"Klear" การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ต้องปรับตัว

"Klear" การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ที่ต้องปรับตัว
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

หลังจากที่มีปล่อยเพลงรักแนวสมหวังมีถึงสามซิงเกิ้ล ล่าสุดวงร็อกสีขาวอย่าง Klear ก็มาพร้อมซิงเกิ้ลใหม่ "พันหมื่นเหตุผล" ที่มาพร้อมเรื่องราวจุดจบความรักที่มาจากเรื่องจริงของหลายๆคน ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ทางวงก็มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิกด้วย และวันนี้ทางวงก็ได้แวะมาเยี่ยมทีมงาน Sanook! Music และเล่าถึงผลงานใหม่ของวง และเรื่องราวการเปลี่ยนแปลงที่ทางวงได้เจอในช่วงที่ผ่านมาด้วย 

คลิกชมการสัมภาษณ์ในรูปแบบคลิปได้ที่นี่

 

ผลงานเพลงใหม่ล่าสุด เพลง พันหมื่นเหตุผล มีเนื้อหาพูดถึงอะไร

แพท Klear : เพลงนี้มีเนื้อหาที่พูดถึงคนที่เลิกกัน ทีมักจะไม่พูดกันตรงๆ เราเองก็เคยคุยกันว่า ทำไมเวลาเลิกกัน คนไม่พูดกันตรงๆว่า “เลิกกันนะ เราไปกันไม่ได้” แต่ส่วนมากจะชักแม่น้ำทั้งห้า หรือไม่ก็เอาเหตุผลมาจบว่าทำไมเลิกกัน คือเพลงนี้มันก็พูดถึงคนที่เอาเหตุผลต่างๆนาๆ มาใช้ในการเลิก แต่เหตุผลจริงๆแล้ว เธอก็แค่มีอีกคนแล้วเท่านั้นเอง

 

 

อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เราตัดสินใจปล่อยเพลงอกหัก ในช่วงใกล้ๆเทศกาลวาเลนไทน์

แพท Klear : พวกเราไม่ทันคิดว่ามันเป็นวันวาเลนไทน์ (หัวเราะ) คือสามซิงเกิ้ลแรก กระโดดกอด, สิ่งของ และ อาจจะเป็นเธอ มันเป็นเพลงรักหมดเลย ก็มีคนเรียกร้องอยากฟังเพลงอกหักบ้าง เราก็คิดว่ามันถึงเวลาแล้ว แต่ไม่ได้ตั้งใจจะมาปล่อยในช่วงวาเลนไทน์นะคะ (หัวเราะ) แต่ก็อาจจะเหมาะสำหรับใครที่พึ่งโดนทิ้งค่ะ

คี Klear : แต่เท่าที่อ่านคอมเม้นต์ ก็รู้สึกว่าการอกหักไม่ได้ขึ้นอยู่กับเวลานะครับ คนอกหักมีทุกฤดูและมีตลอดเวลาครับ

 

 

ล่าสุด ทางวงก็มีการเปลี่ยนแปลงสมาชิก อะไรคือเหตุผลที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้

แพท Klear : ก็ไม่มีอะไรมากค่ะ พ้อยท์เขาหันไปทำงานเบื้องหลังเป็นโปรดิวเซอร์ และทำเพลงของตัวเองค่ะ  

 

 

ได้ยินว่าเพลง พันหมื่นเหตุผล นั้นเป็นซิงเกิ้ลที่ร้องยากมากที่สุดของวงเลย ความยากในการถ่ายทอดเพลงนี้อยู่ที่ตรงไหน

แพท Klear : เพลงนี้จะเป็นเพลงที่เรนจ์กว้างมาก คือใครที่ชอบร้องเพลง หรือไปร้องคาราโอเกะ ก็ให้ทำใจไว้นิดนึง อย่าพึ่งด่าเรานะคะ (หัวเราะ)  คือมันต่ำและสูงมาก ถ้าภาษาดนตรีก็คือมีสอง Octave เลย ก็ฝึกอยู่นาน ตอนเข้าห้องอัดก็ยาก เพราะเราไปโฟกัสกับเทคนิคจนฟีลเพลงมันไม่ได้ ความหมายมันไม่ออก แต่สุดท้ายก็ผ่านมาได้  คือทั้งวงก็ไปช่วยเชียร์ด้วย การอัดร้องไม่นาน แต่การ อัดเพลงนานมาก เพราะเราเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง

