เคว้ง: อย่าลืมว่าทุกการตัดสินใจ พวกเขาคือวัยรุ่น (รีวิวติดสปอยล์)

ต้องยอมรับว่าช่วงนี้คำว่า “เคว้ง” กำลังอยู่ในกระแสโลกออนไลน์ ออริจินัลซีรีส์ไทยเรื่องแรกบนแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Netflix เรื่องนี้กลายเป็นกระแสพูดถึงในวงกว้างในชั่วข้ามคืน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าคำวิจารณ์โดยส่วนใหญ่ค่อนไปในทางลบ... ถึงลบมาก
เอาเข้าจริง “เคว้ง” หรือในชื่อสากลว่า “The Stranded” มีพล็อตที่ไม่ซับซ้อนอะไรมากมาย เหตุเกิดบนเกาะสมมตินามว่า “ปินตู” กับเด็กรวยกลุ่มหนึ่งที่ร่ำเรียนอยู่ที่เกาะแห่งนั้น ในคืนจบการศึกษา พวกเขาจัดปาร์ตี้กันอย่างหนักหน่วง โดยไม่รู้เลยว่าสึนามิกำลังจะซัดเข้าเกาะ ทุกสิ่งทุกอย่างพังทลาย วัยรุ่น 36 ชีวิตคือผู้รอด และต่างหาหนทางที่จะออกจากเกาะไปให้ได้ โดยหนึ่งในนั้นคือพระเอกที่มีชื่อว่า คราม ลูกชาวประมงที่มีพื้นเพอยู่ที่เกาะปินตู ซึ่งหลายคนมองข้าม ดูถูก และเหยียดหยาม ทีนี้ก็ต้องมาดูกันว่า พวกเขาจะเอาชีวิตรอดได้หรือไม่ ด้วยวิธีไหน รวมไปถึงบรรยากาศลึกลับต่างๆ นานาที่ซ่อนอยู่ในเทรลเลอร์จะมีผลอย่างไรต่อเส้นเรื่อง อะไรประมาณนั้น

ก่อนวันฉายจริง ซีรีส์ เคว้ง ได้รับความสนใจค่อนข้างมาก แน่นอนล่ะว่ามันคือออริจินัลซีรีส์ไทยเรื่องแรกบน Netflix ผู้เขียนค่อนข้างเชื่อว่ามันมาพร้อมการตั้งความหวังในระดับที่สูงเอาการ ชื่อของ จิม-โสภณ ศักดาพิศิษฎ์ ซึ่งเคยฝากฝีมือการกำกับไว้กับภาพยนตร์อย่าง ลัดดาแลนด์, โปรแกรมหน้า วิญญาณอาฆาต, เพื่อน..ที่ระลึก ก็พอจะเชื่อมือได้ทีเดียว อีกทั้งประเด็นของโครงเรื่องของการติดเกาะและต้องเอาชีวิตรอดอาจจะค่อนข้างซ้ำซากจำเจไปสักหน่อยในโลกแผ่นฟิล์มหรือซีรีส์
เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า สำหรับประเด็นการถูกสับเละเทะต่างๆ ในโซเชียลมีเดีย ก็ต้องบอกตามตรงว่าผู้เขียนก็เห็นด้วยในหลากหลายประการ โดยเฉพาะ “บทพูด” หรือ “ไดอะล็อก” รวมไปถึง “วิธีแสดง” ของหลายๆ ตัวละครที่เรามองว่าถึงขั้น “สอบตก” มันอาจจะดูไม่คล้ายคลึงกับภาษาพูดที่มนุษย์ใช้พูดกันสักเท่าไหร่ บางประโยครู้สึกว่าตัวละครถูกยัดเยียดให้พูดแบบหล่อๆ แต่กลับฟังดูบางเบาและเฟกเสียเหลือเกิน นั่นคือปัญหาใหญ่ที่ทำให้เรารู้สึก “ไม่เชื่อ” ในตัวละครบางตัวสักเท่าไหร่
โดยเฉพาะ “อนันต์” (รับบทโดย มาร์ช จุฑาวุฒิ) ที่ค่อนข้างน่ารำคาญทั้งในวิธีการพูดและการแสดงออก หรือแม้กระทั่ง “แจน” (รับบทโดย แพม เปมิกา) ในฉากที่รู้ว่าน้องชายฝาแฝดอย่าง แจ๊ค ไม่ได้ฆ่าตัวตาย และอาละวาด กฤษ แฟนหนุ่มของ แจ๊ค ฉากนั้นหากใช้น้ำเสียง หรือวิธีการพูดอีกแบบหนึ่ง ผู้เขียนเชื่อว่าจะเป็นฉากที่ทรงพลังมากกว่านี้หลายเท่า

