เปิดใจทุกความรู้สึก "แน็ท The Voice Kids 5" หลังคว้าแชมป์สดๆร้อนๆ

เปิดใจทุกความรู้สึก "แน็ท The Voice Kids 5" หลังคว้าแชมป์สดๆร้อนๆ
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่สร้างความฮือฮาจากรอบ Blind Audtion ไปไม่นาน ล่าสุด แน็ท ศิริพงษ์ ก็ได้คว้าแชมป์รายการ เดอะวอยซ์คิดส์ ซีซั่น 5 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ด้วยคะแนนโหวตสูงถึง 81% และล่าสุด แน็ท ศิริพงษ์ ก็ได้มาพูดคุยกับทีมงาน Sanook! Music ถึงเส้นทางการแข่งขันและความรู้สึกที่ได้คว้าแชมป์รายการ The Voice Kids 5 ด้วย 

 

 

อะไรคือจุดเริ่มต้น ที่ทำให้แน็ทชอบการร้องเพลง 

แน็ท ศิริพงษ์ : ผมก็ร้องมาตั้งแต่เด็กๆเลยครับ ร้องนั่นนี่ไปเรื่อยๆ แต่ไม่จริงจัง แต่มาชอบร้องเพลง จริงๆ ก็ตอนหัดเล่นกีต้าร์ครับ

 

เวลาที่หลายคนพูดถึงแน็ท ก็จะพูดถึงเรื่องความคล้ายกับพี่ปู เรารู้สึกอย่างไรที่คนมักจะพูดแบบนี้กับเรา

แน็ท ศิริพงษ์ : ก็ดีครับ เพราะผมชื่นชอบพี่ปูอยู่แล้ว ชอบวิธีการคิดการเขียนเพลง และการร้องเพลงครับ

 

แน็ทชื่นชอบเพลงไหน ของ ปู พงษ์สิทธิ์ ที่สุด

แน็ท ศิริพงษ์ : ชอบเยอะมากครับแต่ชอบที่สุดจะเป็นเพลง เราจะกลับมาครับ เพราะเวลาท้อผมจะฟังเพลงนี้

 

 

ปู พงษ์สิทธิ์ เป็นศิลปินรุ่นใหญ่ที่เข้าวงการมานานมาก แน็ทไปรู้จักผลงานของเขาได้อย่างไร

แน็ท ศิริพงษ์ : คุณครูเป็นคนแนะนำครับ เพราะผมไม่รู้จักว่าเขาเป็นใครหน้าตาแบบไหน ก็เลยลองหัดเล่นและร้องฟังต้นฉบับ พอฟังเพลงหนึ่งก็ไปอีกเพลง ก็เลยฟังเรื่อยๆ และชอบเนื้อเพลงที่พี่เขาทำออกมา ชอบเวลาที่เขาเล่นกีต้าร์ด้วยครับ 

 

ตอนนั้นคุณครูได้บอกไหมว่าทำไมถึงให้เราร้องเพลง ปู พงษ์สิทธิ์

แน็ท ศิริพงษ์ : มันเป็นเพลงที่ร้องง่ายครับ เพลงแรกก็เพลง โรงเรียนของหนู ตอนนั้นอยู่ชั้น ป.4 อายุประมาณ 10 ขวบครับ ตอนนี้ 15 แล้วครับ ก็รู้จักพี่ปูเมื่อ 5 ปีที่แล้ว แต่ก่อนหน้านั้นก็ร้องเพลงของศิลปินคนอื่นเรื่อยเปื่อยบ้างครับ

 

แน็ทเคยมีโอกาสได้เจอคุณ ปู พงษ์สิทธิ์ ไหม

แน็ท ศิริพงษ์ : เคยเจอครับ ตอนนั้นมีคอนเสิร์ตที่จังหวัดอุดรธานี ก็ไปกับคุณแม่ครับ คุณแม่เขาชอบครับ ก็ขอถ่ายรูปและขอลายเซ็น เขาก็เซ็นที่หลัง นั่นเป็นครั้งที่สอง ก่อนหน้านี้เคยเจอที่คอนเสิร์ตที่หนองคายมาก่อน แต่ไม่ได้เข้าไปหาหลังเวที แต่ตอนที่เจอที่อุดรธานีนั้นไม่ได้คุยกันเท่าไหร่ว่าเราร้องเพลงพี่ปู เพราะแค่ถ่ายรูปและขอลายเซ็นครับ

 

แน็ท ศิริพงษ์ และ ปู พงษ์สิทธิ์

แล้วคุณปูมีโอกาสได้ชมการแสดงน้องบ้างหรือยัง

แน็ท ศิริพงษ์ : ก็ได้ชมแล้วครับ ในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ พี่ปูก็มาพูดเขาบอกว่าเหมือนดี แกก็บอกว่าเสียงผมโตเกินวัยครับ

 

