พรีน รวิสรารัตน์ เปิดใจ! ความท้าทายในการร้องเพลงลูกกรุงสุดอมตะ "เสน่หา"

พรีน รวิสรารัตน์ เปิดใจ! ความท้าทายในการร้องเพลงลูกกรุงสุดอมตะ "เสน่หา"
S! Music

สนับสนุนเนื้อหา

นอกจากละครเรื่อง เสน่หา ไดอารี่ จะมีเนื้อหาที่เข้มข้นจนทำให้คนดูติดตามแล้ว สิ่งหนึ่งที่หลายคนมักจะพูดถึงกันก็คือเพลงประกอบละครอย่างเพลง เสน่หา ที่ถ่ายทอดโดย พรีน รวิสรารัตน์ ศิลปินเสียงดีจากเวที เดอะสตาร์ 12 และวันนี้ทาง Sanook! Music ก็ได้พูดคุยกับเธอถึงผลงานเพลง เสน่หา เพลงลูกกรุงอมตะที่เธอนำมาร้องประกอบละครเสน่หาไดอารี่ รวมถึงผลงานด้านอื่นนอกจากงานเพลงของเธอด้วย

 

 

 

พรีนมีโอกาสได้คัฟเวอร์เพลง เสน่หา ด้วย รู้สึกอย่างไรที่ได้ร้องเพลงลูกกรุงอมตะเพลงนี้ในเวอร์ชั่นของตัวเอง

พรีน รวิสรารัตน์  : มันกดดันมาก มันคือการเข้าไปแตะความผูกพันที่คนไทยมีกับเพลงเพลงหนึ่งเลย คือโจทย์ที่เราได้ มันไม่ใช่การทำเพลงให้ดี แต่ต้องเล่าตัวตนของมายด์ในเพลงเสน่หา มันลดความกดดันในการทำเพลงเพลงหนึ่งขึ้นมาใหม่ แต่มันเป็นความรู้สึกของผู้หญิงคนหนึ่งที่เสน่หามาก ที่ก้าวผ่านความผิดชอบชั่วดี เข้าไปสู่ตัวตนของเขามันท้าทายมาก พอพรีนก็ได้ร้องก็ภูมิใจกับมันมาก เพราะตอนทำเราทิ้งตัวตนไปมาก  ทิ้งความตั้งใจไปมาก ให้เหลือเนื้อร้องทำนอง และความรู้สึกของมายด์ผ่านการถ่ายทอดของเราในเพลงนี้ค่ะ

 

กระแสตอบรับเพลงนี้เป็นอย่างไรบ้าง

พรีน รวิสรารัตน์  : เกินคาดมากค่ะ เพราะหลายคนที่ฟังเพลงนี้บอกว่าหลอนมาก และจะนึกถึงมายด์ สำหรับพรีนการร้องเพลงนี้แล้วทำให้นึกถึงตัวละครมันถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว เพราะมันทำให้เขารู้สึกถึงตัวละครถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว และมันทำให้หลายคนได้รู้ว่าเพลง เสน่หา สามารถถูกตีความได้แบบนี้ด้วยค่ะ

คลิกฟังเพลง เสน่หา - พรีน รวิสรารัตน์ ได้ที่นี่

ปกติศิลปินหลายคน จะคัฟเวอร์เพลงเฉยๆ แต่ของพรีนจะทำดนตรีใหม่หมดเลย กับ BillBilly01 และแสวงเครื่องการดนตรี ทำไมเราถึงจริงจังกับการคัฟเวอร์แบบนี้ 

พรีน รวิสรารัตน์  : สำหรับพรีนการคัฟเวอร์เป็นพื้นที่ความสร้างสรรค์ค่ะ คือเพลงมันเป็นศิลปะ ไม่มีรูปแบบตายตัว มันไม่ใช่แค่การร้อง มันคือการสื่อสาร โน้ตเพลงและการร้องมันถูกออกแบบการบอกอะไรบางอย่างของเพลง ผ่านตัวเรา และสิ่งที่เราเป็น มันคือการเอาความถนัดของเรามาสื่อสิ่งที่เราต้องการสื่อสารไปหาคนดู  ในฐานะที่เราเป็นศิลปินหน้าที่ของเราคือเล่าเรื่องให้คนดูประทับใจผ่านสิ่งที่เราเป็น มันเป็นเรื่องสนุกเพราะเราได้ลองอะไรหลากหลาย และการทำสิ่งที่เราชอบก็ทำให้เราเติบโตไปกับมันด้วยค่ะ  

