อรรถรสงานเพลงแบบ Pharrell Williams

อรรถรสงานเพลงแบบ Pharrell Williams
S! Music (Rewrite)

สนับสนุนเนื้อหา

เรื่องราวบนเส้นทางดนตรีของหนุ่ม Pharrell เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว จากการเป็นเด็กเนิร์ดที่ชอบทำตัวแตกต่างจากเพื่อนๆ ก่อตั้งวงดนตรีร่วมกับ Chad Hugo และ Shay Haley โดยใช้ชื่อว่า “The Naptunes” จนได้เซ็นสัญญาและเป็นโปรดิวเซอร์มือทองที่ศิลปินมากมายอยากร่วมงานด้วย

Pharrell ทำงานเพลงของเขาควบคู่ไปกับการเป็นโปรดิวเซอร์ให้กับศิลปินดังอย่าง Jay –Z, Madonna, Justin Timberlake, Beyonce, Gwen Stefani, Robin Thicke, Daft Punk และอีกมากมายจนนับไม่ถ้วน เพลงต่างๆที่เขาแต่งล้วนได้รับความนิยม ยังไม่นับรวมกับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของเขาทั้งเรื่อง การใช้ชีวิต การแต่งตัวเป็นผู้นำแฟชั่นและแน่นอนงานเพลงที่โดดเด่น

ปี 2001 เพลง I’m A Slave คือเพลงแรกที่ทำให้ชื่อเสียงของ The Naptunes เป็นที่รู้จักในฐานะ Duo-Producer ของวงการเพลง พวกเขานำเพลงนี้ขึ้นอันดับหนึ่งในชาร์ตต่างๆทั่วโลก ซึ่งในปีเดียวกันเขาได้ออกอัลบั้ม In Search of… โดยใช้ชื่อวงว่า “N.E.R.D.”

ในปี 2002 พวกเขาได้พาเพลง “Hot in Here” ของ Nelly ขึ้นอันดับ 1 Billboard Chart ได้สำเร็จ และถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Producer of The Year อีกด้วย

นอกจากการโปรดิวซ์เพลงแล้วเขายังร่วมเป็นศิลปินรับเชิญ (Featuring artist) ทั้ง Snoop Dogg กับเพลง Drop It Like It’s Hot ประสบความสำเร็จใน Billboard Chart ที่อันดับ 1 ตามมาด้วยการร่วมงานกับ Robin Thicke ในเพลง Blurred Line จนดังสร้างชื่อใน Robin และล่าสุดกับ Daft Punk ก็ประสบความสำเร็จถล่มทลายทั้งในแง่เสียงวิจารณ์และยอดขายระดับแพตตินั่ม

Happy เพลงฮิตล่าสุดของเขาที่ซึ่งเป็นเพลงประกอบภาพยนตร์แอนิเมชั่น Despicable ME เช่นเคยว่าเพลงนี้ทำยอดขายมหาศาลเฉพาะในอเมริกาที่ 6.5 ล้านก๊อปปี้ ทั้งยังถูกเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลในสาขา Best Original Song จากเวที Oscar

นอกจากเพลงดังต่างๆที่กล่าวไปแล้วข้างต้น ยังมีเพลงที่ Pharrell ร่วมโปรดิวซ์และร่วมร้องด้วยอีกมากมาย โดยเราได้รวบรวมมาไว้ให้ได้ฟังในเพลย์ลิสต์ “Songs by Pharrell Williams

ขอบคุณภาพจาก Facebook Pharrell Williams