นอกจากพี่ปู พงษ์สิทธิ์ แล้ว มีศิลปินรุ่นใหม่คนไหนที่เราชอบบ้าง

แน็ท ศิริพงษ์ : ก็มีศิลปินร็อกและเพื่อชีวิตหลายคนครับ อย่างศิลปินร็อกที่ชอบก็มีวง Bodyslam เพราะเนื้อหาเพลงครับ

 

อะไรคือสิ่งที่ทำให้แน็ท ตัดสินใจว่า เราจะทำงานในเส้นทางดนตรีแบบจริงจัง

แน็ท ศิริพงษ์ : ผมชอบครับเพราะทำแล้วมีความสุข การเล่นดนตรีร้องเพลงทำให้ผมมีความสุขครับ

 

ตอนที่เราออกรายการตื่นเต้นไหม มีคนจำเราได้หรือเปล่า

แน็ท ศิริพงษ์ : ตื่นเต้นนิดนึงครับ ก็มีคนมาทักว่าน้องแน็ทๆและขอถ่ายรูปครับ 

 

ก่อนหน้านี้ที่เราเรียนมัธยม มีโอกาสได้ร้องเพลง โชว์ความสามารถบ้างไหม

แน็ท ศิริพงษ์ : ตอนผมเรียนที่ อุดรพิทยานุกูล  ก็มีโอกาสร้องเพลงและแข่งของโรงเรียนอยู่เรื่อยๆ สมัยก่อนมากรุงเทพไม่ค่อยบ่อย พอมาตอนนี้ก็รู้สึกแปลกๆแต่ชอบครับ

 

 

 

แน็ทเองเป็นคนที่เล่าดนตรีได้หลายชนิดมาก เราใช้วิธีไหนในการเรียนรู้ด้านดนตรี

แน็ท ศิริพงษ์ : ตอนแรกก็เริ่มที่การเป่าขลุ่ยก็มีครูสอน พอเรียนกีต้าร์ก็หัดเอง พอเล่นได้สองสามเพลงก็ให้คุณครูช่วยสอนเพิ่มเติม เสร็จแล้วเราก็จะฟังเพลงหลายๆเพลงด้วยครับ 

 

นอกจากจะเล่นดนตรีกลางคืน ล่าสุด แน็ท ก็มีวง FerbS ที่ฟอร์มกับเพื่อนๆ ด้วย ทำไมเราถึงฟอร์มวงนี้ขึ้นมา

แน็ท ศิริพงษ์ : ก็มีโอกาสเล่นดนตรีกลางคืนมาก่อน คุณแม่ก็พาไปฝากไว้ร้านคีตกวี ดนตรีสี่ภาค การทำงานตอนนั้นก็สอนเรื่องการวางตัวและการทำงานกับผู้ใหญ่ครับ ส่วนเรื่องวงมีวันหนึ่งผมเล่นดนตรี และชวนพี่ๆไปเล่น พอพิธีกรถามชื่อพี่นิคมือกลองเลยบอกว่าชื่อวง Ferbs (เฟิบ) ก็ใช้ชื่อนี้เลย 

 

หลายๆคนจะชื่นชอบการร้องเพลง ที่เหมือนผู้ใหญ่ ของแน็ทมาก เรามีเทคนิคอย่างไรในการร้องเพลง

แน็ท ศิริพงษ์ : อันนี้ผมก็ไม่ทราบครับ เพราะผมไม่ได้เรียนร้องเพลง ปกติจะร้องเล่นๆ อยู่บ้านก็ร้อง แล้วก็จะฝึกจากการทำงานร้องเพลงด้วยครับ 

 

ทำไมถึงตัดสินใจมาก The Voice Kids ซีซั่นนี้

แน็ท ศิริพงษ์ : จริงๆผมไม่อยากมาครับ แต่แม่เป็นคนบอกให้ลองไปดู เป็นคนชวนให้ส่งคลิปไปครับ ก็อยากขอบคุณคุณแม่ที่ชวนผมในวันนั้น ให้ผมมารายการ ผมเองก็ไม่คิดว่าจะมาถึงแบบนี้ 

 

 

ก่อนหน้านี้แน็ทก็เคยไปออกรายการอื่นมาด้วย ประสบการณ์ต่างจากตอนแข่งเดอะวอยซ์มากไหม

แน็ท ศิริพงษ์ :  ผมก็เคยไปรายการอื่นครับ แต่มันต่างกันมากเลยแบบบอกไม่ถูก เพราะรายการเดอะวอยซ์คิดส์เป็นรายการเกี่ยวเพลงโดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้ผมเคยไปรายการจันทร์พันดาว ร้องสู้ฝัน และดันดารา ช่อง 3 ที่เป็นรายการที่ไม่ได้เน้นแค่เพลงครับ

ตอนนั้นแน็ทเป็นคนส่งใบสมัครรายการเองหรือเปล่า

แน็ท ศิริพงษ์ :   รายการเขาโทรมาครับเพราะไปเจอในเฟสบุ๊คที่มีคลิปของผมร้องเพลง แต่จริงๆแล้วตัวผมไม่ค่อยชอบโพสต์ แต่พี่ๆที่ทำงานด้วยกันเขาเป็นคนไปโพสต์ไว้ครับ

