มองต่างมุม THE FACE THAILAND 4 [EP.6] ฤๅจะเป็นขาลงของรายการ

มองต่างมุม THE FACE THAILAND 4 [EP.6] ฤๅจะเป็นขาลงของรายการ

 

3 ซีซั่น (+1 ซีซั่นแยก) ที่ผ่านมากับ THE FACE THAILAND ที่เต็มไปด้วยแง่มุม กติกา และลูกเล่นรายการที่เรียกได้ว่าประเทศไทย น่าจะเป็นประเทศเดียวในโลกที่รูปแบบของรายการมีความพิเศษ พลิกแพลง และมีเรื่องไม่คาดคิดเกิดขึ้นให้คนดูสนุกกับรายการอยู่เสมอ แต่บางทีความ “ตื่นเต้น” อาจจะเริ่มเสื่อมมนต์ขลังไปแล้วก็ได้

 

บทความนี้มีสปอยล์ผลการแข่งขัน

 

 

ยิ่งมาก ยิ่งเลอะ

เคยได้ยินไหมครับ อะไรที่ยิ่งเยอะ ยิ่งมากเกินไป มันจะเกิดความน่าเบื่อหน่าย เช่นเดียวกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นกับ The Face ซีซั่นนี้ที่เรียกได้เลยว่ากระแสแผ่วกว่าซีซั่นที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่รายการโหมประโคมโปรโมทรายการว่าซีซั่นนี้มีความพิเศษตั้งแต่ใช้เมนทอร์ถึง 6 คน การนำผู้เข้าแข่งขันจากซีซั่นก่อนๆกลับมา รูปแบบกติกาแคมเปญที่ยากขึ้น

 

แต่กลายเป็นว่าซีซั่นนี้ถมทุกอย่างจนเยอะจนล้นเกินไป ผลลัพธ์ที่กำลังเกิดขึ้นในรายการตอนนี้คือคนดูไม่ได้สนุกไปกับการลุ้นว่าผู้เข้าแข่งขันคนไหนจะชนะ แต่เหมือนกับการนั่งดูละครหลังข่าวว่าจะเกิดเหตุการณ์ดราม่าที่รายการจะจับจุดไหนมาขยี้ให้หนักมือกว่าเดิม จริงอยู่ที่รายการจะยกข้ออ้างที่ว่า การนำผู้เข้าแข่งขันที่เคยผ่านรายการไปแล้วมาทำแคมเปญที่ “ยากกว่าเดิม” แต่คนดูควรพึงระลึกไว้ด้วยว่า ชีวิตของโลกการทำงานในหลายๆแคมเปญไม่ว่าจะเป็นการเดินแบบ ถ่ายโฆษณาหรือภาพนิ่ง นั้น “ความปลอดภัย” น่าจะเป็นสิ่งแรกๆที่ “ทีมงาน” ควรจะสร้างบรรยากาศในการทำงาน

 

แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่เราบอกไป รายการนี้พยายามทำทุกวิถีทางที่ทำให้ “อุปสรรค” เกิดขึ้นกับผู้เข้าแข่งขันให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าลองย้อนกลับไปตั้งแต่ EP ที่ 2 ที่รันเวย์หินบนน้ำก็ทำให้มะปรางหัวทิ่มตกรันเวย์มาแล้วหนึ่งรอบ แคมเปญถ่ายแฟชั่นเซ็ตที่จุ๊กกู้ไม่มีโอกาสรู้ตัวว่าเธอตกไฟ (ถ้าเธอตัดสินใจลุกขึ้นมาที่หน้ามอนิเตอร์เธออาจจะรู้ตัวก็ได้) หรือใน EP ล่าสุดเหมือนฮาน่าจะได้ชุดและตัวถ่วงเอวที่เป็นอุปสรรคในการทำงานจนเธอทำแคมเปญในวันนี้ได้ไม่ดีเท่าไหร่ จนเธอถูกตัดออกจากรายการไปเป็นคนล่าสุด

 

 

เมื่อเมนทอร์คิวไม่ว่าง!

สิ่งที่ทำให้รายการดูไม่ค่อยแฟร์นักในสัปดาห์นี้คือ รายการทำให้ฮาน่าดูกลายเป็นจุดอ่อนของรายการในวีคนี้แบบดูจงใจ จริงอยู่ที่เธออาจจะทำแคมเปญออกมาได้ไม่ดีนัก แต่กระนั้นเมื่อเราย้อนกลับไปที่ต้นตอทั้งหมด เราจะพบว่าทีมพลอยซอนย่า เมนทอร์ไม่สามารถมาทำหน้าที่ได้ และรายการจึงให้เกรซและซาบีน่ามาทำหน้าที่เป็นเมนทอร์แทน

 

ฮัลโหลมันจะดูไม่ตลกโปกฮาเกินไปหน่อยเหรอครับ

 

 

