มวยถูกคู่! Justin Bieber VS One Direction อัลบั้มใหม่ใครจะอยู่ใครจะไป

มวยถูกคู่! Justin Bieber VS One Direction อัลบั้มใหม่ใครจะอยู่ใครจะไป

ไม่รู้ว่าวางแผนกันมาก่อนหรือเปล่า แต่ไอดอลวัยทีนตัวท็อปฝั่งอเมริกา Justin Bieber กับบอยแบนด์แห่งชาติฝั่งอังกฤษ One Direction ตัดสินใจเข็นอัลบั้มใหม่ออกมาพร้อมกันเป๊ะในวันนี้ (13 พ.ย. 58) ใครจะอยู่ ใครจะไป ใครจะได้ครองอัลบั้มชาร์ตในคราวนี้ #belieber กับ #directioner คงต้องสู้กันหน่อยแล้วล่ะ

Justin Bieber – Purpose (Album) อัลบั้มที่ 4 เปิดตัวให้ฟังให้ดูเอ็มวีกันอย่างจุใจไปแล้วถึง 3 เพลง “Where Are U Now?” ที่ได้ Skrillex และ Diplo มาช่วยโปรดิวซ์ให้ แถมยังได้ฝีมือเจ้าพ่ออีดีเอ็ม Jack Ü มาช่วยเติมสีสันความแซ่บให้กับเพลงนี้ ผลคือโด่งดังเป็นพลุแตก ขึ้นถึงอันดับ 8 ใน Billboard Hot 100 Chart และเป็นครั้งแรกที่ผลงานของ Skrillex และ Diplo ไต่อันดับขึ้นอยู่ใน top 10 เรียกได้ว่างานนี้รวมกันเราสตรองจริงๆ ฝั่ง UK Chart ก็สามารถขึ้นไปถึงอันดับที่ 3 เลยทีเดียว นี่แค่เพลงแรกนะ

คลิกเพื่อชม Justin Bieber - Where Are U Now?


“What Do You Mean?” ซิงเกิลที่ 2 ดังหนักกว่าเดิมอี๊กกก นอกจากเอ็มวีจะดังเปรี้ยง เพลงก็ติดหูง่ายแล้ว เนื้อเพลงก็โดนใจวัยรุ่น จากอาการปากอย่างใจอย่างของผู้หญิง แล้วที่สำคัญทำการตลาดดีมาก เพราะได้ศิลปินหลายคนช่วยโหมโปรโมตผ่าน social media ไม่ว่าจะเป็น Ariana Grande, Ed Sheeran, Meghan Trainor, Fifth Harmony, Hilary Duff ไปจนถึง Mariah Carey และข้ามฝั่งไปเกาหลีอย่าง G-Dragon เลยเชียวนะ แถมเพลงนี้หนุ่มจัสตินยังลงมือโปรดิวซ์เองอีกด้วย

คลิกเพื่อชม Justin Bieber - What Do You Mean?





“Sorry” แรงตามติดมาอย่างไม่ทันตั้งตัว และได้รับวิจารณ์ไปในทางที่ดีเสียด้วย ยังคงเป็นแนว tropical house เหมือนซิงเกิลที่แล้ว ด้วยแนวเพลงที่โตขึ้น น้ำเสียงที่โตขึ้น แทบจะทำให้เราลืมไปเลยว่าเขาคนนี้เคยร้องเพลงน่ารักจิ้มลิ้มอย่าง “Baby” มาแล้ว


คลิกเพื่อชม Justin Bieber - Sorry




“I’ll Show You” ว่าเพลงที่แล้วมาแบบเงียบๆ แล้ว เพลงนี้เงียบกว่า จู่ๆ ก็ปล่อยออกมาให้แฟนคลับตกใจเล่น คราวนี้มาจังหวะช้าแบบโยกเบาๆ สวยๆ แต่ก็เหมาะกับบรรยากาศในเล้าจน์สลัว กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เจ๋งๆ สักแก้วเหมือนกัน


คลิกเพื่อชม Justin Bieber - I'll Show You




ใครที่ชอบแนว House, EDM นิดๆ ฟังสบาย ส่ายเอวได้นิดหน่อย ถือว่าเป็นอัลบั้มที่น่าสนใจไม่น้อยเหมือนกัน (อย่าให้ชื่อของหนุ่มคนนี้ ทำให้คุณเบือนหน้าหนีทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ลองฟังเพลงเขาซะล่ะ)
_______________________________________