 

แฟนเพลงจะเห็นพรีน ร้องเพลงแนวอาร์แอนด์บี มานานมาก ทำไมเราชอบร้องเพลงแนวนี้

พรีน รวิสรารัตน์  : คือเราโตมากับ Destiny’s Child, Neyo และเพลงยุค 90s ที่เราชอบ คือแต่ละคนจะมีเส้นทางไม่เหมือนกัน และมีเพลงที่ประทับใจไม่เหมือนกัน มีเพลงที่คุยกับเขาไม่เหมือนกัน  แต่ของพรีน พรีนชอบแบบนี้ มันเป็นแรงผลักดันของเรา  คือจากความประทับใจการร้องแบบนี้และโน้ตแบบนี้ มันทำให้เราอิ่มใจ มันทำให้เราฝึกฝนและพัฒนามากขึ้น พอเราค้นพบตัวเองมากพอก็อยากเอาพลังเหล่านั้นมาร้องและส่งมันออกไปค่ะ

 

 

นอกจากงานเพลงแล้ว เราก็มีงานแสดงที่เปิดตัวออกมาแล้วด้วย กระแสตอบรับเป็นอย่างไร

พรีน รวิสรารัตน์  : งานเข้าเยอะมากช่วงนี้ (หัวเราะ) ก็เป็นการแสดงครั้งแรก เพราะคาแร็คเตอร์มันเกินจริง มันเป็นซีรี่ย์สนุกสนาน อย่างน้ำฝนจะเป็นตัวให้ความบันเทิงเลย นางก็เป็นคนดีแหละ แต่มีเรื่องราวที่ทำให้เป็นคนจัดๆ ชัดเจนมาก ก็จะเป็นตัวแรงของเรื่อง และขับเคลื่อนความเกลียดชัง ก็สนุกดีค่ะ มันเป็นอะไรที่ให้ประสบการณ์ คือเราภูมิใจที่เห็นคนเกลียด ก็คิดในใจว่าเกลียดน้ำฝนได้ แต่อย่าเกลียดเราเลย (หัวเราะ)

 

ล่าสุดพรีนเองก็พึ่งลาออกจากงานที่ทำด้านแฟชั่นมา อะไรคือความเหมือนหรือแตกต่างของสายงานแฟชั่นและดนตรีในความคิดพรีน  

พรีน รวิสรารัตน์  : ต่างมากค่ะ เพราะสายแฟชั่นเราเป็น Creative และ Content Marketing เป็นเสียงของแบรนด์ ไปสู่ลูกค้า เราต้องเข้าใจตัวตนแบรนด์และความสามารถของเราในการสื่อสารออกไปให้เข้าใจแบรนด์ แต่การเป็นนักร้องมันคือการสื่อสารสิ่งที่เราชอบ ในการเล่าเรื่องผ่านความเข้าใจเรา มันเล่าเรื่องเหมือนกัน แต่มันคนละประเด็น แต่ถามว่าชอบอะไรก็ชอบทั้งคู่ และคงอยากทำสองอย่างควบคู่ไปด้วยกันค่ะ เพราะงานแฟชั่นเปิดโลกเราในการสื่อสารอีกแบบ ที่เราสามารถเรียนรู้และพัฒนาได้ แต่เพลงจะเป็นอีกแบบ งานคอนเท้นต์เป็นการใช้คอม คำศัพท์ในการสื่อสาร แต่เพลงใช้เสียงของเราในการสื่อสาร เราสนุกกับการถ่ายทอดและแตกแขนงมันออกไปค่ะ 

 

 

ถึงแม้ว่าในตอนนี้ละครเรื่อง เสน่หาไดอารี่ พาร์ทแรกจะจบไปแล้ว แต่แฟนๆสามารถฟังเพลง เสน่หา ในเวอร์ชั่นของพรีนที่ Sanook! Music ได้ และสำหรับใครที่อยากมีโอกาสร้องเพลงกับพรีน ก็สามารถเข้าสมัครโปรเจ็ค Cover City ซีซั่น 2 ได้ เพราะผู้ชนะจากโปรเจ็คนี้จะได้รับโอกาสในการออกซิงเกิ้ลพิเศษกับพรีนด้วย เรียกได้ว่าเป็นโอกาสที่พิเศษจริงๆ สำหรับคนที่รักในการร้องเพลง