Bedroom Audio จากความผิดหวังมากมาย สู่อัลบั้มแรกที่เปรียบเสมือนลูก!

Bedroom Audio จากความผิดหวังมากมาย สู่อัลบั้มแรกที่เปรียบเสมือนลูก!
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่แจ้งเกิดเต็มตัวในกลุ่มคนฟังเพลงไทยด้วยเพลง ไม่บอกเธอ วงดนตรี Bedroom Audio ก็ได้ทำผลงานเพลงออกมาอย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมงานกับต้นสังกัดอย่าง BEC TERO Music ในการทำเพลงใหม่ๆขึ้นมา และในปีนี้ทางวงเองก็ได้มีโอกาสทำอัลบั้มชุดแรกขึ้นมา โดยเป็นการรวมผลงานที่พวกเขาทำตลอด 5 ปีที่ผ่านมา และในวันนี้ทางวงก็ได้มาเยี่ยมเยียนทีมงาน Sanook! Music เพื่อเล่าถึงผลงานใหม่พวกเขา และประสบการณ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา 

 

 

ในตอนแรกทางวงเป็นศิลปินอิสระมาก่อน มาร่วมงานกับทาง BEC TERO ได้อย่างไร

แม่น Bedroom Audio : ขอเขาครับ (หัวเราะ) คือมันเป็นวันที่เราทำทุกอย่างเอง แม้แต่เอกสาร จนเรารู้สึกว่าไม่ไหวแล้ว

คิท Bedroom Audio  : ค่ายเดิมมันเป็นสหกรณ์ครับ คือเราจะช่วยๆกันทุกวง แต่วันนึง เพลง ไม่บอกเธอ ออกมามันดัง ตอนนั้นชีวิตเปลี่ยนไปมาก มีงานเยอะมาก ต้องนอนในรถตู้ คือดูแลตัวเองยังเป็นเรื่องลำบากเลย

นดล Bedroom Audio : งานเอกสารเกี่ยวกับงานจ้างก็ต้องทำเอง หรือแม้แต่การจดลิขสิทธิ์เพลง พวกเราเลยมาคิดดูว่า การทัวร์และเขียนเพลง ทำเอกสารบัญชีต่างๆมันยาก มันไม่ใช่สิ่งที่เราถนัดเลย มันกินเวลาการทำงานศิลปะของเรา ต้องทำฐานข้อมูลเอาเพลงขึ้นระบบดิจิตอล คือเบลอเลย ตอนนั้นมีเจ็ดแปดงานติดต่อกัน คือเริ่มบริหารอะไรไม่ไหวแล้ว แค่ซักผ้ายังไม่มีเวลาเลย ก็เลยต้องหาค่ายมาช่วยครับ

 

ตอนนี้ทางวงมีค่ายคอยดูแลแล้ว การทำงานเปลี่ยนไปมากไหม

แม่น Bedroom Audio  : ถ้าเป็นส่วนของเพลงมันเหมือนเดิม มีอัพเกรดบ้าง และมีคนดูแลแล้ว ทางพี่ๆในค่ายเขาจะถามความเห็นเราตลอดด้วย เขาจะคิดถึงวงมากกว่าตัวเองครับ  

นดล Bedroom Audio : เรื่องซีดีกับเรื่องกราฟฟิคก็มีคนทำให้แล้วครับ (หัวเราะ) คือเราแค่ทำเพลงอย่างเดียว เขาก็จะมาช่วยเราอย่างพี่โป โปษยะนุกูล  ก็จะมาดูการทำงานเราและให้คำแนะนำ

คิท Bedroom Audio  : พี่ๆทีมงานก็ดูแลเรื่องการปรับโชว์ ความกลมกล่อม หรือการเรียงในอัลบั้ม งานเอกสารก็ไม่ต้องทำ ส่วนเพลงนี่พี่ๆเขาก็ช่วยให้ลงตัวมากขึ้นครับ

 

 

ในอดีตนั้นทางวงได้เริ่มต้นมาจากการทำเพลงในห้องนอน จนมาเป็นที่รู้จักจากเพลง  กอดไม่ได้ และ ไม่บอกเธอ ทางวงรู้สึกอย่างไรกับความสำเร็จนี้  เพราะในตอนแรกคนจะรู้จักเพลงมากกว่าวง

