สนทนากับ “คิม มินยอง” แห่ง Netflix เกาหลี ว่าด้วย “พื้นที่” แห่งความแปลกใหม่นับจากนี้

สนทนากับ “คิม มินยอง” แห่ง Netflix เกาหลี ว่าด้วย “พื้นที่” แห่งความแปลกใหม่นับจากนี้

หากจะบอกว่าถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ยอดเยี่ยมมากๆ ของซีรีส์เกาหลีที่ฉายทาง Netflix ก็คงไม่อวยกันจนเกินไป เพราะนับตั้งแต่ Crash Landing on You ที่ “สหายผู้กอง” กลายเป็นที่คลั่งไคล้ของสาวๆ ทั่วเมืองไทย ต่อด้วย Itaewon Class ที่ผมทรงเกาลัดของ “เถ้าแก่พัคแซรอย” และความน่ารักน่าหยิกของหมวยซ่า “โชอีซอ” เป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อย่างง่ายดาย ไล่มาจนถึงล่าสุดกับ Kingdom ซีซั่น 2 ที่หลายคนรอคอยจนดูจบภายในคืนเดียว สิ่งเหล่านี้คือความสำเร็จที่คอซีรีส์ทั่วโลกเห็นเป็นรูปธรรม

ย้อนกลับไปเมื่อกลางปีที่แล้ว Sanook TV/Movies มีโอกาสได้พูดคุยกับ “คิม มินยอง” รองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลีของ Netflix เกี่ยวกับความหลากหลายของซีรีส์ มาในปีนี้เรามีโอกาสได้สนทนาข้ามทวีปกับเธออีกครั้ง ซึ่งดูเหมือนว่าเธอจะยังเน้นย้ำในประเด็นข้างต้น ส่วนเวลาที่เหลือ เราจึงชวนสาวเก่งคนนี้พูดคุยเรื่องความสำเร็จในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แถม “คุณคิม” ยังแอบแนะนำไฮไลต์เด็ดในช่วงที่เหลือของปี 2020 อีกด้วย

ช่วงที่ต้องอยู่บ้านยาวๆ แบบนี้ นอนอ่านบทสัมภาษณ์นี้จบ ก็เปิด Netflix ต่อเลยก็ได้นะ

คิม มินยอง รองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลีของ Netflixคิม มินยอง รองประธานฝ่ายคอนเทนต์เกาหลีของ Netflix 

ท่ามกลางสถานการณ์เชื้อโควิด-19 แพร่ระบาดไปทั่วโลกในตอนนี้ Netflix มีแพลนรับมือหรือความพิเศษที่จะมอบให้กับผู้ชมอย่างไรบ้าง?

คิม มินยอง: นี่คือช่วงเวลาที่ยากลำบากค่ะ มันทำให้เราคิดถึงบุคคลอันเป็นที่รักรอบตัวเรา ตั้งแต่เพื่อนร่วมงาน ไปจนถึงครอบครัว ที่เกาหลีใต้เราอยู่กับสถานการณ์นี้มาสักพักใหญ่แล้ว เราหวังว่าทุกท่านจะปลอดภัย ฉันเชื่อว่า Netflix จะมีคอนเทนต์ที่อย่างน้อยจะช่วยสร้างความสุขให้กับผู้คนในช่วงเวลานี้ มีให้ดูเยอะเลยล่ะค่ะ

วกกลับมาที่เรื่องของซีรีส์ ทราบหรือไม่ว่าในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา หลากหลายตัวละครไม่ว่าจะเป็น “รีจองฮยอก” และ “ยุนเซรี” จาก Crash Landing on You รวมถึง “พัคแซรอย” และ “โชอีซอ” จาก Itaewon Class กลายเป็นตัวละครที่ชาวไทยหลงรักเป็นอย่างมาก คุณคิดว่าสาเหตุของการตกหลุมรักตัวละครต่างๆ จากทั้ง 2 เรื่อง นั้นคืออะไร?

