Wonderfruit มุมมองที่เปลี่ยนไปกับเฟสติวัลที่คุ้นเคย

Wonderfruit มุมมองที่เปลี่ยนไปกับเฟสติวัลที่คุ้นเคย
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

วันเดอร์ฟรุ๊ต เป็นเฟสติวัลแรกของโลกที่ประกาศลดคาร์บอนฟุตพริ้นท์ ด้วยการสนับสนุนโครงการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพริมบารายา ในอินโดนีเซีย (Rimba Raya Biodiversity Reserve) พร้อมกับต่อยอดความมุ่งมั่นในการเป็นเฟสติวัลที่นำเสนอวิถีความยั่งยืน ด้วยการสร้างสรรค์ ฟาร์ม สเตจ (Farm Stage) เวทีที่จะถูกสร้างและตกแต่งด้วยเมล็ดข้าว ผลงานชิ้นเอกที่ได้รับแรงบันดาลใจจากประเพณีการสร้างปราสาทข้าวของภาคอีสาน ยังมีรายละเอียดอีกมากมายที่ทำให้วันเดอร์ฟรุ๊ตเป็นมากกว่าเทศกาลดนตรีทั่วๆ ไปที่เรารู้จัก และเป็นงานที่พร้อมพาทุกคนไปเปิดประสบการณ์ใหม่ให้แก่ชีวิตได้อย่างลึกซึ้งมากกว่าเดิม

บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ของวันเดอร์ฟรุ๊ต คือศูนย์รวมของโปรแกรมที่หลากหลาย ซึ่งผ่านการรังสรรค์มาอย่างลงตัว แบ่งออกได้เป็น 6 แขนง ได้แก่

ศิลปะ

ปีนี้วันเดอร์ฟรุ๊ตชูผลงานด้านศิลปะ ด้วยการเผยโฉมเวที ฟาร์ม สเตจ ผลงานชิ้นเอกที่ออกแบบและสร้างขึ้นโดยสถาปนิกจาก PO-D และ ธ.ไก่ชน โดยเวทีแห่งนี้จะถูกสร้างและตกแต่งด้วยเมล็ดข้าว เพื่อสะท้อนถึงการเฉลิมฉลองวัฒนธรรมการปลูกข้าวแบบดั้งเดิมของไทย นอกจากนี้ บริติช เคานซิล (ประเทศไทย) ก็จะมาร่วมจัดแสดงผลงานศิลปะและงานฝีมือต่างๆ จากการสร้างสรรค์ร่วมกันของศิลปินชาวไทยและชาวอังกฤษ พร้อมเปิดโอกาสให้เหล่าวันเดอเรอร์ได้มีส่วนร่วมเติมเต็มผลงานไปด้วยกัน

ดนตรี

เมื่อพูดถึงความหลากหลายของแนวดนตรีที่วันเดอร์ฟรุ๊ตจัดให้ ทั้งจากศิลปินไทยและต่างประเทศ ทุกคนจะได้สัมผัสดนตรีหลากหลายแนวทั้งคลาสสิค ฮิปฮอป อัลเทอร์เนทีฟอาร์แอนด์บี อิเล็คทรอนิกส์ เทคโน และเวิร์ลด์ริธึ่ม เตรียมตัวพบกับการแสดงสุดมันส์ได้จาก Rudimental, Matador, Kate Simko & London Electronic Orchestra, Nastia, รัสมี อีสาน โซล, ศรีราชา ร็อกเกอร์ส และอีกมากมาย

สุขภาพและการผจญภัย

สำหรับโปรแกรมเพื่อสุขภาพในปีนี้ เหล่าวันเดอเรอร์จะได้มีโอกาสฟื้นฟูและสร้างสมดุลให้แก่สุขภาพร่างกายของตัวเองด้วยการฝึกโยคะกับสองโยคีระดับโลก แดนนี่ พาราไดซ์ (Danny Paradise) ปรมาจารย์แห่งอัษฎางค์โยคะ และ อนาสตาซิส (Anastasis) ปรมาจารย์แห่งหะฐะโยคะจากประเทศกรีซ