แม่น Bedroom Audio  :  ตัวผมไม่ได้รู้สึกอะไรครับ เพราะเราโฟกัสเพลงอยู่แล้ว เรายอมรับว่าตัวเองไม่ได้หน้าตาดีจนเวลาไปไหน จะมีคนกรี๊ด หรือมีคนมาชมว่าเท่จัง  เพราะฉะนั้นเราเลยโฟกัสที่เพลงมาตลอด คืออยากให้คนเห็นคุณค่าเพลง ผมว่ามันดีกว่าการที่คนจำหน้าเราได้ แต่จำเพลงไม่ได้มากกว่าอีกครับ  

คิท Bedroom Audio  : แต่ถ้ามันไปด้วยกันได้จะดีมาก ครับ เพราะมันแสดงให้เห็นว่าเราเป็นไอดอล และอยู่ได้นาน

จ็อบ Bedroom Audio  : การรักกันที่ผลงานมันเป็นเรื่องที่ดีครับ เพราะวันนึงมันจะรู้จักกันมากขึ้น และรักทั้งตัวตนและผลงาน

 

เมื่อปีที่แล้ว ทางวงพึ่งได้ปล่อยเพลง เพลงไม่รัก ออกมา กระแสตอบรับเป็นอย่างไร

แม่น Bedroom Audio  : ถือว่าดีครับ เพราะไปเล่นหลายที่คนก็ร้องเพลงนี้ได้ครับ เพลงนี้ผมก็เขียนขึ้นมาจากเรื่องราวของตัวเองด้วย ทั้งเพลงและมิวสิควีดีโอก็ออกมาลงตัวครับ

 

 

ล่าสุดทางวงก็ได้มีอัลบั้มเต็มออกมาแล้ว อะไรคือจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราทำอัลบั้มในปีนี้

แม่น Bedroom Audio  : ทางเราอยากมีอัลบั้มมานานแล้ว แล้วก็พยายามครับ ก็มีความล่าช้าหลายๆส่วน

คิท Bedroom Audio  : เราก็รวบรวมเพลงมาเรื่อยๆ แต่เราขาดประสบการณ์ในการทำอัลบั้ม เราทำเองทั้งกราฟฟิค ติดต่อโรงงานผลิตซีดีเอง แล้วก็โดนโกงตอนผลิต ตอนนั้นเลยไม่มีซีดีครับ

 

ในมุมมองของวง Bedroom Audio คิดว่าอะไรคือ มนต์เสน่ห์ของการทำ CD อัลบั้มที่จับต้องได้ออกมา

แม่น Bedroom Audio  : เราเป็นคนยุคโบราณครับ เรามาจากยุคที่ศิลปินต้องมีอัลบั้มเต็มกัน  เราสามารถบอกที่บ้านได้ว่าเราออกเทปแล้ว

นดล Bedroom Audio : ในยุคนั้นศิลปินเขาออกเอ็มวีมาสองเพลงและปิดอัลบั้ม  แล้วก็ไปฟังเพลงที่เหลือเอา 

คิท Bedroom Audio  : ผมเองในฐานะศิลปินก็อยากบอกพ่อแม่ว่า “พ่อครับแม่ครับ ผมออกอัลบั้มแล้วนะครับ”

 

นดล Bedroom Audio

 

อัลบั้มชุดนี้ทางวงใช้เวลาทำนานมาก  ความท้าทายมันอยู่ที่ตรงไหน แล้วมันบ่งบอกตัวตนพวกคุณอย่างไรบ้าง

แม่น Bedroom Audio  : ต้องขอบคุณที่มาอยู่ BEC เพราะบอสใหญ่เราเขาทำงานมาเยอะมาก เป็นคนดนตรีที่ทำมาทุกอย่าง เลยมองว่าศิลปินต้องมีอัลบั้ม และจะโดนผลักดันให้ทำ การทำอัลบั้มมันเหนื่อยเลยใช้เวลามาก มันต้องคิดเยอะ อย่างของ FALL OUT BOY ที่เพลงเป็นเอ็มวีต่อๆกัน  มันต้องคิดเยอะมากในด้านการดีไซน์ อย่างของ FOO FIGHTER นี่ก็จะเป็นอัลบั้มที่โชว์ความเป็นอเมริกา ที่จะเอาศิลปินจากแต่ละเมืองในอเมริกามาฟีท  กว่าอัลบั้มชุดนี้ พวกเราต้องผ่านความผิดหวังมากมาย คือวันแรกที่เห็นอัลบั้ม คือวันที่พี่ๆสื่อมาฟังกับเรา พวกเรารอมา 4 ปีที่จะได้เห็นอัลบั้มนี้