ณัฐ (กีต้าร์) Klear : ตอนแรกเราใส่อะไรในเพลงนี้ไว้เยอะมาก จนมันล้นเกินไป มีเครื่องสายและคอรัส สุดท้ายก็ตัดให้เรียบง่าย Minimal ที่สุดครับ ให้เข้ากับเพลงที่สุด

 

เอ็มวีเพลงนี้ ทางวงก็ได้ร่วมงานกับพระเอกนางเอกเอ็มวีอย่าง น้องจี๊และน้องเหมยด้วย การทำงานกับทั้งสองคนเป็นอย่างไร

คี Klear : ในเอ็มวีนี้ก็มีซีนอารมณ์เยอะ การแสดงและร้องไห้ตลอดเวลา ทั้งสองคนทำได้ดีมาก พวกเราก็ไม่กล้าเข้าไปคุยด้วยเลยตอนอยู่ในกอง เพราะพวกเขาต้องรักษาอารมณ์ไว้ อย่างหนัก ร้องไห้จริง คือเราเป็นศิลปินยังไม่กล้าไปอยู่ตรงนั้นเลย ขอบคุณทั้งสองที่เข้ามาเติมเต็มเพลงนี้ครับ

 

มีอะไรอยากฝาก ให้กับคนที่เจอเหตุการณ์แบบในเพลงนี้ไหม

แพท Klear : ถ้าไม่นับเนื้อเพลง คือเราขอข้ามมานิดนึง คือเนื้อเพลงมันจะพูดถึงเหตผลข้อเดียวคือไม่รักกัน คือเราไปรักคนอื่น แต่ในฐานะที่เราเป็นคนเขียน เราอยากบอกว่า คนที่ไม่ได้รักเรา เขาไม่ควรมาอยู่ในชีวิตเรา อย่าไปวอแวหรืองอแงเลย ให้เดินต่อไปดีกว่า คือไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม  ถ้าเขาบอกเลิกกับเราแล้ว มันคือจบลงแล้ว ให้มีความสุขดีกว่า อย่าไปจมกับมันเลย  

คลิกฟังเพลง พันหมื่นเหตุผล ได้ที่นี่

 

 

ตอนนี้กระแสตอบรับเพลงเป็นอย่างไรบ้าง

คี Klear : เราปล่อยเพลงออกไป แค่ 8 วัน ก็ได้ยอดวิวเจ็ดล้านแล้ว ฟีดแบ็กก็ดีมากครับ เราเองก็ตกใจมาก ก็ขอบคุณเพื่อนๆที่สนับสนุนเพลงนี้ครับ

 

ทางวงรู้สึกอย่างไรกับคอมเม้นต์จากแฟนๆ ที่มีในโลกโซเชี่ยล  

คี Klear : วันแรกที่ปล่อยเพลงก็มาเลย “ใช่ทำไม ไม่บอกกันตรงๆ” บอกใครก็ไม่รู้ คือนั่งอ่านคอมเม้นต์แล้วรู้สึกว่าเพลงมันโดนมาก แบบหลายคนก็บอกว่าทำไมไม่บอกกันตรงๆ ตอนนี้ช่องคอมเม้นต์ของเพลงกลายเป็นศาลาคนเศร้าไปแล้วครับ (หัวเราะ)

แพท Klear : สนุกมากค่ะ (หัวเราะ) แล้วก็จะมีคนที่แท็กเพื่อนว่า ให้มาดูกัน คือแท็กกันสนุกมาก

 

สมัยก่อนเวลาไปเล่นคอนเสิร์ต คุณแพทจะร้องเพลง คำยินดี ให้แฟนเก่าของแฟนเพลง ทำไมถึงตัดสินใจเลิกทำสิ่งนี้ระหว่างโชว์

แพท Klear : เวลาที่เราร้องเพลง คำยินดี เราก็มักจะให้แฟนเพลงโทรศัพท์หาแฟนเก่า เพื่อให้เราร้องเพลงคำยินดีให้ฟัง แต่มันมาถึงจุดหนึ่งที่มีเหตุการณ์บนเวทีแล้วน้องโทรหาแฟนเก่า แล้วน้องร้องไห้ตอนโทร แต่แฟนเก่าก็กดโทรศัพท์ทิ้งเป็นสิบๆครั้ง แล้วน้องก็ร้องไห้ เราเลยรู้สึกว่ามันไม่ไหวแล้ว ตัวเราเองเลยตัดสินใจว่าไม่โทรแล้ว เพราะไม่อยากเป้นคนที่น้องลืมไม่ได้ เดี๋ยวนี้เวลาไปไหน เราจะบอกว่า แฟนเก่าไม่ได้มีไว้ให้จำแต่มีไว้ให้ลืมค่ะ พวกเราก็ไม่โทรแล้ว สงสารน้องๆ

