มาถึงจุดนี้ได้ยังไง! เผยทุกความรู้สึกร็อกหัวมัน “Potato” สู่ความฮอตทะลุร้อยล้านวิว!!

มาถึงจุดนี้ได้ยังไง! เผยทุกความรู้สึกร็อกหัวมัน “Potato” สู่ความฮอตทะลุร้อยล้านวิว!!
Sanook!-Music

สนับสนุนเนื้อหา

หากจะกล่าวถึงวงร็อกที่มาแรงและอยู่ในอันดับต้นๆของเมืองไทย ซึ่งแน่นอนจะต้องมีชื่อของวง “Potato” วงที่สร้างปรากฎการเซอร์ไพรส์ไปทุกโซเชียล  สำหรับมิวสิกวิดิโอซิงเกิ้ล “ทิ้งไว้กลางทาง” ของ 4 หนุ่ม ปั๊บ , โอม , กานต์ , หั่ง จากค่าย จีนี่ เร็คคอร์ดส กับยอดแชร์ที่พุ่งไปกว่า 6 หมื่นครั้ง แถมยังมีวลีสุดเด็ดในทีเซอร์ก็ถูกรีทวิตจนขึ้นอันดับ 1 ทวิตเตอร์ประเทศไทยภายในคืนเดียว และยอดวิวมิวสิควีดีโอที่ทะลุร้อยล้านวิวไปที่เรียบร้อยแล้วในตอนนี้

ทีมงาน Sanook Music!  ไม่รอช้าขอคิว 4 หนุ่มโปเตโต้มานั่งพูดคุยแบบ Exclusive จากความฮอตของบทเพลงถูกนำสู่ซีรีย์ และคอนเสิร์ตใหญ่ที่จะเกิดขึ้นการเดินทางยาวนานถึง 14 ปี บนเส้นทางสายดนตรีของพวกเค้า และวันนี้พวกเค้าพร้อมแล้วที่จะเผยทุกเรื่องราวให้เราฟังค่ะ!

คลิกชมคลิปสัมภาษณ์ “Potato”

ความรู้สึกเมื่อ MV ทิ้งไว้กลางทาง ทะลุ 100 ล้านวิว

Potato :  ดีใจและรู้สึกขอบคุณที่ให้เกียรติพวกเรามากๆ มันเกินความคาดหมายไปไกลมากครับ  เราเคยคาดหวังกับเพลงนี้ว่าอยากให้มันดัง อยากให้มันเข้าไปอยู่ในใจของพวกคุณแฟนเพลงโปเตโต้คนทุกคน  แต่ผลลัพธ์ที่ออกมาไม่ว่าจะเป็นยอดวิว เสียงคอมเม้นก็ดี มันทำให้เรารู้สึกว่าดีใจมากในความคาดหวังครั้งนี้  ไม่ว่าจะไปตามงานต่างๆคอนเสิร์ตผมรู้สึกว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่ทุกคนร้องดังมาก  เพลงนี้จุดเริ่มต้น ตั้งใจทำขึ้นเพื่อแฟนเพลงของโปเตโต้อยู่แล้ว ที่รู้สึกคิดถึงเพลงในแบบของโปเตโต้ที่ไม่ได้ฟังมาหลายปี  ขอบคุณมากครับสำหรับร้อยล้านวิว

 

จาก T-ser มิวสิควิดีโอ มาถึงวลีเด็ด “เรามาถึงจุดนี้กันได้ยังไง” กลายมาเป็นคำฮิตติดปากจนถึงทุกวันนี้

Potato :  เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง….. (หัวเราะ)  จุดที่พี่โจ้ (โจอี้ บอย) พาผมขี่จักรยานทุกวันเลย  ทุกวันนี้ผมยังไม่ได้ไปเอาจักรยานเลย (ยิ้ม)   วลีเด็ดที่เกิดขึ้นใน เพลง ทิ้งไว้กลางทาง อันนี้ต้องยกเครดิตให้พี่โจ้ โจอี้ บอย  จากการที่มาถูกสัมภาษณ์ในทีเซอร์ของเราทำให้มีวลีเด็ด “เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง”  จุดที่ทะลุร้อยล้านวิวแล้ว (ยิ้ม)   จริงๆพี่โจ้พูดมาว่าจุดที่เราไม่รักกันแล้ว ซึ่งเป็นประโยคที่คมและดีมาก สำหรับผม เพราะว่าบางทีคนเราคบกันไปเรื่อยๆ พอมาถึงจุดนึงแล้วรู้สึกว่าเรายังรักกันอยู่รึป่าว หรืออยู่ด้วยกันไปเพราะความเคยชิน 