ในแง่ของความเป็นจริงคิวการดิวงานนักแสดงมันล่วงหน้ากันเป็นเดือนๆ ยิ่งซีซั่นนี้มีเมนทอร์ถึงสองคนจะเป็นไปได้เหรอที่เมนทอร์พลอยและเมนทอร์ซอนย่าจะไม่มีคิวว่างเลยจริงๆ ที่ลักลั่นไปกว่านั้นคือมันน่าตลกแค่ไหนที่จับเอาเกรซและซาบีน่า มาทำหน้าที่เมนทอร์แทน (จริงอยู่ว่าทั้งสองเป็นผู้ชนะก็จริง แต่ชั่วโมงบินของสองคนนี้ “เพียงพอ” แล้วหรือยังที่จะมาโค้ชเพื่อนๆในทีม ที่พิจารณาแล้วว่าความสามารถอาจจะเหนือกว่าทั้งสองคนนี้ก็ได้ เช่น ทราย เป็นต้นและเราจะกล่าวถึงในจุดถัดไป)

 

หากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ซีซั่นก่อนๆก็จะเชิญเมนทอร์ที่มีประสบการณ์มาแทนเช่น ซีซั่น 1 เมนทอร์พลอยติดงานเลยให้บี น้ำทิพย์มาแทน ซีซั่น 3 เมนทอร์มาช่าคิวถ่ายไม่ได้เลยเป็นเมนทอร์คริสมารับช่วงต่อ ซีซั่น The Face Men เมนทอร์หมู อาซาว่าป่วย จึงให้คุณหญิงแมงมุมมาทำหน้าที่แทน แล้วเหตุใดซีซั่นนี้ถึงทำอะไรให้มันดู “ตลก” มากกว่าจะดู “มืออาชีพ” อย่างที่รายการควรจะเป็น จนลูกทีมอย่างทรายต้องทวงถามขึ้นมาว่า “นี่รายการแกล้งหรือเปล่าเนี่ย”

 

 

ต่อให้ไม่มีเมนทอร์ ลูกทีมก็พิสูจน์ความสามารถได้

ถ้าเรายังจำได้ว่าตอนเลือกทีมนั้น “ทราย” เป็นคนเดียวที่ตั้งคำถามกับเมนทอร์ทั้ง 6 คนว่า “หนูไม่เคยเป็นลูกสาวใครในนี้มาก่อนเลยค่ะ ถ้าหนูไปอยู่ทีมพวกพี่ๆ หนูจะมีโอกาสมากหรือน้อยกว่าลูกสาวของพวกพี่ๆคะ” เธอฉายแววนักสู้มาตั้งแต่แรกเริ่ม และในทุกๆแคมเปญเธอเป็นคนที่สามารถก้าวผ่านความกลัวได้ตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญเดินแบบกับงู และล่าสุดกับแคมเปญที่เธอต้องดำน้ำ ทั้งที่เธอว่ายน้ำไม่เป็น แต่สุดท้ายด้วยความ “ใจสู้” ของเธอ ทรายแทบจะเป็นม้ามืดของทีมนี้เลยก็ว่าได้

 

 

ก่อนทำแคมเปญนี้สิ่งที่น่าสนใจประมาณหนึ่งคือการแสดงทัศนคติของทราย ว่าต่อให้เธอว่ายน้ำไม่เป็น การรับข้อเสนอจากซาบีน่าและเกรซว่า ถ้าคิดว่าทำแคมเปญนี้ไม่ได้และทำให้เสียเวลาในการแข่งขันโดยไม่จำเป็นจะขอให้คนนั้นไม่ต้องทำแคมเปญนี้ แต่ทรายก็มองว่าอย่างน้อยการได้ทำงานต่อให้ออกมาแย่ อย่างน้อยผลงานมันก็จะเป็นตัวบอกเองว่า เธอดีพอที่จะอยู่ต่อในรายการได้หรือไม่ ดีกว่าไม่ทำแคมเปญแล้ว ผลลัพธ์ออกมาแล้วปรากฏว่าทีมแพ้ เธอคงจะเสียใจที่ไม่ได้ทำงาน (แต่ทีมคริสลูกเกดเลือกจะใช้แค่ดารัณ จีน่า และนิกกี้ ในการทำแคมเปญนี้) น้ำหวาน หงส์ เติร์ดเป็นตัวสแปร์ไว้เท่านั้น

 

อย่างที่เราเกริ่นไปในข้างต้นว่าใน EP นี้คนที่ถูกคัดออกจากรายการคือฮาน่า เพียงเพราะว่า เมื่อเธอถูกนำไปเทียบกับนิกกี้ที่เหมือนทุ่มเทในการทำงานมากกว่า แต่ด้วยเหตุผลที่ว่านิกกี้ไม่มีการเตรียมตัวในการทำงาน ไม่มีการวอร์มร่างกายก่อนดำน้ำ ส่งผลให้เขาป่วยและร่างกายเหมือนจะไม่ไหว แต่สีหน้าของฮาน่าในห้องดำเธอค่อนข้างละเหี่ยใจเพราะเธอเหมือนรู้แก่ใจว่ายังไงเธอก็น่าจะโดนคัดออก

 

สีหน้าของคนยิ้มแบบไม่เต็มใจยิ้มเมื่อเจอคำว่า “คริสโอเคมั้ย” หลังจากที่ริต้าออกมาจากห้องดำและถามเธอ

 

 

ลากันในสัปดาห์นี้ไปก่อน แล้วมาดูกันว่า สัปดาห์ต่อไปรายการจะปาหี่ อะไรให้คนดูกันอีก