จับตาโค้งสุดท้าย DRAG RACE THAILAND

จับตาโค้งสุดท้าย DRAG RACE THAILAND

 

อันที่จริงตั้งใจว่าจะเขียนถึงรายการนี้สักพักใหญ่ๆแล้ว แต่เหมือนกระแสรายการกำลังเป็นที่นิยมตอนใกล้จะจบซีซั่นเต็มทน ประกอบกับช่วงแรกของรายการ [EP1-3] กระแสรายการค่อนข้างติดลบ แต่เหมือนทีมงานของรายการจะรับฟังคอมเมนต์ของผู้ชมและปรับปรุงหลายอย่างให้ออกมาสนุกมากยิ่งขึ้น และนี่คือปรากฏการณ์อีกหนึ่งรายการเรียลลิตี้ที่น่าจับตามองต่อจาก The Face Thailand

 

 

The Face ขาลง Drag Race กำลังมา

รายการเรียลลิตี้นั้นหมุนเวียนเปลี่ยนผันเป็นวัฏจักร เมื่อถึงจุดหนึ่งที่รายการเดินไปสู่จุดอิ่มตัว วิธีการพลิกแพลงปรับรูปแบบการนำเสนอน่าจะช่วยให้รายการน่าสนใจได้ยิ่งขึ้น เช่นเดียวกับ Drag Race Thailand ที่ซีซั่นนี้เหมือนเป็น Prototype หรือต้นแบบของรายการที่สร้างความเข้าใจในรูปแบบ เรื่องราว และวิธีการแข่งขันให้กับคนดูเข้าใจ (ที่จริงแล้วแฟนรายการนี้ส่วนมากน่าจะเคยผ่านตากับเวอร์ชั่นของ USA กันมาบ้างแล้ว พอสมควร)

 

ความสนุกของ Drag Race นั้นไม่ใช่รายการที่เอาบรรดากะเทย เกย์ ปากร้ายมาจิกกัดกันอย่างเดียว แต่เอาจริงๆแล้ว รายการนี้เหมือนรายการประกวดทักษะความเป็น “เอนเตอร์เทนเนอร์” ซึ่งยากกว่าแคมเปญของ The Face ไปอีก เพราะ 1 คนนั้นต้องเป็นทั้งช่างแต่งหน้า คอสตูมดีไซเนอร์ นักแสดง ไปพร้อมๆกันในตัวคนเดียว ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นความท้าทายอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นนี่ยังเป็นรายการที่แสดงความสามารถของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนอย่างแท้จริง ยังไม่รวมไปถึงช่วงไฮไลท์ท้ายรายการที่ว่าด้วยการลิปซิงค์ฟอร์ยัวร์ไลฟ์ เพื่อเอาตัวให้รอดจากการตัดสินในการถูกคัดออกจากรายการ

 

 

ผู้เข้าแข่งขันมากความสามารถ

ตอนนี้รายการเดินมาถึง EP6 ซึ่งเหลือผู้เข้าแข่งขันในรายการ 6 คน ซึ่งแต่ละคนก็มีทักษะที่โดดเด่นแตกต่างกันไป เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วเราสามารถวิเคราะห์ได้ว่า แต่ละคนก็โดดเด่นต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น

 

 

 

เฮียนาตาเลีย เพลียแคมที่นอกจากจะเป็นกะเทยร่างใหญ่ แต่ด้วยรสนิยมอันโดดเด่นทำให้เธอเจิดจรัสในรายการ อีกทั้งความชาญฉลาดของเธอทำให้ตัวเองสามารถชนะในแม็กซี่ ชาลเลนจ์ มินิชาร์เลนจ์ รวมไปถึงรันเวย์ในหลายครั้ง

 

 

เดียร์ริสดอลล์ หนุ่มหล่อในร่างชายและปากร้ายยามแต่งหญิง ที่มากอามรณ์ขึ้น จิกกัดเก่งและมีสกิลในการตบมุกเป็นเลิศ

 

 

 

Annee’ ที่ตัดชุดเสื้อผ้าสวย โดดเด่นบนรันเวย์ตลอด อีกทั้งยังมีทักษะการเต้นที่ไม่ธรรมดา แต่เธอมักจะมีจุดอ่อนเวลาต้องเล่นตลกจังหวะเสมอ

 

 

B Ella สาวร่างใหญ่ ที่มาพร้อมจริตเล่นใหญ่ เธออาจจะไม่เฉิดฉายนักเมื่อเทียบกับคนอื่น เธอมักจะได้รับการชมจากกรรมการสลับกับโดนด่าอยู่เสมอ แต่เธอเป็นคนเดียวในรายการที่ยังไม่เคยมายืนปากเหวลิปซิงค์เลย