แต่จริงๆแล้วเราลืมไปว่าตัวเรายังมีความรักให้กับคนข้างๆรึป่าว เรายังรักกันอยู่รึป่าว  ซึ่งมันเป็นคำพูดที่ค่อนข้างจริงจัง แต่ด้วยความที่คนไทยเป็นคนอารมณ์ดีจึงเอาไปแปลงให้เกิดความไม่เครียด (หัวเราะ) และมีภาพตัดต่อต่างๆออกมาก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีครับ ก็ช่วยทำให้เพลงเป็นที่รู้จักมากขึ้นด้วยและมีความน่ารักเพิ่มขึ้นกับเพลงด้วย ที่สำคัญมันทำให้พวกเราไม่เครียดและไม่ซีเรียสครับ  อย่างวันนี้เดินผ่านป้ายขายบ้านบอกว่า….เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง จุดที่บ้านราคาไม่ถึงสามล้านห้า (5555555)

 

ผลงานที่ผ่านมาและอัลบั้มที่แจ้งเกิด  

Potato : โปเตโต้ ออกอัลบั้มมา 6 อัลบั้ม และอัลบั้มนี้คือชุดที่ 7 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในต้นปีหน้า และอัลบั้มที่ทำให้หลายๆคนรู้จัก พวกเราจริงๆจังๆ  คืออัลบั้ม ที่ 2 Go on  ตอนนั้นก็จะมีเพลง กล้าพอไหม , ชู้ ปี ดู วับ , ไม่ให้เธอไป ซึ่งตรงนี้ผมว่าทำให้ทุกคนรู้จักว่าโปเตโต้คือวงดนตรีวัยรุ่นกลุ่มนึง  ส่วนอัลบั้มที่ประสบความสำเร็จและให้การยอมรับมากที่สุดก็คือ อัลบั้ม 3 Life ในอัลบั้มนี้ก็จะมีเพลงที่เดิม ,ปากดี , ภาษากาย , รักแท้ดูแลไม่ได้  ชุดนี้ยิ่งทำให้ทุกคนรู้จักพวกเรามากขึ้น

พัฒนาการทางด้านดนตรีตั้งแต่อัลบั้มแรกจนถึงปัจจุบัน 

Potato : เราเริ่มโปรดิวเองมาเมื่อ 4 ปีที่แล้ว และโปรดิวงานเองกันมาเรื่อยๆ พวกเรามีส่วนร่วมในทุกๆมิติ ในการทำชิ้นงานสักชิ้นนึง ไม่ว่าจะเป็นมิวสิควีดีโอ ไม่ว่าจะเป็นเพลงเองหรือว่าโปสเตอร์เอง เนื่องจากเราเริ่มคิดงานเองเราต้องมีส่วนในการตัดสินใจ ทั้งหมด แตกต่างจากเมื่อก่อนมาก เมื่อก่อนโปเตโต้เหมือนเป็นเด็กมากเราค่อยๆเรียนรู้กันไปเรื่อยๆ 

ถ้าพูดถึงการทำงานโปเตโต้ 14 ปีที่เป็นเป็นวงบอยแบนด์ ซึ่งบอกเลยว่าทุกๆเพลงในอัลบั้มมีนักดนตรีและโปรดิวเซอร์จัดการให้หมด ณ วันนั้นชุดที่ 1 ผ่านไป พอก้าวมาสู่ชุดที่ 2 มีความมีตัวตน  ณ ปัจจุบันนั้นมากขึ้น  แต่จะชัดเจนขึ้นในอัลบั้ม Life มีการส่วนร่วมในการทำเพลงบ้างแล้วเพียงแต่ว่ายังไม่ได้ร่วมโปรดิวงานด้วย

