มองต่างมุม THE FACE THAILAND 4 [EP.9] ทุกคนล้วนผิดพลาด

มองต่างมุม THE FACE THAILAND 4 [EP.9] ทุกคนล้วนผิดพลาด

 

 

หลังจากที่หงส์กลายเป็นคนที่เมนทอร์บี ตัดสินใจคัดออกไปจากรายการในสัปดาห์ก่อน ความเข้มข้นในสัปดาห์นี้ยิ่งทวีความน่าจับตามองมากขึ้นไปอีกระดับ เมื่อตัวอย่างตอนต่อไปเล่นขายความดราม่าแบบสุดพลัง ด้วยซีนห้องดำที่เมนทอร์บีชี้หน้าเมนทอร์พลอยแล้วด่ายับ!

 

 

MASTER CLASS กับความยากขึ้นไปอีกระดับ

ในช่วงนี้เรากลับรู้สึกว่า MASTER CLASS ของ ALL STARS เหมือนการที่เราได้ดูผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนได้ “ปล่อยของ” ในตัวเองออกมาอย่างน่าสนใจ ยิ่งในสัปดาห์นี้กับการสอนของเมนทอร์พลอยกับการสร้างจินตนาการในการเดินแบบพรมแดงในมาดซูเปอร์สตาร์

ส่วนที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือเรามีโอกาสได้ฟังแขกรับเชิญอย่าง ปู ไปรยา สวนดอกไม้ มาให้แนวคิดถึงตอนที่เธอได้มีโอกาสไปเดินพรมแดงในงาน Golden Globes (งานประกาศผลรางวัลลูกโลกทองคำ) ว่าการที่เธออยู่ในเมืองไทยนั้นคนทั่วไปรู้จักเธอดี แต่ยามที่เธอไปยังต่างประเทศ เธอคือ Nobody และยิ่งไปกว่านั้นคือคนที่เธอร่วมพรมแดงด้วยเป็นคนที่มีชื่อเสียงมากกว่า หนทางที่เธอสามารถทำได้คือการหาวิธีให้กล้องหันมาจับภาพเธอ และหลังจากถ่ายเสร็จเธอจะเดินไปบอกนักข่าวว่าเธอชื่ออะไร ยิ่งไปกว่านั้นคือการดูแลรูปร่างหน้าตา เพื่อสร้างความมั่นใจ สร้างความเป็นธรรมชาติ

 

 

โดยในส่วนของการเดินแบบพรมแดงวันนี้ เรียกได้ว่าทุกคนทำความเข้าใจโจทย์ได้เป็นอย่างดีและนำเสนอคาแรกเตอร์ของตัวเองออกมาได้อย่างน่าสนใจในการตอบคำถามนักข่าวโดยดีเจมะตูม ที่รอยิงคำถามให้ต้องงัดไหวพริบมาใช้ในการตอบ จนท้ายที่สุดแล้ว ผู้ชนะที่ได้รางวัลร่วมถ่ายโฆษณากับปู ไปรยา และยังได้เข้าเซฟโซนในสัปดาห์นี้ก็คือ โจเซฟนั่นเอง

 

 

รับมือกับอุปสรรคในการทำงาน

เมนทอร์พลอยก็ถึงกับบ่นอุบว่า แคมเปญวันนี้มันเหนือมนุษย์มาก เนื่องจากเป็นการยำรวมวิธีการทำงานแบบ อีเวนท์ แฟชั่นโชว์ โฆษณาและเบื้องหลังการทำงานมาร่วมกัน แต่เธอก็ยังสร้างความรีเลกซ์ในการทำงานด้วยการหาอุปกรณ์ของเล่นเอามาทำให้ลูกทีมหัวเราะมีความสุขก่อนการทำงาน

ทีมเมนทอร์บี วางแผนการทำงานด้วยการออกแบบมุมกล้อง การสร้างอารมณ์และเรื่องราวของลูกทีม ส่วนช่วงเวลาในการซ้อมจัดได้ว่ามีน้อยมากและสั้นมาก

ทีมเมนทอร์ลูกเกด พยายามตีโจทย์สินค้าว่าเป็นการ “ทำแฟชั่นโชว์” ซึ่งเมนทอร์ลูกเกดยังเสริมความสนุกสนานในการแสดง จะเห็นได้ว่าแต่ละทีมนั้นถูกกดดันด้วยเวลาในการทำงานที่ค่อนข้างน้อย และเต็มไปด้วยข้อผิดพลาด โดยเฉพาะทีมลูกเกดที่ดูเหมือนจะ “พลาด” มาตั้งแต่การตีโจทย์ในสิ่งที่ลูกค้าต้องการ เพราะคิดไปเองว่าลูกค้าอยากจะเห็นแบบนี้ เมื่อเสาหลักของงานผิด ส่งผลให้ภาพรวมที่ออกมากลายเป็นความล้มเหลวไปโดยปริยาย

 

 

