กระสือสยาม ความไฮบริทอีกครั้งของผีไทย

กระสือสยาม ความไฮบริทอีกครั้งของผีไทย

 

 

ช่วงกลางเดือนมีนาคม “แสงกระสือ” ได้หยิบเอาตำนานผีกระสือมาสร้างใหม่เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่มสาว อีกทั้งยังแทรกสอดบริบทของสังคมการเมืองเข้าไปในหนังอย่างแนบเนียน ยังไม่รวมไปถึงช่วงไคลแมกซ์ที่เรียกได้ว่ายกระดับหนังไทยไปสู่ทิศทางใหม่ๆที่น่าสนใจ มีความเป็นสากลมากยิ่งขึ้น และเราอาจจะกล่าวได้ว่ามันเป็นการ “พัฒนา” ความเชื่อเดิมๆให้มีความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น

 

ในเดือนเมษายนนี้หนังอีกเรื่องที่หยิบเอาตำนานของผีกระสือมาดัดแปลงและเล่าเรื่องราวใหม่อีกครั้งกับ “กระสือสยาม” (Sisters)

 

 

สองศรีพี่น้อง

ความผูกพันระหว่างสองพี่น้องอย่าง วีณาและโมรา โดยวีณาผู้เป็นพี่ต้องพยายามปกป้องน้องสาวอย่างโมราให้รอดพ้นจากการตามล่าจากราตรี นางพญากระสือที่มีแผนการออกตามล่าโมรา ซึ่งจะกำลังจะกลายร่างเป็นกระสือครั้งแรกในอีกไม่ช้า ความแค้นของราตรีเริ่มต้นขึ้นจากเหตุการณ์ในอดีตที่เชื่อมโยงกับตระกูลของโมรา สองพี่น้องจะต้องต่อสู้ เพื่อก้าวผ่านความขัดแย้งครั้งนี้ไปให้ได้

 

 

ความทรงจำ “กระสือ” ของผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้ว

จากนิยายภาพเรื่อง “กระสือสาว” ที่เขาเคยได้อ่านในสมัยเด็ก ทำให้ผู้กำกับปรัชญา ปิ่นแก้วรับรู้ถึงความน่ากลัวของกระสือสาว และเรียนรู้ที่มาที่ไปของผีสาวตนนี้ จนกระทั่งในปี พ.ศ.2516 “บริษัทศรีสยาม” ได้นำเอามาสร้างเป็นภาพยนตร์เรื่อง “กระสือสาว” นำแสดงโดย “พิศมัย วิไลศักดิ์” และ “สมบัติ เมทะนี” ซึ่งปรัชญาจำได้เป็นอย่างดีว่า วันที่เขาไปชมภาพยนตร์นั้นมีคนดูแค่เพียง 2 คนเท่านั้น คือเขาและเด็กชายวัยไล่เลี่ยกันอีกหนึ่งคน แม้ว่าตอนแรกเราจะนั่งคนละที่ แต่พอดูไปได้ถึงกลางเรื่อง เพราะความกลัวทำให้เราสองคนขยับมานั่งติดกัน พอดูหนังจบก็ได้พูดคุยและกลายเป็นเพื่อนกัน จนอาจจะเรียกได้ว่าได้เพื่อนคอหนังจากการดูกระสือสาวเลยก็ว่าได้

 

สำหรับผีกระสือเป็นผีที่มีลักษณะแตกต่างจากผีไทยอื่นๆ โดยทั่วไป ปรัชญามีความรู้สึกว่าผีกระสือไม่น่าจะเป็นผี อาจจะเป็นเอเลียนหรือสิ่งประหลาดที่มาจากต่างดาวก็เป็นไปได้ เขาจึงมีความสนใจอยากจะทำหนังเกี่ยวกับผีกระสือมาตั้งแต่ประมาณปี 1995 ตอนนั้นตั้งชื่อว่า “กระสือ 2000” คือต้อนรับโลกเข้าสู่คริสต์ศักราช 2000 โดยหนังจะตั้งคำถามว่าถ้าผีกระสือที่เรารู้จักมันมีอยู่จริง ในปัจจุบันชีวิตเขาจะเป็นอย่างไร จะเที่ยวหากินของสกปรกเหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่า หรือเราตีความเป็นสิ่งมีชีวิตจากต่างดาวล่ะจะเป็นอย่างไร

 

วัฒนธรรมผีไทยมีผีหลายชนิดมาก ถ้าลองจัดอันดับ อันดับหนึ่งคือ “ผีนางนาก” อันดับสองคือ “ผีปอบ” ส่วนอันดับสามคงเป็น “ผีกระสือ” นั่นเอง

 

 

