[18+] รีวิว Thirty Years of Adonis โป๊ไหมพี่ หนังสำรวจชีวิตเกย์อาภัพ

[18+] รีวิว Thirty Years of Adonis โป๊ไหมพี่ หนังสำรวจชีวิตเกย์อาภัพ

 บทความนี้มีรูปภาพและภาษาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเพศ โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน

 

 

ถ้าจะนิยามความร้อนแรงของหนังเรื่องนี้คงนิยามได้เทียบเท่ากับสภาพอากาศมหาประลัยในประเทศไทยตอนนี้ เพราะ THIRTY YEARS OF ADONIS เป็นหนังที่ผู้ชมจะได้เห็น “อวัยวะเพศชาย” ในสภาพที่ไม่แข็งตัว หราคาหน้าจออยู่ตลอดเวลา จนบางทีก็รู้สึกน่าขยะแขยงมากกว่าจะน่าอภิรมย์ ไม่เพียงเท่านั้นในรอบสื่อมวลชนที่ได้มีโอกาสไปชม ก็มีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่จะเดินออกจากโรงภาพยนตร์ก่อนเวลา สิ่งเหล่านี้บอกได้ว่าบางครั้งการเปลือยเปล่าในสภาพที่มากเกินพอดีนั้นก็อาจจะข้ามเส้นคำว่า “ศิลปะ” และถูกแทนที่ด้วยคำว่า “อุจาด” แทนก็เป็นได้

 

THIRTY YEARS OF ADONIS เน้นเส้นเรื่องหลักไปที่หยางเคอ (เห้อเฟย) นักแสดงชายหนุ่มหล่อหน้าตาดีจากโรงงิ้วปักกิ่งซึ่งตกงานหลังจากที่คณะปิดตัวลงไป ในชีวิตการแสดงที่เขาผันตัวเข้าสู่วงการ เขาถูกล่อลวงกลายไปเป็นนักแสดงหนังโป๊เกย์จนชีวิตต้องตกระกำลำบาก เมื่อเขาเข้าสู่วังวนด้านมืดชีวิตของเขาก็ถูกรุมล้อมจากคนมากหน้าหลายตา ยิ่งไปกว่านั้นในช่วงอายุ 30 ปี เขาถูกล่อลวงให้เข้าไปแสดงหนังเกย์ที่เขาต้องรับบทโดนผู้ชาย 30 คน รุมโทรมทางทวารหนักอย่างทารุณ ชีวิตของเขาเหมือนจะกลับมาเข้าที่เข้าทางอีกครั้งหลังจากเก็บเงินจากการทำงานทั้งขายบริการทางเพศหรือถ่ายหนังโป๊ จนสามารถสร้างเนื้อสร้างตัวจากการเปิดร้านอาหาร แต่แล้วชีวิตของหยางเคอก็ต้องพลิกผันอีกครั้งเมื่อเขาตัดสินใจรับงานก่อนอำลาวงการ

 

 

ถึงแม้หนังเรื่องนี้จะเปิดเรื่องมาด้วยการเดินเปลือยเปล่าของตัวละครหยางเข่อในป่าไผ่ ก่อนที่เขาจะถูกรุมล้อมด้วยบรรดาชายใส่หน้ากาก น่าจะเป็นนิมิตบางอย่างที่เขาต้องพบเจอในอนาคต แต่หนังก็ใช้วิธีการตัดสลับซ้อนทับเพื่อสร้างความงงงวยให้กับผู้ชม พร้อมกับการเล่าเรื่องแบบตัดสลับและไม่เรียงลำดับเวลา เมื่อปะติดปะต่อเรื่องราวได้สักพัก เราจะเข้าใจว่าหนังได้ทำการสำรวจช่วงชีวิตในโมเมนต์ต่างๆของผู้ชายคนนี้

 

แม้ว่าผู้กำกับหยุนเสียง (สกั๊ด) ที่ขึ้นชื่อว่าในหนังของเขาจะต้องมี “ผู้ชาย” มาแก้ผ้าและมีการถ่ายอวัยวะเพศชายในแบบโคลสอัพ หรือเห็นเป็นพวงอวัยวะเพศอยู่บ่อยครั้ง แต่อวัยวะเพศชายในหนังเรื่องนี้จัดได้ว่าเป็นภาพที่ไม่ค่อยน่าดูหรือน่าอภิรมย์นัก และเมื่อมันปรากฏอยู่บนจอในเลเวลที่มากเกินพอดี ก็นำไปสู่ความน่ารังเกียจและสะอิดสะเอียน

 

เอาเข้าจริงแม้หนังจะพยายามสอดแทรกเรื่องกฎแห่งกรรมในวิถีพุทธศาสนา หนังก็ไม่ได้เจาะลึกถึงแก่นแนวคิด แต่เป็นการวางสาระแบบผิวเผิน (ทำให้ดูเหมือนว่าหนังจะมีอะไร แต่ก็ไม่มีอะไร) ซึ่งสุดท้ายหนังก็ไม่ได้มีอะไรไปมากกว่าหนังที่พยายามจะทำตัวมีประเด็น แต่สุดท้ายก็กลายเป็นแค่หนังขายเรือนร่างของผู้ชายโป๊ๆบนจอใหญ่ๆเท่านั้นเอง