร หรือคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ในสังคมที่เต็มไปด้วยเสรีภาพ คนเรามีสิทธิ์ที่จะเชื่อในสิ่งที่พวกเขาอยากจะเชื่อ นั่นเป็นเรื่องของเขา และเขาก็มีสิทธิ์ที่จะพูดความในใจออกมา แต่ไม่มีใคร แม้กระทั่งในสังคมอุดมเสรีภาพที่ไหน ที่จะมีสิทธิ์เอาชีวิตของคนอื่นไป ไม่มีวัน และนี่เป็นสิ่งที่เราควรจะสนับสนุนกันต่อไป”

 

9. ซื่อสัตย์กับตัวเอง

เป็นเรื่องยากลำบากมากที่คนดังอย่าง Chester ต้องมานั่งเล่าเรื่องราวชีวิตแย่ๆ สมัยเด็กให้สื่อฟัง อีกทั้งยังยอมรับว่าเคยคิดอยากฆ่าคน เคยใช้ยา เคยติดแอลกอฮอล์ แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะซื่อสัตย์กับตัวเองว่า เขามีอดีตที่ไม่น่าพิสมัย เขามีพฤติกรรมบางอย่างที่คนอื่นไม่ควรเอาเยี่ยงอย่าง และถ่ายทอดทุกเรื่องราวทีเขาคิดผ่านบทเพลงต่างๆ นั่นจึงเป็นเหตุให้เนื้อเพลงแต่ละเพลงของ Linkin Park ที่เขาร่วมกันแต่งกับ Mike Shinoda เต็มไปด้วยถ้อยคำที่โดนใจใครหลายคน เหมือนนั่งเข้าไปอยู่ในชีวิตของคนๆ นั้น เจ็บปวดก็บอกว่าเจ็บปวด แต่เจ็บปวดแล้วก็ต้องมีกำลังใจลุกขึ้นสู้ต่อ ทุกอย่างมาจากอัจฉริยะทางดนตรีที่เขาสร้างเองกับมือจริงๆ

 deeoisxuiaa46o5

dfnpjkcv0aawhy0

 

10. อัจฉริยะทางดนตรีที่หาใครจับตัวได้ยาก ที่นักดนตรีควรเอาเยี่ยงอย่าง

เคยรู้สึกกันบ้างไหมว่าปกติแล้วคุณฟังเพลงแนวอะไรกันอยู่ เพลย์ลิสของคุณอาจจะมีเพลงของ Ed Sheeran, Jack Johnson, Britney Spears หรือศิลปินป็อปอื่นๆ แต่จู่ๆ ก็จะมีเพลงของ Linkin Park อยู่ในเพลย์ลิสคุณไปด้วย ทั้งๆ ที่เป็นเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟ นูเมทัล ที่มาพร้อมดนตรีหนักแน่น ว๊ากตะโกนเกร็งคอสุดเสียง ชนิดที่พ่อแม่ได้ยินอาจจะงงว่าลูกฉันกำลังฟังเพลงอะไรอยู่ แต่นั่นเป็นเพราะแนวดนตรีของ Chester กับผองเพื่อนที่สร้างขึ้นมาอย่างลงตัว แฟนเพลงหนักๆ ก็ชอบ แฟนเพลงชาวป็อปก็รับได้

หากนักดนตรีหลายๆ คนอยากทำเพลงในแบบของตัวเอง แต่เข้าไปนั่งในใจของแฟนเพลงหลายๆ คนได้ ต้องลองมอง Linkin Park เป็นตัวอย่าง มองหาบาลานซ์ของดนตรีคุณให้เจอ แล้วคุณจะประสบความสำเร็จในวงกว้าง โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยนตัวเองเลย แม้ผลงานใหม่แฟนเพลงเก่าๆ อาจไม่ชอบ แต่ Chester ยืนยันว่า “นี่คือสิ่งที่ผมอยากทำ” และหากลองฟังผลงานใหม่ของเขา สุดท้ายคุณจะรู้และเข้าใจว่า นี่คืองานเพลงที่เขาอยากทำจริงๆ

 ddhulfsxcaehcnn

 

 

แม้ว่าตัวจะจากไปแล้ว แต่ใจของเขายังคงอยู่ ยังอยู่ในหลายๆ บทเพลงที่เราได้ฟัง หลายๆ โชว์ที่เขาแสดงให้เราได้ดู และหลายๆ ถ้อยคำที่เขาถ่ายทอดผ่านเนื้อเพลงทุกตัวอักษร Chester Bennington จะยังคงเป็นฮีโร่ของแฟนเพลงชาวไทยไปอีกนานแสนนานแน่นอน

 

____________________

Story : Jurairat N.