ผู้ชมของเราจะมีอารมณ์ร่วมไปกับตัวละครได้ด้วย 2 เหตุผลหลักๆ ค่ะ ข้อแรกก็คือ พวกเขาเข้าใจหรือเข้าถึงตัวละครนั้นได้ ตัวละครอาจจะเป็นเหมือนเพื่อน เพื่อนบ้าน หรือแม้แต่ตัวของคนดูเอง ส่วนข้อที่สองก็คือ ความชื่นชอบในบุคลิกภาพและวิถีชีวิตของตัวละคร อย่างในกรณีของ Crash Landing on You และ Itaewon Class ฉันว่าน่าจะเป็นกรณีหลัง นอกจากนั้นฉันรู้สึกว่าผู้สร้างซีรีส์ทั้ง 2 เรื่องก็ปั้นคาแรกเตอร์ของตัวละครออกมาได้ดี เข้าถึงอารมณ์คนดูได้ผ่านการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิง

Crash Landing on YouCrash Landing on You

และที่เห็นได้ชัดมากๆ จาก Itaewon Class ที่เพิ่งอวสานไป มันเต็มไปด้วยตัวละครที่แตกต่าง ตัวละครที่เป็นทรานส์เจนเดอร์ ประเด็นเกี่ยวกับเชื้อชาติ สีผิว คุณคิดว่าตัวละครเหล่านี้จะสร้างสามารถสร้างแรงกระเพื่อมบางอย่างให้กับสังคมได้ไหม?

ฉันคิดว่าสิ่งที่ทีมงานต้องการไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงสังคม แต่เป็นการสะท้อนสังคมมากกว่า รวมถึงเป็นการเพิ่มโอกาสให้กับกลุ่มที่อาจจะไม่ค่อยได้รับความสนใจ เราต้องการสนับสนุนกลุ่มคนที่หลากหลาย และสร้างความมั่นใจว่าเราทุกคนต่างเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของกันและกัน ดังนั้นเราไม่ได้ตั้งใจจะโน้มน้าวหรือสร้างแรงกระเพื่อมใดๆ แต่เราตั้งใจจะเล่าเรื่องราวที่แท้จริงของชีวิตให้ฟังต่างหาก

Itaewon ClassItaewon Class

ปีที่แล้วที่ Sanook กับคุณมีโอกาสได้คุยกัน คุณเน้นย้ำเรื่องความหลากหลายในซีรีส์เกาหลีของ Netflix ดำเนินมาจนถึงปีนี้ หรืออาจจะปีถัดๆ ไป ความหลากหลายที่ว่าจะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นไหนเป็นพิเศษไหม?

เอาเข้าจริงซีรีส์เกาหลีที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยส่วนใหญ่จะเป็นแนวโรแมนติก อย่างไรก็ตาม Netflix ก็ตั้งใจทำซีรีส์ในทุกแง่มุมความหลากหลายให้ดีที่สุดสำหรับผู้ชมชาวไทย 2 สิ่งที่เราเน้นย้ำและทำอยู่คือ เราจะพัฒนาซีรีส์ร่วมกับทีมที่เต็มไปด้วยความสามารถต่อไป รวมไปถึงพาร์ตเนอร์ทุกราย อีกอย่างคือเราจะให้พื้นที่สำหรับซีรีส์ที่แปลกใหม่ที่ผู้ชมอาจไม่เคยรับชมที่ไหนมาก่อน ฉันเชื่อว่าพื้นที่นี้จะให้กำเนิดความหลากหลายมากมายค่ะ สังเกตได้จากซีรีส์อย่าง Kingdom ที่ชูสเกลความยิ่งใหญ่ เรื่องซีรีส์ที่กำลังจะตามมาในไม่ช้านี้อย่าง Extracurricular ที่จะกระตุ้นประเด็นต่างๆ ในสังคม, Sweet Home ที่เน้นการเล่าเรื่องราวเป็นหลัก หรือจะเป็น The School Nurse Files ที่เกี่ยวกับความเป็นฮีโร่ ฉันเชื่อว่าทั้งหมดนี้คือความหลากหลายของซีรีส์ที่คุณไม่สามารถหาดูได้ทั่วไปแน่นอน