 

ตอนที่เราแข่งก็มีโค้ชหันมาสามคน เลยเรารู้สึกอย่างไร แล้วทำไมถึงเลือกพี่ติ๊กชีโร่

แน็ท ศิริพงษ์ : โล่งใจครับ เพราะเราหวังแค่ผ่านรอบ Blind ตอนนั้นเลือกพี่ติ๊กชีโร่เพราะชอบมานานแล้ว ชอบเพลงแก และรู้สึกว่าเคมีเราน่าจะตรงกันครับ ในรายการพี่ติ๊กก็แนะนำการใช้เสียง การใช้คำต่างๆ และเวลาร้องเพลงต้องนึกถึงความหมายของเพลงครับ 

 

ในรอบ Blind แน็ทก็ได้ร้องเพลงคู่กับโค้ช รัดเกล้า ด้วย รู้สึกอย่างไรที่ได้แสดงกับศิลปินแถวหน้าอย่างพี่รัดเกล้า

แน็ท ศิริพงษ์ : ผมดีใจมากครับเพราะมันเป็นเกียรติมาก ตอนนั้นพูดไม่ออกและดีใจมาก แต่ไม่กดดันตอนร้องเพลงกับพี่รัดเกล้าเพราะก็เคยมีประสบการณ์การร้องเพลงบนเวทีมาบ้างแล้ว 

 

สำหรับแน็ทแล้ว การแข่งรอบไหนยากสุด แล้วเราชอบการแสดงรอบไหนมากที่สุด 

แน็ท ศิริพงษ์ : ผมรู้สึกว่ารอบ Blind ยากสุดครับ เพราะร้องเพลง เรื่องขี้หมา ตอนนั้นเลือกเพลงที่ไม่ใช่เพลงเพื่อชีวิต เป็นร็อกที่ผมเอามาทำใหม่เป็นเพลงเพื่อชีวิตก็เลยกลัวว่าโค้ชจะไม่หันครับ ส่วนโชว์ที่ชอบก็ชอบโชว์เพลง ชัดเจน เพราะไม่เคยแต่งตัวและเซ็ตผมแบบนั้นครับ มันเท่ดี 

 

 

ในช่วงที่แข่งขัน แน็ทเองก็ต้องเรียนไปด้วย แถมคุณแม่ก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ด้วย มีความรู้สึกท้อบ้างไหมในตอนนั้น

แน็ท ศิริพงษ์ : ไม่เลยครับ พอรู้ข่าวแม่ก็อาจจะกระวนกระวาย วุ่นในใจ แต่พอตั้งสติได้ก็ไปต่อครับ คือแม่ผมเองก็ยังเดินไม่สะดวกมาเชียร์ไม่ได้ ตอนที่ผมเลือกร้องเพลง แม่ ก็เพราะคิดถึงแม่ครับ 

 

ตอนแรกแน็ทคิดไหมว่า เราจะมาถึงรอบสุดท้าย

แน็ท ศิริพงษ์ : ไม่คิดเลยครับ เพราะเราทำเต็มที่ ทำสิ่งที่ชอบครับ 

 

เพื่อนๆที่โรงเรียน กับที่ร้านที่เราร้องเพลงรู้สึกอย่างไรบ้าง ที่เห็นเราแสดงในรายการเดอะวอยซ์คิดส์

แน็ท ศิริพงษ์ : ตอนนี้เพื่อนไม่เรียกชื่อแล้วครับ เรียก "พงษ์สิทธิ์ๆ" กันอย่างเดียว ส่วนช่วงที่มาแข่งก็ไม่ได้เจอกับพี่ๆที่ร้านเลย แต่ก็อยากขอบคุณพี่ๆ ที่ให้ประสบการณ์ในการเล่นที่ร้านตลอดสองสามปีที่ผ่าน มันให้อะไรเยอะมากครับ ส่วนชีวิตประจำวันก็เปลี่ยนไปมาก มีคนเข้ามาทักมากขึ้นครับ 

 

หลังจากนี้ถ้ามีโอกาสได้ทำเพลง อยากทำเพลงแนวไหน

แน็ท ศิริพงษ์ : ผมอยากทำเพลงเขียนเพลงไปเรื่อยๆ ก็อยากทำเพลงแนวเพื่อชีวิตครับ 

 

เรียกได้ว่าถึงแม้จะมีเส้นทางในการตามฝันที่ไม่ง่าย แต่ในที่สุดน้องแน็ท ก็ได้เป็นแชมป์รายการเดอะวอยซ์คิดส์ในที่สุด ซึ่งใครที่อยากฟังผลงานเพลงของน้องแน็ท นั้นสามารถคลิกฟังเพลง สายน้ำแห่งตำนาน ที่น้องได้เรียบเรียงเอง ได้ใน YouTube และติดตามเฟสบุ๊คแฟนเพจ Nat siripong และไอจี siripongsrisukha ได้เช่นกันครับ