รีวิว Annabelle Comes Home บ้านหรรษา ป๊ะเท่งป๊ะ

รีวิว Annabelle Comes Home บ้านหรรษา ป๊ะเท่งป๊ะ

 

จักรวาลผีสาง Conjuring นั้นยิ่งสร้างภาคแยกแตกแขนงออกมาเยอะแค่ไหน ความดีงาม เฉียบคมก็ยิ่งมลายหายสิ้นไปเรื่อยๆ จนเรารู้สึกว่าบางทีความขยันในการทำภาคต่อออกมาก็ไม่มีอะไรมากมายไปกว่าการหลอกเอาเงินคนดู เพราะเอาเข้าจริง Annabelle Comes Home มีคุณสมบัติเป็นเหมือน “ทางผ่านวิญญาณ” แบบที่ตุ๊กตาแอนนาเบลมีหน้าที่ในเรื่อง เพื่อแนะนำไอเท็มหรือเรื่องราวสยองขวัญ ซึ่งสามารถพัฒนาไปเป็นหนังเรื่องต่อๆไปได้ในอนาคต

 

 

Annabelle Comes Home ภาคนี้คือหนังบ้านผีสิงที่รวมเอาไอเท็มประหลาดจากหลากหลายคดีของเอ็ดและวอร์เรน สองผัวเมียนักปราบผี ความสนุกสนานคือการที่เราจะได้เพลิดเพลินว่าจะเกิด “สถานการณ์อะไรขึ้นบ้าง” เริ่มต้นตั้งแต่ที่เอ็ด (แพทริค วิลสัน) และวอร์เรน(เวรา ฟาร์มิกา) ย้ายตุ๊กตามาจากกลุ่มนักศึกษาเพื่อนำไปเก็บไว้ในห้องเก็บวัตถุอันตรายต้องคำสาปที่บ้านของพวกเขา แน่นอนว่าเหตุการณ์หายนะจะไม่เกิดขึ้นถ้าหากไม่มีตัวละครที่ไปละเมิดข้อห้ามอันเป็นกติกาของหนัง

 

 

ความซวยของตัวละครในภาคนี้เกิดขึ้นเพราะแดเนียลลา (เคที่ ซารีฟ) เพื่อนสนิทจอมเผือกของแมรี่ เอลเล็น (เมดิสัน ไอซ์แมน) ที่แฝงตัวทำทีว่าแวะมาหาเพื่อนซึ่งกำลังหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับจูดี้ (แม็คเคนน่า เกรซ) ลูกสาวของเอ็ดและวอร์เรน เพียงเพราะแดเนียลลาอยากจะรู้ว่าจริงๆแล้วเอ็ดและวอร์เรนนั้นเป็นวีรบุรุษปราบผีหรือเป็นคนลวงโลกกันแน่ ด้วยความสอดรู้สอดเห็นแดเนียลลาจึงบุกเข้าไปในห้องเก็บวัตถุต้องคำสาป รวมไปถึงท้าทายวิญญาณให้ปรากฏตัวขึ้นมา และเธอก็ได้พบกับตุ๊กตาแอนนาเบล!

 

 

อย่างที่หนังได้เกริ่นเอาไว้ว่าแอนนาเบลไม่ได้เป็นที่สิงสู่ของวิญญาณร้าย แต่เธอเหมือนทางผ่านที่จะเชิญวิญญาณร้ายตัวอื่นๆให้ออกมาอาละวาด ในหนังภาคนี้แอนนาเบลจึงทำตัวเป็นเหมือนเจ้าของบ้านที่โดนขังและปิดกันพลังงานมาร่วมปี เมื่อมีโอกาสเธอจึงแผลงฤทธิ์ด้วยการปลุกวิญญาณที่อยู่ในวัตถุชิ้นอื่นๆให้ออกมาสำแดงเดชกันอย่างสนุกสนาน

 

 

ความสนุกของหนังภาคนี้คือผู้ชมจึงได้ลุ้นว่า อุปกรณ์ใหม่ๆที่เรายังไม่เคยเห็นในหนังเรื่องอื่นๆของจักรวาล Conjuring แต่ละชิ้นในห้องเก็บวัตถุต้องคำสาปทำงานอย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็นกล่องการ์ดเกม Feely Meeley เปียโนเก่าปุโรทั่ง ชุดเจ้าสาว คดีเฟอร์รี่แมนและเหรียญกองหนึ่ง กำไลสมัยพระนางวิกตอเรีย โทรทัศน์ทรงประหลาด เครื่องพิมพ์ดีดเรมิงตัน นาฬิกาปลุกเสียงนกร้อง โทรศัพท์โบราณ กระดิ่งเรียกวิญญาณ เป็นต้น

 

 

น่าเสียดายที่ช่วงต้นเรื่องของหนัง (1 ชั่วโมงแรก) หนังเสียเวลาไปกับการเล่าอะไรเรื่อยเปื่อยที่ดูไม่ขับเคลื่อนเรื่องราวนัก จนกระทั่งตะวันตกดินและเหล่าวิญญาณเริ่มแผลงฤทธิ์กันอย่างเมามัน เราถึงรู้สึก “บันเทิง” ไปหนังภาคนี้ขึ้นมาบ้าง และทั้งหมดทั้งมวล ข้อคิดของหนังเรื่องนี้ก็คือ ไม่ว่าเราจะเป็นเด็กหรือแก่แค่ไหน ยามที่เราเห็นป้ายคำเตือน จงให้ความสำคัญและตระหนักว่า มันไม่ได้เป็นประโยคบอกเล่าธรรมดา แต่จงระวังและทำตามกฎเหล่านั้น!