 

 

Amadiva สาวปากหมาที่หลายครั้งโดนเพื่อนๆรุมจวก เธออยู่ปากเหวในการลิปซิงค์มาแล้วหลายครั้งแต่ก็รอดมาได้เสมอ แต่บางทีโชคอาจจะไม่เข้าข้างเธอเสมอไป

 

 

JAJA หนุ่มฟิลิปปินส์ที่มาสายตลก ฟังไทยได้แต่พูดอังกฤษเป็นหลัก หลายครั้งเธอมักจะประสบปัญหาทำแคมเปญแต่ละช่วงไม่ค่อยได้เรื่องนัก แต่ก็อยู่รอดมาได้ถึงวันนี้

 

 

แม็กซี่ ชาลเลนจ์กับความเปลี่ยนแปลงในทุกสัปดาห์

 

ความสนุกของช่วงแม็กซี่ ชาลเลนจ์คือในหลายสัปดาห์นั้นโจทย์ก็จะมีความแตกต่างกันไป บางสัปดาห์เป็นการทำงานเดี่ยว บางครั้งต้องทำ Snatch Game เลียนแบบคนดัง บางทีต้องทำงานเป็นคู่แบบในสัปดาห์ล่าสุด ซึ่งโจทย์ของรายการนี้ก็ท้าทายและทำให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนต้องงัดความสามารถออกมาจริงๆ ใครแย่กว่าด้อยกว่า เราก็ได้เห็นตามจริง น้อยครั้งนักที่คำตัดสินใจของกรรมการจะค้านสายตาคนดู

 

 

รันเวย์กับปรากฏการณ์คนทำชุดมากฝีมือ

การทำเสื้อผ้านั้น ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งไปกว่านั้นการตัดชุดจาก “วัสดุเหลือใช้” ยิ่งกลายเป็นความท้าทายอย่างมาก การได้เห็นผู้เข้าแข่งขันในรายการนี้ประดิษฐ์ชุดตามโจทย์ในแต่ละสัปดาห์ให้ออกมาโดดเด่นและสวยงามนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีคณะกรรมการที่เป็นแขกรับเชิญที่เป็นทั้งนักแสดงชื่อดัง (โดยส่วนมากจะเกี่ยวข้องกับโจทย์ในสัปดาห์นั้น) มาร่วมชมโชว์และร่วมออกไอเดียในการคอมเมนต์ว่าใครดีหรือด้อยในส่วนไหนบ้าง

 

คณะกรรมการในแต่ละสัปดาห์ส่วนมากมักจะชื่นชอบในความคิดสร้างสรรค์ของผู้เข้าแข่งขัน อย่างเช่นโจทย์ใน EP6 ล่าสุดที่บังคับด้วยเรื่องราวของชมพู่ อารยา กับเหตุการณ์ในชีวิตของเธอ ซึ่งแต่ละคนก็ทำออกมาได้โดดเด่นและน่าจดจำ

 

 

ลิปซิ้งค์กับการต่อสู้ครั้งสุดท้าย

 

หากห้องดำใน The Face คือการส่งสองคนเข้าไปให้เมนทอร์คัดออก ลิปซิ้งค์ของ Drag Race คือการพิสูจน์ความสามารถในครั้งสุดท้ายซึ่งเหมือนให้ผู้เข้าแข่งขันนั้นงัดความสามารถในการเอนเตอร์เทนคนดู (กรรมการ) ให้ได้มากที่สุดนั่นเอง ซึ่งหลายครั้งการลิปซิ้งค์ก็ดุเดือดมาก หลายครั้งก็ดูเศร้ามาก และหลายครั้งก็ตลกมากเช่นกัน เสน่ห์ของรายการนี้คือการทำให้เราเห็นว่านี่คือการแข่งขันจริงๆ และมันเน้นไปที่ตัวผู้เข้าแข่งขันมากกว่าจะไปโฟกัสที่ตัวเมนทอร์แบบ The Face จนลดบทบาทของผู้เข้าแข่งขันในรายการไปเป็นแค่หุ่นเชิด หรือหมากในการชักใยของรายการ

 

ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม ตอนนี้ DRAG RACE THAILAND คืออีกหนึ่งรายการทางช่อง Line TV ที่เมื่อถึงคืนวันพฤหัสบดี เวลา 20.00 น.เราต้องรีบกลับมาเปิดดู