7 จุดจบ บทสรุปตัวร้ายแห่งวงการละครไทย

7 จุดจบ บทสรุปตัวร้ายแห่งวงการละครไทย
S! Movie

สนับสนุนเนื้อหา

7 จุดจบ บทสรุปตัวร้ายแห่งวงการละครไทย

 

 

ละครไทยอยู่คู่บ้านคู่ทีวีมาอย่างยาวนาน หนึ่งในความบันเทิงที่หาชมได้จากที่บ้าน ในแต่ละปีมีละครหลายร้อยเรื่องออกอากาศตามสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ละครบางเรื่องเด็ดโดนใจ จนกลายเป็นกระแสสังคม โดยเฉพาะเหล่าตัวละครเด่น คู่พระนางเคมีเข้ากัน ล้วนแต่เพิ่มอรรถรสในการรับชม

 

ส่วนประกอบหลักของละครไทย คงขาดตัวละครสำคัญตัวนี้ไปไม่ได้ นายร้าย...นางร้าย ที่ต้องมาสร้างสีสันให้คนดู ความร้ายริษยาสุดน่ากลัว แม้ว่าจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้อยู่เสมอ แต่ตัวร้ายเหล่านี้กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญมากในละครบ้านเรา โดยเฉพาะในตอนจบของละคร พวกเขามักจะได้รับจุดจบที่สมควรแต่การกระทำที่ก่อขึ้น นี่คือ 7 จุดจบ บทสรุปไคลแมกซ์ของละครไทย...

 

 กลับตัวเป็นคนดี

 


หลักสูตรพื้นฐานของตัวละครร้ายสุดขั้ว ออกอาการรังเกียจเดียดฉันท์พระนางอยู่ตลอดเวลา ทั้ง วางแผนดักตีหัวพระเอก หรือ ใส่ร้ายป้ายสีนางเอก (แล้วเบะปากใส่คนดู) จนกลายเป็นตัวละครที่คนหมั่นไส้ไปทั่วบ้านทั่วเมือง

แต่ในบทสรุปตอนท้าย คล้ายกับเกิดนิมิตเห็นแจ้งรู้จริง เข้าใจและสำนึกผิดในสิ่งที่ตัวเองทำลงไปเสียดื้อๆ ก่อนจะกลายเป็นอีกคน แสดงท่าทางญาติดี(แบบจริงใจ)กับพระเอก-นางเอก โดยบทสรุปนี้มักจะแฝงข้อคิคเกี่ยวกับ "การให้อภัยคน"

 

วิ่งหนีความผิด

เมื่อเรื่องราวดำเนินมาถึงทางตัน เหล่าตัวร้ายก็หมดหนทาง ไม่มีทางออกให้กับปัญหาที่ตัวเองเองก่อขึ้น การวิ่งหนีปัญหา หรือ หลบหนีความผิด นำไปสู่หนทางอันตราย เพราะต้องใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง กลัวการถูกจับกุม และนี่คือจุดจบที่อาจจะนำไปสู่การสูญเสีย

 

"บาปกรรมตามทัน" น่าจะเป็นคำจำกัดความในบทสรุปของเรื่องนี้ ชีวิตที่หลบๆ ซ่อนๆ จากความผิด ย่อมอยู่ไม่เป็นสุข ไม่ว่าจะกลับตัวกลับใจ แต่ตราบาปในใจไม่สามารถลบล้างออกได้ เป็นหนทางที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมชีวิต ที่ให้ข้อคิดและคดีแฝงเรื่อง "กฏแห่งกรรม"

 

ตกหน้าผา


ละครพีเรียด มักมีรูปแบบจุดจบของตัวละครแบบแปลกๆ ไม่ตรงตามยุคสมัยปัจจุบันเท่าใดนัก นี่คือจุดจบที่คล้ายกับการวิ่งหนีความผิด เพียงแต่เป็นสูตรสำเร็จของละครย้อนยุค การกระทำที่ไม่ยั้งคิด จากการขาดสติ มีแต่สร้างผลเสียต่อตัวเอง ฉากตกหน้าผาในละครบางเรื่อง กลายเป็นฉากสุดคลาสสิก แม้บางครั้งตกหน้าผาลงไปแล้ว ก็ใช่ว่าเหล่าตัวร้ายจะสิ้นใจทุกราย (มันร้ายนะคะ...หัวหน้า!) 