กระสือในเมืองใหญ่

จากความทรงจำในวัยเด็ก นำมาสู่ความตั้งใจที่อยากจะพัฒนา “กระสือ” ให้กลายเป็นโปรเจ็คในฝัน ไปสู่หนังในแนวทางแอ็คชั่นระทึกขวัญ ที่แหวกแนวและไม่ซ้ำใคร แม้ตัวของปรัชญาเองจะไม่เชื่อว่าผีมีอยู่จริงในโลกใบนี้ แต่เขาพยายามเอาแนวคิดทางวิทยาศาสตร์เข้าไปตอบคำถามปรากฏการณ์เหล่านี้ ผลลัพธ์ที่เขาประมวลออกมาได้คือ ผีอาจจะไม่มีอยู่จริง แต่ความกลัวนั้นมีอยู่จริง และเมื่อมันบวกกับจินตนาการเข้าไป ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาคือ “จินตนาการของรูปลักษณ์ผีกระสือ”  ดังนั้นมันหมายความว่า กระสือเริ่มมาจากคนสร้างภาพ คนที่เชื่อในภาพ และคนที่คิดตามไปเอง ปะติดปะต่อเรื่องราวเข้าด้วยกันจนกลายเป็นเรื่องราวของผีกระสือแบบที่เราได้เห็นในทุกวันนี้

 

จากตำนาน สู่ยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไป จึงเกิดการตีคามใหม่ว่า วงจรของผีกระสือต้องเกิดความเปลี่ยนแปลงไปเช่นกัน แนวคิดที่ว่ากระสือนั้นอาจจะมวลสารที่จับต้องได้ หรือจริงๆกระสืออาจจะเป็นเอเลี่ยนหรือสัตว์ประหลาดที่มาจากนอกโลกและอาศัยอยู่ในร่างคน เพียงแค่เวลาหากิน มันจะต้องถอดหัวออกไปหาอาหาร

 

ปรัชญากล่าวว่า “กระสือในเมืองใหญ่ ผมว่ามันเป็นภาพที่ยากและก็ท้าทายดีครับ ผีเหล่านี้เขาไมได้ทำร้ายคนเลยด้วยซ้ำ เขาหลบๆ มนุษย์ด้วยซ้ำ เขาแค่ดำรงอยู่ได้ แค่ใครอย่าไปทำร้ายเขาแค่นั้นแหละ เพราะฉะนั้นเวลาที่พวกเขาไล่ล่านางเอกกลางเมืองเนี่ย เขาก็ไล่ล่าไปด้วยก็ต้องหลบไปด้วย หลบไม่ให้ผู้คนเห็น ผมจินตนาการว่าเขาแฝงตัวอยู่กับเรามานานแล้วโดยที่เราไม่รู้ตัว แล้วเราจะรู้ได้ไงว่าแสงไฟที่เราเห็นตอนกลางคืน บางแสงอาจจะเป็นแสงไฟจากกระสือก็ได้”

 

 

สองสาวนักแสดงนำน่าจับตามอง

ตัวละครเอกของกระสือสยามคือ วีณา ซึ่งนักแสดงที่เข้ามารับบทนี้คือ โจ้-พลอยยุคล โรจนกตัญญู พี่สาวผู้แข็งแกร่งวัย 17 ปีที่รักและเป็นห่วง “โมรา” น้องสาวเป็นอย่างมาก เธอยอมเสียสละชีวิตส่วนตัวเพื่อฝึกฝนวิชาปราบเหล่ากระสือคู่อริที่หวังเอาชีวิตและครอบครองร่างโมรา

 

 

ส่วน โมรา น้องสาว ได้ มิวนิค BNK48-นันท์นภัส เลิศนามเชิดสกุล มารับบทน้องสาวผู้อ่อนแอที่ชีวิตของเธอกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวัย 16 ปี เธอต้องฝืนใช้ชีวิตอย่างไม่เป็นอิสระเพื่อหลีกเลี่ยงการกลายร่างตามสายเลือดที่แท้จริง ซึ่งตอนที่เธอเข้ามาแคสติ้งนั้นและได้รับบทนั้น เธอยังไม่ได้เป็น BNK48 รุ่นใหม่เลยด้วยซ้ำไป

 

 

นางพญาตัวแม่ แต่ดาราดีกรีตัวแม่

ราตรี ซึ่งรับบทโดย หญิง-รฐา โพธิ์งาม นางพญากระสือที่มีความแค้นส่วนตัวกับตระกูลของ “วีณา-โมรา” เธอใช้ชีวิตปะปนกับเหล่ามนุษย์กรุงเทพฯ ได้อย่างไร้ร่องรอย ภารกิจสำคัญของเธอคือต้องออกตามล่าล้างแค้นและหมายร่างของโมรา เธอมองว่าหนังเรื่องเป็นหนังไซไฟด้วยซ้ำไป และการต่อสู้ที่เกิดขึ้นในเรื่องนั้นเป็นแนวคิดแบบ Fight for Family คือเราต่อสู้เพื่อคนในครอบครัวของเรา ดังนั้นถ้ามองในความสัมพันธ์ของตัวภาพยนตร์จริงๆ แล้วหนังให้มุมมอง Family Comes First มีทั้ง Drama, Horror, Sci-fi มีซีจีด้วย ครบรสเลยทีเดียว