“พวกเขาจะต้องเสียใจที่รู้จักผม” Michael Moore เผยกำลังทำโปรเจกต์ลับเกี่ยวกับ Donald Trump

“พวกเขาจะต้องเสียใจที่รู้จักผม” Michael Moore เผยกำลังทำโปรเจกต์ลับเกี่ยวกับ Donald Trump

ความไม่ชื่นชอบในตัวประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ (Donald Trump) ที่ผู้กำกับหนังแนวสารคดีชื่อดังอย่าง ไมเคิล มัวร์ (Michael Moore) มีนั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นความลับแต่อย่างใด เพราะไม่ว่ามีจังหวะเหมาะๆ เมื่อไหร่ ผู้กำกับสุดแสบคนนี้ก็พร้อมออกโรงโจมตี เปิดโปง ค่อนแคะ โดนัลด์ ทรัมป์ ด้วยข้อมูลระดับวงในอยู่เสมอ ไม่ว่าจะในสารคดีของตัวเอง การแสดงบนเวที หรือจะเป็นเดี่ยวไมโครโฟนก็ตาม ซึ่งล่าสุด ไมเคิล มัวร์ ก็ออกมาป่าวประกาศทางโซเชียลมีเดียว่า เขากำลังทำโปรเจกต์ลับเกี่ยวกับ ทรัมป์ และ โรเซียนน์ บาร์ (Roseanne Bar) นักแสดงและพิธีกรที่เพิ่งจะโดนจับตามองจากกรณีเหยียดผิวเมื่อไม่นานมานี้

Getty Imagesไมเคิล มัวร์ ผู้กำกับภาพยนตร์สารคดีระดับออสการ์

เนื้อหาในคลิปวิดีโอที่ ไมเคิล มัวร์ โพสต์ลงทวิตเตอร์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของรายการทอล์กโชว์ตั้งแต่ยุค 90s ที่ โรเซียนน์ บาร์ เป็นพิธีกร เธอกับทรัมป์กำลังคุยในประเด็นหนังสารคดีเรื่อง Roger & Me ของ ไมเคิล มัวร์ ที่เล่าเรื่องเกี่ยวกับ โรเจอร์ สมิธ ผู้บริหารของ The General Motors กับเหตุการณ์สั่งปิดโรงงานในเมืองฟลินท์ รัฐมิชิแกน และส่งผลให้มีผู้ตกงานกว่า 30,000 คน จากนั้น บาร์ ก็เชิญผู้กำกับเจ้าของสารคดีเลื่องชื่ออย่าง Fahrenheit 9/11 อย่าง ไมเคิล มัวร์ ออกมานั่งพูดคุย โดยทรัมป์เอ่ยปากชมสารคดีของมัวร์ว่า “มันยอดเยี่ยมมาก ผมบอกเลย ผมรักสิ่งที่คุณทำ ถ้าผมเป็นโรเจอร์ผมคงไม่ชอบ หวังว่าเขา (มัวร์) คงไม่ทำกับผมแบบนี้หรอกนะ” จากนั้นคลิปก็เปลี่ยนเป็นจอดำ พร้อมกับชื่อเว็บไซต์ของ ไมเคิล มัวร์ ปรากฏขึ้นมาแทน 

ในขณะที่แคปชั่น ไมเคิล มัวร์ ก็เขียนประกอบอย่างเจ็บแสบว่า “ผมรู้จักโรเซียนน์ ผมรู้จักทรัมป์ แต่พวกเขากำลังจะต้องเสียใจที่รู้จักผม”

Getty Imagesโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐฯ

Getty Imagesโรเซียนน์ บาร์ พิธีกรหญิงสุดฉาวโฉ่

อันที่จริงก่อนหน้านี้ ไมเคิล มัวร์ เคยประกาศว่า เขาจะทำสารคดีเกี่ยวกับ โดนัลด์ ทรัมป์ ในชื่อว่า Fahrenheit 11/9 โดยตัวเลข 11/9 ก็เอามาจากเลขเดือนและวันที่ที่ทรัมป์ได้รับเลือกให้เป็นประธานาธิบดีนั่นเอง แต่ยังไม่ทันถึงไหนก็ดันเกิดข่าวฉาวโฉ่เกี่ยวกับพฤติกรรมทางเพศของ ฮาร์วีย์ ไวน์สตีน (Harvey Weinstein) ซึ่งเป็นโปรดิวเซอร์ของหนังเรื่องดังกล่าวเสียก่อน แถม ไมเคิล มัวร์ ยังถูกฟ้องร้องให้ชดใช้เงินค่าเสียหายคืนแก่ The Weinstein Company เป็นจำนวนเงินถึง 2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ด้วย