 

แพท Klear 

ตอนนี้ก็เป็นซิงเกิ้ลที่ 4 ของวงแล้ว จะได้ชมอัลบั้มเต็มเมื่อไหร่ครับ

คี Klear :  ปีนี้แน่นอนครับ เราก็วางแพลนอยู่ มีเพลงในสต็อกมากพอแล้ว เรากำลังดูกันอยู่ ว่าภาพรวมจะเป็นอย่างไร  

แพท Klear :  นอกจากอัลบั้มก็มีอีกข่าวดี คือ ปีนี้พวกเราก็จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ด้วย เป็นกำลังใจให้พวกเราด้วย ถ้าเปิดขายบัตรก็ไปซื้อกันด้วยนะคะ  เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี ที่จะมีคอนเสิร์ตใหญ่ก็อยากเจอทุกคน ถ้ามีข่าวแล้วจมาโปรโมตแน่นอน

 

ทางวงมีไอเดียหรือคอนเซ็ปต์ เรื่องคอนเสิร์ตหรือยัง ในตอนนี้

ณัฐ (กลอง) Klear : ตอนนี้ฟุ้งมากครับ (หัวเราะ) มีหลายไอเดียเลย

คี Klear : ก็คิดกันอยู่ครับ ตอนนี้ก็อยุ่ในช่วงปรึกษาค่ายครับ ถ้ามีความคืบหน้าก็จะบอก ก็จะมีชื่อเกสต์หรือแขกรับเชิญออกมาบ้างแล้ว คือฟุ้งมากในตอนนี้

 

 

นอกจากงานเพลงแล้ว สมาชิกในวงก็มีงานอื่นๆ ด้วย หรือคุณแพทก็เป็นคนที่ออกกำลังเป็นประจำด้วย ทางวงมีเคล็ดลับในการแบ่งเวลาการทำงานอย่างไร  

แพท Klear :  ไม่ค่อยแบ่งค่ะ (หัวเราะ) ว่างแค่ไหนก็ทำ ถ้ามีเวลาก็ไปเลย

ณัฐ (กีต้าร์) Klear : ของผมเป็นสถาปนิก เวลาว่างจากงานหนึ่ง เราจะทำอีกบทบาทของเราครับ

 

ในปัจจุบันนี้ ความดังของศิลปินมักจะถูกวัดโดยยอดวิวทางโซเชี่ยลด้วย ทางวงรู้สึกอย่างไรกับการเปลี่ยนแปลงนี้

แพท Klear :  พวกเราเองก็ตื่นตัวกับเรื่องนี้มากขึ้น เพราะมันเปลี่ยนไปมาก คนเสพ Content จากมือถือ อย่างเราไม่คุ้นการอยู่หน้ากล้องมือถือ ตอนนี้ก็ต้องเปลี่ยน ก็มีการ Live อยู่ ก็พยายามปรับตัว เพราะเราไม่ถูกกับพื้นฐาน แต่เวลา Live ก็มีคนดู คือคนอยากคุยกับเรา สื่อสารนอกจากการเล่นดนตรี พวกเราก็ปรับตัวเต็มที่เลยค่ะ

 

 

 

เรียกได้ว่าการกลับมาในครั้งนี้นั้น ทางวงเองนั้นประสบความสำเร็จมาก และความสำเร็จนี้ก็ได้ต่อยอดสู่เรื่องราวใหม่ๆมากมายของพวกเขา ซึ่งหลังจากนี้ทาง Sanook! Music จะนำข้อมูลของอัลบั้มใหม่ และคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกของวง มาอัพเดทให้ทุกคนได้ชมกันแน่นอน และแฟนๆก็สามารถฟังผลงานพวกเขาได้ที่ JOOX และ Sanook! Music รวมถึงติดตามข่าวคราวได้ที่เฟสบุ๊คของวงได้เช่นกันครับ