และด้วยสภาพอากาศที่เป็นใจในช่วงปลายปี ก็เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับการออกไปสัมผัสกับธรรมชาติรอบงานอย่างใกล้ชิด ไม่ว่าจะว่ายน้ำในทะเลสาบ วิ่งจ๊อกกิ้ง นั่งเครื่องร่อน หรือจะปั่นจักรยานท่ามกลางทิวทัศน์อันสวยงามร่วมกับทีม
Life Cycling

ประสบการณ์สำหรับครอบครัว

วันเดอร์ฟรุ๊ต เปรียบเหมือนสนามเด็กเล่นที่รายล้อมไปด้วยธรรมชาติ โซนแคมป์วันเดอร์ คือพื้นที่ที่เจ้าตัวน้อยจะได้สนุกสนานไปกับกิจกรรมต่างๆ และเปิดโอกาสให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกันในบรรยากาศใหม่

ฟาร์มทูฟีสต์

พบกับวาไรตี้ของอาหารเลิศรสที่เหล่าวันเดอเรอร์จะได้ลิ้มลองกันตลอดทั้งวัน เริ่มจากของอร่อยสไตล์ street-food ไปจนถึงมื้อพิเศษจากฝีมือเชฟชื่อดังใน Wonderfruit Feasts และเชิญเยี่ยมชมวันเดอร์ฟรุ๊ตฟาร์มใจกลางเฟสติวัล ที่โอบล้อมฟาร์ม สเตจ พร้อมร่วมสนุกกับกิจกรรมต่างๆ ภายในบริเวณนาข้าว พร้อมลิ้มลองอาหารเลิศรส และดื่มด่ำกับงานศิลปะเชิงเกษตร




ทอล์คและเวิร์คช็อป

การแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเองคือหัวใจหลักของการมาร่วมงานวันเดอร์ฟรุ๊ต เหล่าวันเดอเรอร์จะได้มีโอกาสค้นพบศักยภาพของตนเองผ่านการเข้าร่วมเวิร์คช็อป คลาสเต้นรำ สร้างสรรค์งานศิลปะ และแลกเปลี่ยนทักษะและไอเดียร่วมกับผู้อื่น

ในปีนี้ พบกับเวิร์คช็อปที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การลองหัดมวยไทยขั้นพื้นฐานกับนักชกชื่อดังอย่าง บัวขาว หรือ เรียนรู้ศิลปะการจัดดอกไม้กับ สกุล อินทกุล นักจัดดอกไม้ชาวไทยที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับโลก ด้านสแครทช์ ทอล์ค (Scratch Talks) มาร่วมหาแรงบันดาลใจ จากการรับฟังและพูดคุยกับบุคคลที่วันเดอร์ฟรุ๊ตขอยกย่องให้เป็นอีโคฮีโร่ตัวจริง อาทิ ตัวแทนจากกลุ่มแทรช ฮีโร่ (Trash Hero), ท็อด เลมอนส์ ผู้ก่อตั้งองค์กรเพื่อความยั่งยืน InfiniteEARTH และ อลัน เลาบช์ ผู้ก่อตั้งสมาคม Natural Capital Alliance (NCA) องค์กรที่ปรึกษาด้านการวัดผลกระทบของธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร หรือมาจากไหน คุณจะได้พบกับความเป็นวันเดอเรอร์ในตัวคุณอย่างแน่นอน ทิ้งความกังวลให้หมด เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมไปกับการเฉลิมฉลองการผสมผสานของศิลปะ ดนตรีและไลฟ์สไตล์ ในปลายปีนี้ด้วยกัน

วันเดอร์ฟรุ๊ต จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 15-18 ธันวาคมนี้ ณ เดอะฟิลด์ แอท สยามคันทรีคลับ พัทยา บัตรเฟสแรกราคาเพียง 4,800 บาท/ใบ (สำหรับผู้ใหญ่) มีจำหน่ายถึงวันที่ 15 กันยายนนี้เท่านั้นก่อนปรับเป็นราคาปกติ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ เว็บไซต์ Wonderfruit