ExtracurricularExtracurricular

เห็นเมื่อสักครู่คุณพูดถึงซีรีส์ที่กำลังจ่อคิวฉาย เล่าให้เราฟังหน่อยว่าในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2020 มีอะไรเด็ดๆ มากฝากแฟนๆ ชาวไทยบ้าง

ได้เลยค่ะ อย่างแรก ถ้าคุณเปิดดู Top 10 ของ Netflix แล้วน่าจะเห็นซีรีส์หลายเรื่องที่มาจากเกาหลี อย่าง Itaewon Class ที่เพิ่งจบไป หรือ Kingdom ซีซั่น 2 ที่ได้รับกระแสตอบรับค่อนข้างดีมาก ยอดเข้าชมจากทั่วโลกเป็นหลายล้านครั้ง ฟันธงได้เลยว่ามาแรงกว่าซีซั่นแรก ส่วนที่กำลังจะตามมา เรื่องแรกที่อยากเล่าให้ฟังคือ Extracurricular ค่ะ จะเริ่มฉาย 29 เมษายน สิ่งที่น่าจับตาของซีรีส์เรื่องนี้คือการเข้าถึงวัฒนธรรมหรือระบบท้องถิ่น เป็นเรื่องราวชีวิตของเด็กมัธยมปลายที่เลือกจะทำเรื่องผิดกฎหมาย แต่สิ่งที่น่าสนใจคือจุดประสงค์ในการก่ออาชญากรรม พวกเขาทำไปเพราะเอาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน พวกเขาอยากเรียนจบมัธยม มหา’ลัย มีหน้าที่การงานที่มั่นคง และสร้างครอบครัวที่อบอุ่น การเลือกเส้นทางชีวิตเป็นอาชญากรเพื่อที่จะได้เงินมานั้นต้องเสี่ยงกับอันตรายอย่างมาก สุดท้ายตัวละครหลักอย่าง โอ จีซู ก็เข้ามาพัวพันกับอาชญากรรมระดับมหึมา

ความแตกต่างของ Extracurricular กับซีรีส์สืบสวนสอบสวนทั่วไปคืออะไร?

อย่างที่บอกว่าจุดประสงค์ในการก่ออาชญากรรมของพวกเขาไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไป โอ จีซู ซึ่งอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวต่อ ต้องตัดสินใจอะไรหลายอย่าง สิ่งที่เขาทำมันทำให้เขาได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญของชีวิต และการตัดสินใจเลือกเส้นทางของเขาก็ย่อมมีผลลัพธ์ที่เขาต้องตามสะสางด้วย เรื่องนี้เป็นการเดบิวต์ของนักเขียนบทคนใหม่ด้วยค่ะ พรสวรรค์ของเขาโดนใจเราอย่างจัง ในขณะที่นักแสดงก็มีความสามารถมาก เพียงแค่พวกเขาอาจจะยังไม่ได้ปรากฏตัวบนจอบ่อยนัก นั่นเป็นจุดที่เรายิ่งรู้สึกว่าเหมาะสมกับบทบาทเหล่านี้

มีอีกสักเรื่องไหมอีกอยากแนะนำ?

ฉันขอเลือก It’s Okay to Not Be Okay ค่ะ เป็นเรื่องราวความโรแมนติกของคนคู่หนึ่งที่คอยช่วยรักษาบาดแผลทางจิตใจให้กันและกัน คิมซูฮยอน จากซีรีส์ดังอย่าง My Love from the Star แสดงนำ เป็นผลงานการแสดงแรกหลังเข้าไปรับใช้ชาติในกรมทหาร ใน It’s Okay to Not Be Okay เขารับบทเป็นคนทำงานในแผนกจิตเวช ไม่เชื่อเรื่องความรัก ใช้ชีวิตอย่างห่อเหี่ยว จนมาเจอกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นนักเขียนหนังสือสำหรับเด็ก ซึ่งเป็นคนไม่เข้าสังคมแม้จะมีคนชื่นชอบเธอมากมาย ความรักก่อตัวเมื่อทั้ง 2 คนได้พบกัน เรื่องนี้จะฉายในเดือนมิถุนายนค่ะ

คิมฮยอนซู จาก It’s Okay to Not Be Okayคิมฮยอนซู จาก It’s Okay to Not Be Okay

คุณคิดว่าความสำเร็จของ Crash Landing on You, Itaewon Class รวมถึง Kingdom 2 จะผลักดันซีรีส์เกาหลีให้ไปในทิศทางไหนต่อไป?