ในขณะที่เรื่องความสมจริงของซีรีส์ที่โดนโจมตีอย่างหนักเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นความสะอ้านสะอาดของทุกๆ คาแรกเตอร์ เสื้อผ้าชิคๆ คูลๆ รวมไปถึงเศษซากสิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วทุกพื้นที่ที่ดู “จัดวางเกินจริง” รวมไปถึงเหตการณ์อื่นๆ ที่ดูไม่เมกเซ้นส์ ไม่มีที่มาที่ไปสักเท่าไหร่ สำหรับตัวผู้เขียนก็มีทั้งที่โอเคและไม่โอเค บางฉากถึงขั้นหลุดปากออกมาว่า “มันมาได้ไงวะ” แต่สำหรับเรื่องการจัดวางพร็อพต่างๆ ที่ดูไม่น่าเชื่อว่านี่คือสภาพหลังสึนามิซัด เรากลับมองว่ามันเป็นองค์ประกอบศิลป์ที่ทำให้ซีรีส์ดูงดงามในแง่ “ภาพ” เสียมากกว่า
แต่การที่คนดูบางกลุ่มรู้สึก “ไม่เชื่อ” ตั้งแต่แรก ก็นับเป็นความเสี่ยงประเภทหนึ่งที่อาจทำให้พวกเขาตัดสินใจ “ไม่ดู” ต่อ จนถึงขั้นอาจไม่กลับมาดูอีกแล้วก็ได้เช่นกัน

แม้ว่าปัจจัยข้างต้น รวมถึงตอนจบจะทำให้ผู้ชมรู้สึกเคว้งไปตามๆ กัน (อย่าบอกว่าคุณไม่รู้สึก) กับการไม่คลี่คลายปมที่ผูกเอาไว้สักปม แถมยังเพิ่มเครื่องหมายคำถามเข้ามาเรื่อยๆ อีกต่างหาก ภายใต้สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ก็ยังแอบซ่อนสิ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบอยู่ไม่น้อยเช่นเดียวกัน
ประการแรกเราขอชื่นชมในความกล้าของผู้กำกับและทีมผู้สร้างที่ปล่อยให้คนดูเคว้งในอีพีสุดท้าย และเฝ้ารอคอยการเดินทางมาถึงของซีซั่นถัดไปที่มีแน่ๆ แล้วล่ะ หนึ่งคือนี่คือการตลาดแบบปฏิเสธไม่ได้ สองคือความบ้าคลั่งในการที่จะแตกต่าง และเรายังมองว่า ทีมงานได้วางแผนเอาไว้หมดแล้ว
ประการต่อมาคือการนำความเชื่อของคนไทยมาเป็นหนึ่งในปมที่รอการเฉลย ไม่ว่าจะเป็นกาพย์พระไชยสุริยาของกวีเอกบ้านเราอย่าง สุนทรภู่ ที่บทบาทหายไปเลยในช่วงท้ายซีซั่นนี้, กริชพญานาคที่น่าจะเป็นคำตอบของหลายๆ คำถามในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็คือความเชื่อของผู้คนในภูมิภาคที่อยู่ติดแม่น้ำโขง ไหนจะฉากที่ดูเหมือนจะเป็นวังบาดาลที่ซ่อนอยู่ในหลืบแห่งมหาสมุทรอีก

