วิจารณ์ละครเวที THE SOUND OF MUSIC

วิจารณ์ละครเวที THE SOUND OF MUSIC

วิจารณ์ละครเวที THE SOUND OF MUSIC เกี่ยวกับ the sound of music

S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

คนส่วนใหญ่รู้จักและคุ้นชื่อ THE SOUND OF MUSIC มาจากหนังคลาสสิคในปี 1965 ผลงานที่มีจูลี่ แอนดรูวส์และคริสโตเฟอร์ พลัมเมอร์แสดงเป็นคู่พระนางของเรื่อง ยิ่งไปกว่านั้นมันยังกวาดรางวัลบนเวทีออสการ์ในปี 1966 มาถึง 5 สาขาในสาขาใหญ่ทั้งภาพยนตร์ยอดเยี่ยมและผู้กำกับยอดเยี่ยม (โรเบิร์ต ไวส์) มานอนกอด 

อันที่จริงแล้วจุดเริ่มต้นทั้งหมดของ THE SOUND OF MUSIC นั้นมีที่มาจากบันทึกความทรงจำของมาเรีย ออกัสต้า ฟอน ทรัปป์ซึ่งมีเนื้อหาในการบอกเล่าชีวิตของครอบครัวฟอน ทรัปป์ตั้งแต่สมัยที่อยู่ซาลซ์ บูรก์ออสเตรียจนถึงยุคที่เธอต้องลี้ภัยออกนอกประเทศหลังจากที่ออสเตรียโดนบรรดานาซีเยอรมันเข้ายึดครองและเธอได้รับการลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา 

เดิมที่ฮอลลีวูดซื้อลิขสิทธิ์ของเวอร์ชั่นหนังเยอรมันเอาไปดัดแปลงเป็นหนังที่พูดภาษาอังกฤษ แต่ก็มีเหตุผลที่บทหนังเรื่องนี้ถูกดัดแปลงไปเป็นละครเพลงแทน โดยมีโฮเวิร์ด ลินด์เซย์และรัสเซล เคราส์เป็นคนเขียนบทให้และตั้งใจให้ริชาร์ด ร็อดเจอร์และออสการ์ แฮมเมอร์สตีนมาแต่งเพลง ผลลัพธ์ที่ได้คือละครเพลงเรื่องนี้โด่งดังเป็นพลุแตกและกลายเป็นผลงานที่อยู่ในความทรงจำของละครบรอดเวย์อีกเรื่อง มันคว้ารางวัลโทนี่ อวอร์ดมาถึง 6 รางวัล รวมถึงละครเพลงยอดเยี่ยมอีกด้วย

มาถึงโปรดักชั่นไทยกันบ้าง ตัวมิวสิคัลยังคงเล่าเรื่องราวของมาเรีย หญิงสาวของสำนักนางชีที่ต้องเดินทางมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กให้กับครอบครัวฟอน ทรัปป์ เธอพบว่าผู้การฟอน ทรัปป์ฝึกลูกตัวเองราวกับทหาร แต่มาเรียสอนให้พวกเด็กสนุกไปกับการร้องเพลงและมอบความรักให้กับพวกเขา แม้ว่าตอนแรกผู้การจะไม่เห็นด้วย แต่เขาก็ต้องเปลี่ยนใจเมื่อเด็กๆเปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น ระหว่างที่ความรักระหว่างมาเรียกับผู้การจะเริ่มก่อตัวขึ้น นาซีเยอรมันก็บุกเข้ายึดครองออสเตรีย ชีวิตของครอบครัวฟอน ทรัปป์จึงต้องหน้าทางออก 

ในรอบที่ผู้เขียนมีโอกาสไปชมมาเรีย ไนเยอร์รับบทโดยฟาง (FFK) และคุณแม่อธิการรับบโดยปาน ธนพร แวกประยูร ซึ่งฟางรับบทมาเรียได้มีเสน่ห์น่ารักแต่เป็นมาเรียที่เพิ่งผ่านพ้นชีวิตวัยรุ่นมาไม่ได้นานนัก เธอยังสับสนกับชีวิตของตัวเองและมีบางเรื่องที่เธอยังไม่สามารถตัดสินใจแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้โดยเฉพาะเรื่องความรัก ในขณะที่ปาน ธนพรกับบทแม่ชีอธิการนั้น เธอเป็นเหมือนแม่คนที่สองของมาเรีย ที่คอยชี้ทางและแนะนำการใช้ชีวิตที่เหมาะควรให้กับมาเรีย ส่วนเรื่องเสียงร้องนั้นเพลงที่ตราตรึงและไพเราะมากคือเพลง Dixit Dominus และ Confitetemini ที่ปานต้องร่วมร้องกับแม่ชีคนอื่นๆเรียกได้ว่าน้ำเสียงใสและน่าฟังมากๆ 

สิ่งที่น่าชื่นชมไม่แพ้กันคือบรรดาเด็กๆที่มารับบทบาทลูกของผู้การฟอน ทรัปป์ที่นอกจากจะแสดงเก่งแล้ว พวกเขายังร้องเพลงได้น่าฟัง เรียกได้ว่าเด็กๆเหล่านี้มีอนาคตที่น่าจับตามองมากๆในแวดวงละครเพลง พวกเขามีเสน่ห์ น่ารักและน่าจดจำ

แต่ความดีงามทั้งหมดต้องขอบคุณป้าแจ๋ว ยุทธนา ลอพันธุ์ไพบูลย์ที่สามารถกำกับภาพรวมของละครเวทีเรื่องนี้ให้ออกมาสนุก นักแสดงแต่ละครมีมิติ มีความน่าจดจำ มีความลึกของคาแรกเตอร์ แม้ตัวละครบางตัวจะมีบทบาทเพียงแค่ 1-2 ฉากเท่านั้น แต่พวกเขาล้วนแล้วแต่ขับเคลื่อนให้ “มนต์รักเพลงสวรรค์” เคลื่อนที่ไปข้างหน้า 

ส่วนอีกหนึ่งคนที่น่าชื่นชมไม่แพ้กันก็คือ นรินทร์ ประสพภักดีผู้แปลเนื้อเพลงจากเวอร์ชั่นละครบอรดเวย์ให้กลายเป็นเนื้อร้องภาษาไทย ซึ่งมีความสละสลวยของภาษาและยังคงไว้ซึ่งความหมายดั้งเดิมของเพลงได้อย่างครบถ้วนโดยเฉพาะเพลงในความทรงจำของผู้ชมอาทิ โด-เร-มี, จะครบสิบเจ็ด, บอกลาสักที รวมไปถึงเพลงภูผาไม่อาจขวาง 

 

ตอนนี้ละครจะเปิดการแสดงอีกครั้งหลังสงกรานต์ตั้งแต่วันที่ 16 เมษายน – 26 เมษายนที่จะถึงนี้ที่เมืองไทยรัชดาลัย เธียเตอร์ รายละเอียดเพิ่มเติมที่ http://www.thaiticketmajor.com/performance/performance-detail.php?sid=2789

เรื่องล่าสุดของหมวด หนัง

ดูหมวด หนัง ทั้งหมด