คำพูดในการสื่อสารก็เป็นเรื่องสำคัญ

โมเมนต์ที่เราได้เห็นเมนทอร์พลอยลุกขึ้นมาทำแคมเปญ เธอพูดกับลูกทีมว่า “เทคแรก เราจะทำเหมือนจริงเลย ซ้อมเหมือนจริงเลย” เมื่อสั่งแอ็คชั่น ทุกหน้าที่ก็เริ่มงานตามที่ได้ซ้อมมา ไม่ว่าจะเป็นลูกทีม ตากล้อง จนกระทั่ง เมนทอร์พลอยพูดว่า “ขอเพลงด้วยนะคะ” ทีมงานถึงกับพูดว่าเปิดเพลงไม่ได้นะครับเพราะเข้าใจว่าเธอกำลังซ้อม! นั่นหมายความว่าเธอกำลังเสียเวลาในการทำงานไปฟรีๆ จนเธอวีนแตกขึ้นมาว่า เธอบอกทีมงานไปแล้วว่า “เอาซ้อมกึ่งอัดไปเลย ไม่ได้ยินเหรอ” ทีมงานบอกว่า “กึ่งอัดไม่ได้ครับ ถ้าเรคคอร์ดแล้วคือเอาเลย” แน่นอนว่าทุกคนงง คนดูก็งง เมนทอร์ด้วยกันเองยังงงเลย

เมนทอร์ลูกเกด : “ซ้อมกึ่งจริงแล้วทำไมไม่เรคคอร์ด” ฮึ้

เมนทอร์บี : เราเองยังไม่เข้าใจเลยนะ กึ่งซ้อมกึ่งอัดแล้วมันป่าววะ

สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ในช่วงการทำงาน เมนทอร์พลอยอาจจะต้องกลับไปพิจารณาตัวเองในการเลือกประโยคในการสื่อสารกับทีมงานใหม่อีกครั้ง เพราะบางทีการเลือกคำที่ “กำกวม” ก็อาจจะทำให้คนเข้าใจผิดกันไปโดยปริยาย

 

 

การเปลี่ยนแปลงหน้างาน

ทีมเมนทอร์บีเลือกจะเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เธอได้ซ้อมกับลูกทีมก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงหน้างานจะทำให้ลูกทีมต้องคิดใหม่ ทำใหม่ ส่งผลทำให้เกิดความเกร็งเกิดขึ้นกับลูกทีม ในการแสดงออกทางสีหน้าแววตาส่งผลให้งานที่ออกมาดูแล้ว “ไม่สนุก” แน่นอนเมื่อความมาคุมาเยือน ลูกทีมกดดัน ความผิดพลาดกลายเป็นสิ่งที่ปกคลุมบรรยากาศของผู้เข้าแข่งขันจนโจเซฟ พูด Tagline ของสินค้าผิดส่งผลให้ทีมนี้ต้องเสียเทปในเทคที่ 2 ไปอย่างน่าเสียดาย

 

สิ่งที่เกิดขึ้นในการทำงานวันนี้เมนทอร์ด้วยกันเองยังออกมา พูดถึงกันในแง่ว่า เมื่อเราคิดมากจนเกินไป งานที่ออกมาก็พัง! (รับคอมเมนต์กันไปเต็มๆ ทั้งเมนทอร์บีและเมนทอร์ลูกเกด)

 

 

การเสียสละตัวเองเพื่อทีม

สิ่งที่ช็อคที่สุดในวันนี้คือการที่ โจเซฟซึ่งได้เซฟโซน เลือกจะสละสิทธิ์ของตัวเองเพื่อให้กับเทียและยอมที่จะไปห้องดำแทนเพื่อนสองคน สิ่งที่โจเซฟทำบอกอะไรได้บ้าง เขาอาจจะมองว่าฝันของผู้หญิงสองคนนั้นยิ่งใหญ่กว่า หรือจริงๆ แล้ว “ผู้ชาย” ในรายการนี้ไม่ได้มองว่ามันเป็นเกมของพวกเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ดังนั้นเราจะเห็นได้เลยการไฟต์ในห้องดำของผู้ชายหลายคนในซีซั่นนี้ดูไม่ดุเดือดเท่าตอน The Face Men และไม่แปลกใจที่สุดท้ายเมนทอร์พลอยเลือกจะตัดคนออกจากรายการถึง 2 คน ทั้งโจเซฟและเติร์ดออกจากรายการ ส่งผลให้ดราม่าหลังห้องดำดุเดือด ไฟลุก และเต็มไปด้วยอารมณ์โมโหของเมนทอร์บี ทำให้เมนทอร์คนอื่นๆ พยายามอธิบายเหตุผลให้กับเมนทอร์บี แต่ก็ดูไม่ค่อยเป็นผลเท่าไหร่

 

ใน EP ต่อไปศึกระหว่างเมนทอร์จะเกิดอะไรขึ้นอีกวีคหน้ารู้กัน