ค่อยๆมีการเอางานเพลงมานำเสนอแต่ยังไม่ได้อัด จะมาชัดเจนมากที่สุดในอัลบั้มชุดที่ 4 เล่นลิ้น  แทบจะทั้งหมดเลยเริ่มโปรดิวงานเองแล้ว  พอมาจนถึงปัจจุบันก็แทบจะทุกขั้นตอนแล้ว อะไรที่เราทำได้ ที่เราทำได้ด้วยใจเราทำกันหมดแหล่ะ เราทำไม่ใช่เพราะว่าอยากทำเพราะมันคือสิ่งที่ฉันควรจะเป็นแต่เราทำเพราะมันรู้สึกเองว่ามันควรที่จะต้องทำ ถึงเวลาที่เราต้องทำแล้ว

เรื่องทำเพลงคงไม่มีใครมาถ่ายทอดได้ดีกว่าสิ่งที่เรารู้สึก สุดท้ายแล้วพอทำเพลงเสร็จเราก็ต้องได้เจอบทบาทใหม่ก็คือการนำเสนอกับบริษัทว่าทำไมถึงต้องเป็นเพลงนี้  คิดอะไรกับเพลงนี้ เพลงนี้ต้นตอคืออะไร แล้วสิ่งที่อยากให้เป็นคืออะไร  เป็นไปตามสเต็ปของวัยรุ่นครับ (555555)  จริงๆหลายคนอาจเคยตั้งคำถามว่า เอ๊ะ! ทำไมปั๊บไม่เขียนเพลงเอง  จริงๆถ้ากลับไปฟังตอนชุด 4 ปั๊บเขียนเนื้อเพลงเองในชุดนี้เยอะมากตั้งแต่  เข้าทาง , Night Life  ประมาณนี้

อาจจะเหมือนใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปเยอะหน่อย พอมาปัจจุบันปั๊บก็จะลดบทบาทไป เป็นคนคิดคอนเทนส์ แล้วก็มานำเสนอกับคนเขียนเนื้อให้มันอยู่ที่ตรงกลาง  นี่ล่าสุดก็จะกลับมาเขียนอีก (หัวเราะ) เรียกได้ว่าก็จะมีบทบาทหน้าที่แตกต่างกันไป  คือโปเตโต้เป็นผลิตภัณท์ที่เป็นแมสโปรดักส์ 

คนควรจะได้รับอะไรที่อร่อยๆ กินได้เลยและมีความสุขกับสิ่งที่เรานำเสนอได้ทันทีมากกว่าที่จะต้องตีความอะไรซับซ้อนเราไม่ใช่แบบนั้นแต่ว่าเราไม่ใช่แบบนั้น ปัจจุบันก็ค่อยๆ ใส่สารอาหารเข้าไปล่ะ (5555) ยังต้องเรียนรู้ต่อไปครับพวกผมก็ประมาณนึงที่เริ่มต้น จะต้องทำให้ดีที่สุด

 

ที่มาของ ซีรี่ส์ภาคต่อเพลง “ทิ้งไว้กลางทาง” 

Potato : ตอนนี้ โปเตโต้กำลังมีซีรี่ส์นะครับ  “ทิ้งไว้กลางทาง The Series”  กำลังถ่ายทำอยู่ครับซึ่งตอนนี้  70 % แล้ว เหลืออีกประมาณ 30 %  ปั๊บเล่นเป็นพระเอก จริงๆสมาชิกในวงแสดงทุกคนเลย ซึ่งตามคาแรกเตอร์ ตามท้องเรื่อง จากที่ทิ้งไว้กลางทางที่ทุกคนถามถึงว่า พี่ปั๊บไปเดินๆ ไปแยกกับนางเอกทำไม ก็เลยเกิดเป็นเรื่องที่เราน่าจะขยายความ

และเพื่อขอบคุณแฟนเพลงด้วย เพราะทุกคนชื่นชอบเราจึงมาขยายเป็นซีรี่ส์ครับ เรื่องราวถูกเขียนออกมาจากพี่เจี๊ยบ วรรธนา ดราม่า ซึ้ง ตลก ครบรส ครับ  ซึ่งออกอากาศวันแรกวันที่ 16 ตุลาคม นี้ ทางช่อง GMM 25 ทุกคืนวันศุกร์ เวลา 21.15น.  มี 4 ตอน  พวกเราโชคดีที่ได้รับเกียรติเอาเพลงไปต่อยอดเป็นบทละคร ซึ่งรู้สึกว่ามันทำให้เพลงมีคุณค่า จะทำให้ทุกคนเข้าใจว่ากว่าจะมาเป็นเพลงมันมีอะไรอยู่ในนั้นเยอะ ทำการบ้านกันเยอะมาก  ฝากติดตามด้วยนะครับ