รวมไปถึงบรรยากาศเร้นลับจากตัวละคร “ครูหลิน” (รับบทโดย สินจัย เปล่งพานิช) ที่ไม่ใช่ผี (เพราะผู้กำกับบอกว่าซีรีส์เรื่องนี้ไม่มีผี) แล้วเธอคืออะไรกันแน่ ซึ่งจุดนี้ต้องชื่นชม จิม โสภณ กับการบีบบังคับให้คนดูรู้สึกหวาดกลัว ตื่นตระหนก ลุ้นระทึก ไม่ต่างจากจังหวะของภาพที่กำหนดให้เป็นเช่นนั้น ถือเป็นทางถนัดของผู้กำกับท่านนี้ก็ว่าได้
และในขณะที่บางตัวละครแสดงได้ไม่น่าประทับใจสักเท่าไหร่ ก็ยังมี “เมย์” (รับบทโดย แพต ชญานิษฐ์) อีกหนึ่งตัวนำที่เราขอยกให้เป็นความหวังทางด้านการแสดงของซีรีส์ เคว้ง โดยเฉพาะแววตาและภาษากายที่สาวแพตแสดงออกมาได้อย่างน่าสนใจ รวมไปถึง “คราม” (รับบทโดย บีม ปภังกร) ที่แววตาอันใสซื่อของเขากลับซ่อนความแข็งแกร่งและความน่าสงสารไว้อย่างเด่นชัด “ไอซ์” (รับบทโดย แจ๊ค กิตติศักดิ์) กับฉากสั้นๆ เพียงสองฉาก และไดอะล็อกที่พูดว่า “พยายามอยู่” สร้างเซอร์ไพรส์ให้ตัวละครนี้อย่างมาก หรือแม้แต่ “อริสา” (รับบทโดย ชาลีดา กิลเบิร์ต) และ “น้ำ” (รับบทโดย นิ้ง ชัญญา) ก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว
.jpg?ip/resize/w728/q80/jpg)
ทว่าประเด็นที่ผู้เขียนสนใจและชื่นชอบมากที่สุดใน “เคว้ง” ก็คือ การกระทำของตัวละครทุกตัวที่เป็น “วัยรุ่น” จากบทสัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ของ จิม โสภณ ที่บอกกับเราว่า “เพราะชีวิตวัยรุ่นขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมนมากกว่าตรรกะ” ซึ่งเมื่อมองย้อนกลับไปในทุกอีพีจากซีซั่น 1 ของ เคว้ง ทุกตัวละครตัดสินใจทำอะไรบางอย่างด้วย “อารมณ์” และ “ความรู้สึก” ทั้งสิ้น
>> ปอกเปลือกอารมณ์ “เคว้ง” และความท้าทายในดินแดน Netflix ของ “จิม โสภณ”
ลองมองย้อนกลับไปในวันที่เราอายุ 17-18 อยู่มัธยมปลาย กับช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตเฉกเช่นตัวละคร เราใช้เหตุผลมากแค่ไหนในการเลือกจะทำอะไรสักอย่าง
และที่สำคัญ พวกเขาไร้ซึ่งผู้ปกครองในการให้คำปรึกษาใดๆ ต้องใช้ชีวิตและเอาชีวิตรอดด้วยตัวของพวกเขาเอง นี่คือการกระทำที่เกิดจากความคิดของเด็กๆ ที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วยซ้ำ นั่นทำให้เราค่อนข้างเชื่อในการตัดสินใจทำอะไรบางอย่างลงไปของทุกตัวละคร ส่งต่อสู่การยอมรับผลที่เกิดขึ้นตามมา

