วิจารณ์หนัง GHOST IN THE SHELL การตื่นรู้ของจิตวิญญาณ

วิจารณ์หนัง GHOST IN THE SHELL การตื่นรู้ของจิตวิญญาณ

วิจารณ์หนัง GHOST IN THE SHELL การตื่นรู้ของจิตวิญญาณ เกี่ยวกับ ghost in the shell

S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา




ghost in the shell ในเวอร์ชั่นมังงะและเวอร์ชั่นแอนิเมชั่นจากญี่ปุ่นนั้นเรียกได้ว่าโด่งดังมากเมื่อครั้งที่ออกฉาย ความล้ำสมัยของเรื่องราวและการพูดถึงจิตวิญญาณในร่างของจักรกล กลายเป็นเรื่องที่ถูกหยิบเอามาถกเถียง พูดถึงความน่ากลัวของเทคโนโลยี ซึ่งจะว่าไปแล้วผลงานหนังเรื่องนี้กลายไปเป็นแรงบันดาลใจให้สองพี่น้องวาชอว์สกี้ หยิบเอาประเด็นดังกล่าวไปดัดแปลงเป็นหนังอย่าง The Matrix ที่สร้างปรากฏการณ์ให้กับหนังแอ็คชั่น-ไซไฟ ในยุค 2000


ทว่าการนำ GHOST IN THE SHELL เอามาสร้างในปี 2017 ในยุคที่มีหนังที่วิพากย์ถึงความน่าหวาดระแวงของการใช้เทคโนโลยีเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์มากมาย จนไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ หรือน่าตื่นตาตื่นใจอีกต่อไป เพราะมันมีหนังนับสิบเรื่องที่พูดถึงประเด็นดังกล่าวอย่างเข้มข้น เจาะลึก ไม่ว่าจะเป็นหนังอย่าง A.I. Artificial Intelligence (2001) ที่พูดถึงหุ่นยนต์เด็กที่มีความรู้สึกเหมือนมนุษย์, Minority Report (2002) การล่วงรู้อาชญากรรมล่วงหน้าที่อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นจริง, I, Robot (2004) การลุกขึ้นต่อต้านมนุษย์ของเหล่าหุ่นยนต์ หรือ Oblivion (2013) ภารกิจของมนุษย์โลกคนสุดท้ายที่อาจจะไม่ได้เป็นคนสุดท้ายจริงๆ


GHOST IN THE SHELL ในเวอร์ชั่นคนแสดง บอกเล่าเรื่องราวของเมเจอร์ (สการ์เล็ตต์ โจแฮนส์สัน) คือลูกครึ่งมนุษย์ครึ่งหุ่นยนต์คนแรกของโลก เธอคือมนุษย์ผู้ถูกช่วยชีวิตเอาไว้จากอุบัติเหตุรุนแรง ถูกปรับแต่งด้วยไซเบอร์ให้กลายเป็นทหารในการยับยั้งอาชญากรที่มีเป้าหมายในการแฮ็คเข้าไปในสมองผู้คน ขณะที่เธอพยายามหยุดยั้งอาชญากรรายนี้เธอกลับเริ่มค้นพบความจริงที่ว่า ชีวิตของเธอที่ผ่านมานั้น เธอไม่ได้ถูกช่วยชีวิต แต่เป็นการถูกขโมยชีวิตมาต่างหาก


ตัวหนังเดินเรื่องไปตามสูตรในแนวทางการค้นหาตัวตนที่แท้จริงของตัวละคร ซึ่งข้อดีประการเดียวของ GHOST IN THE SHELL ในเวอร์ชั่นนี้คือมีภาพวิชวลที่สวยงาม ตื่นตา แต่ด้วยความราบเรียบของเนื้อเรื่องอันแสนเบาบางและสามารถคาดเดาได้ว่าจริงๆแล้วตัวร้ายก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลนอกจากองค์กรไฮเทคที่อยู่เบื้องหลังการดัดแปลงนางเอกของเรื่อง ทำให้ไม่มีอะไรที่สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับผู้ชมได้มากนัก


กว่าที่ฉากไคลแมกซ์โครมครามในช่วง 20 นาทีสุดท้ายจะเดินทางมาถึง ระหว่างทางของเรื่องก็ไม่มีอะไรน่าสนใจไปมากกว่าชุดรัดรูปของสการ์เลต โจแฮนสันที่ดูทะมัดทะแมง ปราดเปรียว เย้ายวน การนั่งดูโลกอนาคตที่เต็มไปด้วยโฮโลแกรมสามมิติ วัฒนธรรมตึกรามบ้านช่อง แฟลตแบบประเทศไต้หวัน ฮ่องกง กลับให้ความรู้สึกเหมือนเรากำลังไปชมงาน World Expo Pavilions ที่จัดแสดงวิดีโอเมืองในอนาคตของประเทศไต้หวันและมองภาพจำลองในอนาคต มากกว่าดูหนังขนาดยาวของ GHOST IN THE SHELL


ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจอะไรสำหรับผู้กำกับอย่าง รูเพิร์ต แซนเดอร์ส (Snow White and the Huntsman) ซึ่งแจ้งเกิดกับงานวิชวลล้ำๆจากงานโฆษณา จนได้มากำกับภาพยนตร์ สิ่งที่เขายังขาดอย่างมากในเวลานี้คือการเล่าเรื่อง “ขนาดยาว” ให้น่าสนใจและเป็นมากกว่าแค่หนังโชว์ภาพสวยเรื่องหนึ่งเท่านั้น

2.5 คะแนนจาก 5 คะแนน

@PRETTYPLASALID

เรื่องล่าสุดของหมวด หนัง

ดูหมวด หนัง ทั้งหมด