ความสำเร็จของทั้ง Crash Landing on You, Itaewon Class และ Kingdom เป็นเครื่องยืนยันว่า Netflix เลือกเดินมาถูกทางแล้ว ในการทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมบันเทิง ทั้งในด้านการร่วมมือกับพันธมิตรรายใหญ่เพื่อนำซีรีส์ดีๆ อย่าง Crash Landing on You และ Itaewon Class มาให้ผู้ชมของเรา และการเปิดโอกาสให้นักสร้างสรรค์ได้บอกเล่าเรื่องราวของตนเองในรูปแบบที่ไม่สามารถทำได้ในช่องทางเดิมๆ

ด้วยความที่ซีรีส์เกาหลีของ Netflix ขยายความนิยมไปสู่ระดับโลก ผู้ชมก็มาจากหลากหลายชาติ การคิดคอนเทนต์ เนื้อหา รวมไปถึงการคัดเลือกนักแสดงนั้นมีความเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใดบ้างไหมเพื่อให้ผู้ชมทั้งโลกสามารถเข้าใจได้มากขึ้น?

อาจจะไม่ถึงกับเรียกว่าเปลี่ยนแปลงนะคะ พวกเรายังเพิ่งอยู่ในขั้นเริ่มต้น ยังพึ่งพาข้อมูลที่ทีมเก็บมาได้ 2 ปีที่ผ่านมาเราสังเกตว่า ความสำเร็จมันเกิดขึ้นได้ด้วยคอนเทนต์ในแบบฉบับเกาหลีนี่ล่ะ ก็ต้องขอบคุณทั้ง Kingdom หรือ Crash Landing on You ที่ทำให้เราขยายขอบเขตผู้ชมออกไปได้อย่างกว้างขวาง เพราะเหตุนี้ฉันจึงคิดว่า เรายิ่งต้องทำโชว์ที่มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อให้เข้ากับผู้ชมมากมายทั่วโลก ฉันคงพูดไม่ได้ว่าเราจะเปลี่ยนทิศทางอย่างไรไหม ทิศทางในตอนนี้คือเราขอมุ่งมั่นในการทำซีรีส์มากขึ้น เพื่อให้ได้คอนเทนต์ที่มีคุณภาพและหลากหลายดีกว่าค่ะ

Kingdom ซีซั่น 2Kingdom ซีซั่น 2

เป้าหมายของ Netflix เกาหลีในตอนนี้ล่ะ?

เราอยากจะเป็น Home of Korean Content บ้านแห่งคอนเทนต์เกาหลี ไม่ว่าใครที่อยากจะดูซีรีส์เกาหลีก็สามารถเข้ามารับชมในบ้านหลังนี้ได้ ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ที่ฉันพูดถึง 2 สิ่งที่เราสามารถทำได้ หนึ่งในนั้นคือการให้พื้นที่สำหรับซีรีส์พิเศษๆ สำหรับแฟนๆ เราตั้งใจจะเฟ้นหาซีรีส์ที่ดีที่สุด เพื่อผู้ชมที่ชื่นชอบคอนเทนต์เกาหลี นี่คือจุดมุ่งหมายที่เราจะต้องไปให้ถึง การพัฒนาซีรีส์ในด้านต่างๆ เป็นก้าวแรกที่ทำให้เราสามารถลงทุน และเพิ่มพื้นที่ให้กับซีรีส์อีกมากมาย เพื่อขยายฐานผู้ชมสู่คนที่ยังไม่เคยได้รับชมคอนเทนต์เกาหลี และทำลายกำแพงความแตกต่างด้านวัฒนธรรม นั่นคือเป้าหมายของเราค่ะ