นดล Bedroom Audio : มันเป็นกระบวนการทำงานที่ใหญ่และมีประโยชน์กับพวกเรามากครับ เพลงหลายๆซิงเกิ้ลก็มีเรื่องราวมาจากพวกเรา  อย่างเพลง กอดไม่ได้ นี่ก็มาจากเรื่องราวนี่เป็นเรื่องราวของสมาชิกที่เลิกกับแฟนในเวลาใกล้ๆกัน และพี่แม่นเองก็เคยมีประสบการณ์ชวนเพื่อนฆ่าตัวตายเพราะอกหัก

คิท Bedroom Audio  : เพลง กอดไม่ได้ นี่เป็นเพลงที่พวกเราเรียบเรียงด้วยกัน และเล่นกันเป็นแบบวงในห้องซ้อม ช่วงนั้นพวกเรามีปัญหาเรื่องแฟน ก็จะดาร์คไปกับเพลง  มีการแลกตำแหน่งกันเล่นดนตรีด้วย จนตอนแรกเพลงนี้มาล้นไปมา

จริงๆ สำหรับการทำอัลบั้มไม่ใช่แค่แต่งเพลงแล้วเอามาใส่ๆ มันต้องดูโทนและอารมณ์ต่างๆ อัลบั้มนี้ก็จะเป็นตัวแทนไดอารี่ของพวกเรา มีเรื่องราวที่พี่แม่นเขียนขึ้นมา และพัฒนาการทางดนตรีของพวกเรา อัลบั้มนี้ก็ใช้เวลา 4 ปีในการทำขึ้นมา คือมีการทำงานหลายแบบ และมีเทรนด์ดนตรีหลายแบบ อย่างเพลงภาพฝัน  เป็นเพลงแรกที่พี่แม่นแต่ง เป็นเพลงที่ทำเมื่อปี 2544 ถ้าฟังก็จะเห็นดนตรีในยุคนั้น อย่างในอัลบั้ม ก็จะมีเพลงที่ผมมาสเตอร์เองและได้ใช้ความสามารถในการเป็นซาวด์เอนจีเนียร์ คือผมไม่เคยทำมาสเตอร์เพลงของวงมาก่อน  คือจะตีกลองอย่างเดียวและเสนอความคิดบ้าง

 

ปัจจุบันนี้วงการเพลงก็เข้าสู่ยุคสตริมมิ่ง คุณรู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้

แม่น Bedroom Audio  : ก็ไม่ได้มีแง่ลบอะไรนะครับ  จริงๆผมว่ามันดีนะครับ เพราะในยุคนี้การละเมิดลิขสิทธิ์มันหยุดยาก เราไปบอกคนให้ซื้อไม่ได้ แต่สตริมมิ่งมันทำให้คนเปลี่ยนไป อย่างมีค่ารายเดือน หรือโฆษณาที่ให้คนอื่นจ่าย มันทำให้คนคิดว่าการจ่ายนั้นมันไม่เหนือบ่ากว่าแรงอะไร แบบจ่ายเดือนละร้อยและมีเพลงให้ฟังอย่างจุใจ อย่างผมก็ใช้หลายเจ้าเลย อย่างผมเป็นคนทำเพลง มันก็เป็นเหมือนห้องสมุดเลย คือเราจ่ายและเข้าถึงเพลงได้เยอะมาก ผมชอบมากเลย

นดล Bedroom Audio : มันเป็นการเข้าถึงคนฟังได้ง่ายมาก แค่มีอินเตอร์เน็ตก็ฟังเพลงได้แล้ว สมัยก่อนจะต้องรอชมทางทีวีและวิทยุ ในยุคเก่าก็มีเสน่ห์อีกแบบ ที่เพลงนึงออกมาก็ฮิตและอยู่ได้นาน ศิลปินก็มีงานจ้างยาวเลย อัลบั้มก็สามารถขายได้เป็นล้านตลับ ในขณะที่เดี๋ยวนี้มันมีแค่การดาวน์โหลด

 

คิท Bedroom Audio

 