One Direction – Made in the A.M. (Album) อัลบั้มที่ 5 ของ 4 หนุ่ม (ที่เคย 5) บอยแบนด์จากเกาะอังกฤษ เป็นอัลบั้มแรกที่ไม่มีหนุ่ม Zayn Malik และอัลบั้มสุดท้าย (แต่ยังไม่ท้ายสุด) ก่อนที่จะพักงานไปยาวๆ ในปี 2016 เพราะฉะนั้นในแง่ของแฟนคลับแล้ว เป็นอัลบั้มที่ต้องสนับสนุนให้เต็มที่ เพราะคงอีกนานกว่าจะได้ฟังผลงานใหม่ๆ ของพวกเขาอีก


“Drag Me Down” ถึงชื่อเพลงจะดูไม่ค่อยมงคลเท่าไร แต่เนื้อเพลงคือ “Nobody can drag me down!” ต่างหาก ครั้งแรกที่ฟังถึงแม้จะเป็นแนวป็อบเหมือนเดิม แต่ที่เพิ่มเติมคือจังหวะที่ถ้านำไปมิกซ์ในซาวนด์เอฟเฟ็คนิดหน่อย ก็กลายเป็น dubstep ได้เลยกระแสแรงจนครองอันดับ 1 ไปหลายชาร์ต ทั้ง UK, Ireland, New Zealand, Australia และอีกเพียบ ใน US เองก็ไต่ไปได้ถึงอันดับที่ 3 เลยเชียว จริงๆ จะว่าไปก็เปิดตัวแรงกว่าหนุ่ม JB อีกนะ


คลิกเพื่อชม One Direction - Drag Me Down



“Perfect” แม้จะไปไม่ถึงดวงดาว จอดอยู่ในอันดับที่ 2 บน UK Chart และได้อันดับที่ 10 ใน US Billboard Chart แต่ก็เป็นเพลงที่ 2 ที่ติด top 10 ของ Billboard จนได้ ทำลายสถิติซิงเกิลที่ติด top 10 Billboard 2 ซิงเกิลรวด (ในอัลบั้มเดียวกัน) ที่ The Beatles เคยทำเอาไว้ด้วยนะ แสดงเห็นว่าฐานแฟนคลับของ One Direction ในอเมริกามีไม่น้อยแน่นอน

คลิกเพื่อชม One Direction - Perfect


“Infinity” เพลงป็อบช้าสไตล์บริทิชที่ปล่อยเป็น digital promotional single ตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมา แนวถนัดของหนุ่มๆ แบบนี้ จึงได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากแฟนๆ เหมือนเดิม มีร้องคัฟเวอร์ตามมากมาย


โดยรวมก็คงจะเป็นอัลบั้มมี่เต็มไปด้วยเพลงป็อบชั้นดี ภาคดนตรีเข้มขึ้น โตขึ้น มีกลิ่นอายบริทป็อบบางๆ ที่พอจะทำให้เพลงของหนุ่มๆ มีซาวนด์แตกต่างจากวงบอยแบนด์อเมริกันทั่วไป ฟังได้ทุกเพศทุกวัย
_______________________________________



ที่เหมือนกันทั้งสองศิลปิน คือนอกจากจะมาสายป๊อปไอดอลด้วยกันทั้งคู่แล้ว ยังมีฐานแฟนคลับหนาแน่นทั้งใน US, UK และทั่วโลก แนวเพลงไม่เหมือนกันสักทีเดียว แต่พวกเขาต่างพัฒนาความสามารถของตัวเองให้เป็นมากกว่าป๊อปไอดอล โดยลงมือแต่งเพลง โปรดิวซ์เอง ทั้งๆ ที่อายุยังไม่ถึง 25 ปีสักคน ความสำเร็จที่ได้มาไม่ได้มาเพราะโชคล้วนๆ แน่นอน


คราวนี้ก็เหลือแต่แฟนๆ และพวกเรานี่แหละค่ะ ว่าจะช่วยตัดสินอนาคตของพวกเขาอย่างไร Justin Bieber VS One Direction ใครจะอยู่ ใครจะไป เดี๋ยวได้รู้กัน