 

บ้าคลั่ง..สูญเสียสติ

อีกหนึ่งจุดจบยอดนิยมของเหล่าบรรดาตัวร้าย ชนิดที่อาฆาตมาดร้ายแบบสูดกู่ กู้สติคืนมาไม่ได้แล้วจริงๆ ทั้งตบตีนางเอกอย่างบ้าคลั่ง ถึงขั้นลักพาตัวและหวังจะลอบสังหาร เพื่อพิชิตคุณพระเอกรูปหล่อ ความเครียดแค้นที่สะสมอย่างยาวนาน ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของคนอย่างรุนแรง

 

ที่เป็นบทสรุปสุดคลาสสิกของละครไทยหลายๆ เรื่อง แต่กว่าที่คนคนหนึ่งจะกลายเป็นบ้า ไม่ใช่ว่าจะไม่มีที่มาที่ไปแต่อย่างใด คนที่หมกหมุนอยู่กับความแค้นและความต้องการ ผลักดันให้เกิดพฤติกรรมเลวร้าย ที่คนทั่วไปหรือผู้ที่มีสติสัมปชัญญะไม่คิดจะทำ เป็นจุดจบที่น่าเศร้าและเต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาน

 

ติดคุกเข้าเรือนจำ

หากไม่พิการ หากไม่สิ้นชีพ นี่คือจุดจบของละครที่เสมือนชีวิตจริงมากที่สุด ปล่อยให้กระบวนการทางกฎหมายได้จัดการกับเหล่าตัวร้าย จุดจบนี้สะท้อนภาพปัญหาสังคมในปัจจุบันได้เป็นอย่าง ใครทำผิดสิ่งใด ก็ต้องรับผิดในสิ่งที่ก่อ ไม่มีข้อยกเว้นเพราะบ้านเมืองมีขื่อมีแป บทสรุปนี้มักลงเอยด้วยฉากสะเทือนอารมณ์ บางครั้งพวกตัวร้ายก็เกิดสำนึกและกลับตัวกลับใจได้ แม้ว่าจะสายไปแล้วก็ตาม....

 

บวชเป็นพระ บวชเป็นชี

ความผิดพลาดที่ก่อขึ้นจากเหตุอาฆาตแค้น วลีหนึ่งที่ได้พูดกันติดปาก "เวรระงับด้วยการไม่จองเวร" บางครั้งการละจากทางโลก และใช้หลักทางธรรม เพื่อนำทางชีวิต ก็เป็นอีกหนึ่งจุดจบที่เกิดขึ้นกับเหล่าตัวร้ายในละครหลายเรื่อง เพียงแค่เรียกคืนสติสัมปชัญญะ เหล่าตัวร้ายอาจจะกลับตัวกลับใจ หันมาพึ่งศาสนาในการดับทุกข์ร้อนและริษยาในใจ ความสงบของหลักธรรมจะช่วยฟื้นฟูสภาวจิตของมนุษย์ได้ บทสรุปนี้จึงเป็นอีกหนึ่งจุดจบยอดนิยมและแฝงไปด้วยคติข้อคิดมากมาย

 

 

พลั้งพลาดเสียโฉม

นี่คือผลของความอาฆาตแค้นถึงขีดสุด ความริษยาที่ทำให้เหล่าตัวร้ายเกิดคิดปองร้ายคนบริสุทธิ์ จนเกิดความยั้งคิดในสิ่งต่างๆ จนนำไปสู่ความผิดพลาดและความประมาท ไม่ระมัดระวังของตัวเอง พลั้งพลาดทำให้ตัวเองบาดเจ็บและสูญเสียโฉมความงาม

 

จุดจบนี้อาจจะเป็นความสะใจของผู้ชมละคร พวกตัวร้ายได้รับกรรมที่ก่อไว้ และสิ่งที่เกิดขึ้นยังทำให้พวกเขากลายเป็นบุคคลน่ารังเกียจ รูปร่างหน้าตาที่อัปลักษณ์ และไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม จนอาจจะนำไปสู่บทสรุปที่เลวร้ายไปกว่านี้