ในยุคนี้ที่ศิลปินนั้นสามารถแจ้งเกิดได้ง่าย คุณคิดว่าการทำเพลงให้ดังมันเป็นเรื่องยากไหม

แม่น Bedroom Audio : ยากครับ เพราะการทำเพลงแล้วให้มันไม่เจ๊งมันไม่ต่างจากการแทงหวยเลย (หัวเราะ) มันยาก แต่คนก็ยังทำอยู่  เพราะรักที่จะทำ มันต้องเริ่มจากความรัก ที่เหลือก็ขึ้นกับดวงและคนฟัง แต่เราพยายามทำให้ดีที่สุด แล้วเพลงไทยหลายๆเพลงนั้นดีมาก หลายๆท่านก็ทำเพลงมาสเตอร์ที่ต่างประเทศ คือทำเพลงให้ดีขึ้นเรื่อยๆ แต่บางคนก็ยังใจแคบและไม่ฟัง เลยเลือกแต่เพลงดัง วิทยุก็ต้องปรับตัวตาม จนมีบางคนคิดว่าเพลงไทยไม่ดี เพราะเลือกฟังแต่เพลงในกระแส จริงๆก็อยากให้คนมาลองฟังเพลงอย่างใน JOOX ดูลองเปิดไปเรื่อยๆ จะเจอเพลงดีๆเยอะมาก มีทุกแนว

คิท Bedroom Audio  : อย่างผมฟังเพลงอินดี้ที่ในเพลงทุกองค์ประกอบดีมาก แต่ไม่ดังเยอะมาก อยากให้ทุกคนเปิดใจฟังเพลงใหม่ๆ ผมเคยเป็นคนฟังแต่เพลงร็อคเมทัล แต่พอเปิด JOOX และฟังเพลงวง TELEx TELEXs ก็ชอบมาก และลองฟังเพลงอื่นๆไป คือมันดีหมด เพลงเขาฉีกกฎจากเพลงทั่วไป

 

การเป็นศิลปินทุกวันนี้ จะมีรายได้หลักมาจากงานจ้างเป็นส่วนใหญ่ สมาชิกในวงได้มีอาชีพเสริม หรือแผนรองรับการเปลี่ยนแปลงบ้างไหม

แม่น Bedroom Audio  : ผมมีบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ลำปาง จะซื้อบ้านก็ติดต่อได้ครับ คือก็เป็นแผนที่จะใช้ตอนเกษียณ เพราะเราเองก็ผ่านช่วงที่ลำบากมาเหมือนกัน  ก็อยากให้มีงานเสริมที่ควบคู่กับการเล่นดนตรีได้

คิท Bedroom Audio  : ของผมทำแต่ดนตรีอย่างเดียว คือมีแต่วงอย่างเดียว เพราะอาชีพอื่นไม่ตอบโจทย์การทำงานดนตรีของเรา คือยอมเงินน้อย แต่ขอทำสิ่งที่รักก่อน

จ็อบ Bedroom Audio  : งานเสริมของผมยังอยู่ในด้านดนตรีอยู่ ทั้งรับเรียบเรียงและโปรดิวซ์ จากค่ายอื่น 

นดล Bedroom Audio :  ผมทำกระเป๋า เครื่องดนตรีกีต้าร์และเบส ชื่อ DBAG ครับ ใช้แล้วซิปไม่แตกแน่นอน เป็นกระเป๋าที่นักดนตรีใช้กันเยอะมากครับ เป็นแบรนด์ที่ผมทำขึ้นมา การเล่นดนตรีมันหล่อเลี้ยงจิตใจ แต่ก็ต้องมีอะไรหล่อเลี้ยงกายบ้าง

 

จ็อบ Bedroom Audio

 

แฟนเพลงที่ซื้ออัลบั้มชุดนี้กลับไปจะได้อะไรกลับไปบ้าง และจะมีอะไรพิเศษให้คนที่ซื้อบ้างไหม

แม่น Bedroom Audio  : มันคือการบันทึกการเดินทางของพวกเรา มันอาจจะเป็นซีดีที่มี 14 เพลง จากช่วงเวลาต่างๆของชีวิต คือถ้าคุณชอบหนึ่งเพลงก็ดีใจแล้ว

คิท Bedroom Audio  : อัลบั้มชุดนี้มันมี 14 เพลง มันจุใจครับ คือจ่าย 200 แต่ได้เพลงมาเยอะมาก