 

ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน อะไรคือสิ่งที่ทำให้แฟนเพลงยังรักและชื่นชอบในผลงานของ โปเตโต้

Potato : ผมว่าสิ่งที่ทำให้หลายคน ยังติดตามอยู่นะครับ มันมีปัจจัยเยอะมาก  ไม่ใช่แค่เล่นเพลงสนุกแล้วเราตั้งใจร้องเพลงดี  ผมว่ามันมีมากกว่านั้นก็คือผมว่าโปเตโต้เติบโตมากับคนฟัง และเป็นเพื่อนกับคนฟังเรื่อยๆมาตั้งแต่เด็กๆ บางคนโตแล้ว  อายุ30 กว่าแต่ก็ยังรู้สึกว่ายังฟังโปเตโต้อยู่เพราะว่า

ที่ผ่านมาเราออกเพลงมาอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องซึ่งแต่ละปีเรามีผลงานต่อเนื่องและยังโชคดีอีกที่เราได้เกิดในยุคที่ยังมีความเป็นคลาสสิคอยู่  มีความเป็นเทป  มีรายการทีวี  3 , 5 ,7 , 9 อินเตอร์เน็ตก็ยังไม่ได้บูมถึงขนาดทุกวันนี้ ที่เข้าไปแล้วสามารถดูได้ทุกอย่าง

และโลกมันเปลี่ยนแปลงไปทุกคนวันจนถึงยุคนี้ เราก็ยังทำงานกันอยู่  ผมว่าข้อดีของวงการเพลงแต่ก่อนเราสามารถนำเสนอทุกความคิดได้  หลังจากปล่อยไปได้ 1 ถึง 2 ซิงเกิ้ลอัลบั้มจะถูกวางแล้ว   พออัลบั้มถูกวางผมว่าเราสื่อสารทางเพลง กับแฟนเพลงได้ เหมือนกับเรายื่นพ็อกเก็ตบุ๊ค  1 เล่มให้เค้า แล้วเค้าไปนอนกอดและทำความเข้าใจกับสิ่งที่เรานำเสนอ

จึงอาจทำให้น้องๆหรือพี่ๆหลายคน ที่ทุกวันนี้ก็ยังเป็นแฟนเพลงที่อยู่ด้วยกันมานานแล้ว เหมือนเราโตมาด้วยกัน  โปเตโต้ก็เหมือนเด็กคนนึงค่อยๆโตมาตั้ง 14 ปีแล้ว ถ้านึกย้อนกลับไปยังมีพี่ๆอีกหลายๆวงที่แบบเป็นแบบนั้นอย่างพี่ๆ โมเดิร์นด็อก , พาราด็อกซ์ , บิ๊กแอส ,บอดี้สแลม  คือมันเยอะทุกวันนี้ก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ คือเราโตมาพร้อมๆกับคนที่ฟังเพลง   เลยรู้สึกว่าน่าจะเป็นเรื่องของความโชคดี  ช่วงเวลา และแฟนเพลงที่ให้โอกาส 

 

เด็กรุ่นใหม่ที่อยากจะก้าวมาเป็นนักร้องนักดนตรีแบบพี่ๆ วง Potato พวกเค้าต้องทำอย่างไร

Potato : จริงๆแล้วมันไม่ได้มีวิธีการที่ยุ่งยากซับซ้อนเลย ถ้าเกิดเราเลือกที่จะทำอะไรแล้ว แค่ต้องตั้งใจกับมันมากๆ อย่าหยุดที่จะหาความรู้จากมัน แล้วก็ ใส่ใจและรักเค้าจริงๆ เวลาเรารักอะไรสักอย่างนึงไม่ว่าจะเป็นดนตรี  หรือหนังสือ เวลาเรามีความรักกับเค้าแล้ว ยิ่งดูแลยิ่งทำอะไรให้เค้าเยอะๆ มันไม่ได้ตอบแทนในเชิงว่าทำให้เราประสบความสำเร็จ ทำให้เรายิ่งใหญ่ ทำให้เรารวยมาก แต่ว่าความสุขทางใจและความภูมิใจส่วนตัวมันจะไม่สามารถถูกประเมินค่าทางการเงิน หรือทางโลกได้เลย