กฤษ ขอร้องให้แฟนหนุ่มอย่าง แจ๊ค ฆ่าเขาเพื่อให้พ้นจากความทรมาน หาก แจ๊ค คิดไตร่ตรองสักนิด เขาก็คงไม่ลงมือทำแบบนั้น แจ๊คเพียงแค่อยากทำตามคำขอของคนรัก, เมย์ ที่หวั่นไหวจากความดี และการได้เป็นตัวของตัวเองยามอยู่ต่อหน้า คราม จนเลยเถิดไปสู่การมีเซ็กซ์แบบไม่ป้องกันในเกาะลับ และตั้งครรภ์ นั่นก็เป็นภาวะที่ปล่อยตัวปล่อยใจไปตามอารมณ์ มีใครการันตีได้ไหมล่ะว่า การกระทำของ เมย์ เกิดจากความรัก... มิใช่ความเหงา
ผู้เขียนตัดสินใจดู เคว้ง จนจบภายใต้เงื่อนไขแห่งการกระทำจากเหล่าวัยรุ่นที่อายุยังไม่ถึง 20 ขวบ และมองว่า ซีรีส์เรื่องนี้ก็ทำในจุดนี้ออกมาได้ดีเสียด้วยสิ
ยิ่งเมื่อมีภาพแฟลชแบ็กย้อนกลับไปสู่อดีต โดยเฉพาะเรื่องราวในครอบครัวของแต่ละตัวละคร นั่นยิ่งทำให้คำว่า “เคว้ง” นั้นตอบอะไรบางอย่างได้พอสมควร

แน่นอนว่าการติดเกาะโดยไร้ซึ่งความหวังในการที่จะมีใครมาช่วยก็คงเป็นความรู้สึกเคว้งของเด็กวัยรุ่นกลุ่มนี้อยู่แล้ว แต่หารู้ไม่ว่า ก่อนที่จะต้องมาตกระกำลำบาก พวกเขาต่างก็เผชิญหน้ากับความเคว้งมาแล้วทั้งนั้น อนันต์ ต้องรับมือกับพ่อที่ต้องการให้เขาสมบูรณ์แบบทุกกระเบียดนิ้ว, คราม ผู้ซึ่งไม่เคยเห็นหน้าพ่อและแม่ที่แท้จริงของตนเอง, เมย์ ที่ทางบ้านเต็มไปด้วยหนี้สิน จนต้องสร้างโลกในการเป็นเน็ตไอดอลในการหารายได้, ไอซ์ ที่เคยขับรถชนคนตาย, อริสา สาวน้อยผู้ถูกทุกคนในโรงเรียนเกลียด, นำ้ ผู้มีสัมผัสพิเศษ ฝันว่าพ่อของตนจะตาย แล้วมันก็เกิดขึ้นจริง ฯลฯ
ทุกคนต่างเคว้งในโลกแห่งความจริง ก่อนที่จะมาเคว้งบนเกาะปินตูเสียด้วยซ้ำ

ทีนี้คงต้องมาตามต่อในซีซั่นที่ 2 ว่า ความเคว้งจะทำลายความสัมพันธ์ของทุกคนบนเกาะไปมากกว่าที่เกิดขึ้นในซีซั่นแรกหรือไม่ แล้วความเคว้งก่อนหน้านี้สร้างให้พวกเขาเป็นเช่นไรในปัจจุบันกาล ซึ่งคนดูก็น่าจะได้รับทราบข้อมูลและรู้จักตัวละครได้อย่างชัดเจนขึ้น
แต่ขอร้องล่ะ ซีซั่นถัดไปก็ช่วยค่อยๆ เฉลยปมมาสักนิดสักหน่อยก็ยังดี เพราะซีนสุดท้ายในซีซั่นที่ 1 นั้นก็ทำให้ผู้เขียน “เคว้ง” ไปทั้งคืน... กลัวใจผู้กำกับจริงๆ
อัลบั้มภาพ 27 ภาพ
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