นดล Bedroom Audio :  อัลบั้มนี้มันเท่มากครับ (หัวเราะ)

 

ทางวงคาดหวังกับอัลบั้มนี้ไว้อย่างไรบ้าง

แม่น Bedroom Audio  : มันก็เป็นเหมือนลูกอะครับ ที่เราคาดหวังอยู่แล้ว ที่เราอยากเห็นมันเติบโต แต่ก็ทำได้แค่เลี้ยงมันให้ดีที่สุด

คิท Bedroom Audio  : คือเพลงนี้ไม่ต้องดังแบบ ไม่บอกเธอ แต่อยากให้คุณร้องตามได้

 

หลังจากที่ปล่อยออกไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ฟีดแบ็กเป็นอย่างไรบ้าง

แม่น Bedroom Audio  : ดีครับ เพราะน้องและพี่ๆที่ติดตามก็ชม เราก็รู้สึกดีที่เขียนมันขึ้นมา

 

แม่น Bedroom Audio

 

ในปัจจุบันนี้ก็มีศิลปินที่มองวง Bedroom Audio เป็นไอดอลในฐานะศิลปินอิสระที่ก้าวขึ้นมามีผลงานและได้อยู่ค่ายใหญ่ มีอะไรอยากฝากถึงศิลปินรุ่นใหม่บ้างไหม

แม่น Bedroom Audio  : มันเกิดจากความรัก เพราะการเป็นศิลปินมันลำบาก เรายังโชคดีที่สามารถเลี้ยงตัวเองได้ เพราะถ้าไม่มีเพลง ไม่บอกเธอ เราคงมาไม่ถึงจุดนี้ พวกเราผ่านอะไรมามาก อย่างน้องคิทและจ็อบนี่ยอมเลือกที่จะไม่เรียนมหาวิทยาลัย เพื่อแบกเครื่องดนตรีมากรุงเทพ คุณต้องมีความรักในสิ่งที่ทำ คุณให้คนมาบอกให้คุณเป็นศิลปินไม่ได้

คิท Bedroom Audio  : หลายคนอาจจะมองว่าเราทำเพลงในห้องนอนแล้วดัง แต่จริงๆ มันมีความลำบากที่หลายคนไม่เห็น เล่นตามผับ ทำเพลงแล้วโดนหลอก คนอื่นก็อาจจะเจอปัญหาครอบครัวที่ไม่โอเคกับอาชีพนี้ด้วย

จ็อบ Bedroom Audio  : ถ้าคุณมีความรัก คุณจะมีแรงบันดาลใจเอง

นดล Bedroom Audio  : สำหรับผมอยากให้เด็กรุ่นใหม่ อย่าไปมองในจุดที่สำเร็จแล้ว เพราะอาชีพนี้อาจไม่เหมาะ ไปเป็นเน็ตไอดอลดีกว่า แต่อาชีพนักดนตรีมันเหมาะกับคนที่รักในอาชีพจริงๆ

 

นอกจากงานแสดงทั่วไปแล้ว ทางวงอยากจะจัดคอนเสิร์ตใหญ่บ้างไหม 

แม่น Bedroom Audio  : อยากครับ แต่ก็ต้องให้เพลงมันทำงานไปก่อน ถ้าทุกอย่างมันเป็นไปได้ด้วยดี ก็จะได้เห็นกัน

คิท Bedroom Audio  : กว่าจะถึงวันนั้นพวกเราก็ต้องผ่านอะไรอีกมาก เราก็ปรับปรุงวงและเพลงอยู่ ก็อยากให้ทุกคนแนะนำกัน จะทำให้ดีที่สุดครับ 

คลิกฟังเพลงอัลบั้มชุด Bedroom Audio ได้ที่นี่

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นวงดนตรีที่ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จเร็ว แต่จริงๆแล้วเบื้องหลังความสำเร็จนั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและบาดแผลมากมาย และเรื่องราวเหล่านั้นก็ทำให้พวกเขาได้เรียนรู้และประสบความสำเร็จในที่สุด ซึ่งแฟนๆที่ชื่นชอบวง Bedroom Audio นั้นสามารถฟังผลงานได้ที่ JOOX และ Sanook! Music และติดตามพวกเขาได้ที่เฟสบุ๊คของวง และค่าย BEC TERO Music ได้เช่นกันครับ