แต่มันจะอยู่ข้างในใจเรา มันไม่มีอะไรมาทดแทนได้ ทำอะไรก็ขอให้ทำด้วยหัวใจ ทำด้วยความซื่อสัตย์กับมัน แน่นอนทำงานไปมันต้องมีวันที่เราเหนื่อย เราเบื่อและรู้สึกท้อบ้างแต่ว่าถ้าเรายังซื่อสัตย์ต่อเค้าอยู่ ผมว่ามันจะมีจุดยึดเหนี่ยวที่เราจะหักหลังสิ่งที่เราตั้งใจว่าจะทำแล้วไม่ได้ ถึงมันจะมีวันที่แย่ๆ แต่มันก็จะมีวันที่ดีๆครับ

อย่ายอมแพ้ไม่ว่าจะเป็นฝันอะไรก็ช่างเถอะ ทำไปเถอะครับ พวกเราจงมองโลกในแง่ดี ยิ่งมีปัญหามากเท่าไหร่ปัญญาก็ยิ่งเกิด  พวกผมก็ใช้วิธีการแบบนี้แหล่ะในการทำงาน  ขับเคลื่อนมันไปเรื่อยๆอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด ทำให้ดีที่สุด

 

ความพิเศษสำหรับ "คอนเสิร์ต POTATO LIVE" จะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 พฤศจิกายน ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี ซึ่งบัตรหมดแล้ว 

Potato : ความพิเศษก็คือ มันคือ 14 ปีของโปเตโต้นะครับผม  ประสบการณ์ของเราที่สะสมมาในการเล่นคอนเสิร์ตการเล่นสด และโปรดักชั่นที่ดูใหญ่ขึ้น แสงสีมีมิติขึ้น  บวกกันความสนุกที่เรากำลังจะสร้างขึ้นมาใหม่  ในความรู้สึกใหม่  มีการเอาเพลงเก่าๆมาทำใหม่ประมาณนี้ "POTATO LIVE"  

คือ LIVE เป็นตัวแทนของความสดใหม่ ความสดชื่น ความเป็นปัจจุบัน  ความมีชีวิตชีวา พวกเราเดินทางและได้ประสบการณ์มากมายไม่ได้บอกว่าวันนี้เราเก่งแล้ว  เราดีแล้ว เราพอแล้วไม่ใช่ เรายังต้องเรียนรู้ต่อไป แต่คำว่า LIVE มันเป็นตัวผลักดันให้พวกเรา เดินทางมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบัน

เพราะฉะนั้นมาเจอกันเถอะครับใครที่มีบัตรแล้ว ออกมาจากบ้านเตรียมร่างกายให้พร้อมแล้วมาเจอกันในวันงาน เรามาดูกันว่า 14 ปีที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบัน พวกคุณจำเราได้แน่ๆแต่ในวันนี้ที่มาเจอกันเราจะมาเจอกันด้วยความคิดถึง และเราจะได้ความรู้สึกใหม่ๆกลับบ้าน  ผมว่าดนตรีมันมีอะไรมากกว่าที่มาเสพแค่เฉพาะความสุขอย่างเดียวมันจะมีอะไรที่พิเศษเกิดขึ้นมากมายรวมถึงแขกรับเชิญ รวมถึงโปรดักชั่นที่พวกผมตั้งใจและเตรียมไว้ให้มีอะไรน่าตื่นเต้นรออยู่อีกเยอะ

ขอบคุณแฟนๆชาวสนุกมากๆครับที่ติดตามผลงานของพวกเรา ฝากติดตามพวกเราด้วยทาง แฟนเพจ potatoband , IG potatoband  น่าจะง่ายและชัดเจนที่สุด  เราอยากอยู่เป็นเพื่อนกับคุณ กันไปนานๆ  ขอบคุณครับ (ยิ้ม)

ยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกได้ว่า สิ่งที่พวกเค้าตั้งใจถ่ายทอดและมอบให้แฟนเพลงมันมีคุณค่าและมีความทรงจำที่ดี เหมือนการเดินทางกับเพื่อนที่โตมาด้วยกัน  ด้วยการทำงานที่ไม่หยุดนิ่ง และพัฒนาการที่มีการนำเสนอเพลงด้วยวิธีการใหม่ๆ จากพวกเค้าวงร็อกชั้นดี Potato และคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 14 ปีครั้งนี้รับรองว่าไม่พลาดที่จะไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทางดนตรีที่สดใหม่ของพวกเค้าอย่างแน่นอน!!