รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ไว้ผมยาวมานานหลายปีไม่เคยคิดจะตัดผม จนกระทั่งถูกรับเลือกให้เป็น หลวงอัครเทพวรากรพระเอกในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เรื่อง ทวิภพ ทุนสร้างกว่า 100 ล้าน ของฟิล์มบางกอก กำกับการแสดงโดยแกละสุรพงษ์ พินิจค้า เพื่องานชิ้นดังกล่าว เจ้าตัวยอมตัดผมที่รัก โดยรังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง หรือ "เอก" นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ได้เปิดใจว่า.... ตอนที่มาแคสติ้งผมยาวถึงกลางหลังเลยครับ ก่อนหน้านี้ไปแคสมาหลายที่ ทุกที่เขาก็ถามว่าตัดผมได้ไหม เราก็บอกว่าตอนนี้ยังไม่พร้อมจะตัด ก็ไปเทสต์มาหลายที่เราก็ยังไม่คิดจะตัดผม จนมาถึงเรื่องทวิภพที่เขาติดต่อเข้ามา เขาก็ถามคำแรกเลยว่าต้องตัดสั้นเลยนะ ผมก็พยักหน้ารับปากเต็มที โดยที่ไม่ได้คิดอะไรเลย ยังไม่รู้ด้วยว่าจะได้เล่นหรือเปล้า ถ้าได้เล่นแล้วจะต้องตัดส่งไหน แต่บอกเขาไปแล้วว่ายอมตัด ในใจคิดว่าถ้าเราได้บทนี้ก็คงต้องตัด เพราะเราดูบทแล้วเป็นบทที่ดีด้วย แต่ช่วงนั้นผมยังไม่รู้ผลเลยครับ บอกแค่ว่าต้องตัดผม เขานัดถ่ายรูปกับฟลอเรนซ์ เราก็ยังไม่รู้นะ แต่แต่งชุดเป็นท่านขุน แล้วต้องทาตัวดำ เพื่อถ่ายภาพนิ่งกับฟลอเรนซ์ ระหว่างรอถ่าย พี่น้อย(ภาสิรี ปัญญา) ที่แคสติ้งเขาก็เดินมาจับแขนเรา แล้วถามว่าเป็นไงตื่นเต้นไหม ดีใจไหม เราก็บอกว่า ผมยังรู้สึกอะไรไม่ได้เลย ผมยังดีใจอะไรไม่ได้เลย เพราะผมยังไม่รู้เลยว่าเขาเอาหรือเปล่า พี่น้อยเขาก็บอกว่าเขาคัดตัวแล้ว จนมานิ่งเขาก็ยังไม่บอก พอพี่น้อยพูดยังนี้เราก็อึ้งไปเลย คือดีใจ ก็เลยได้ตัดผมจริงๆ ตามที่เขาบอกไว้ แต่ค่อนข้างหนักใจพอสมควร เพราะมีเวลาเตรียมตัวเพียง 1 เดือนกว่าเท่านั้นเอง เริ่มเปิดกล้องตอนต้นเดือน 3 มกราคม 2544 ถ่ายซีนแรกวันที่ 17 มกราคม 2544 ครับ จนถึงวันนี้ความรู้สึกนั้นยังอยู่ในใจตลอดเวลาว่าการตัดสินใจครั้งนั้นได้เปลี่ยนแปลงชีวิตผมจนถึงวันนี้ครับ เมื่อถูกถามถึงเรื่องอุปสรรค์ของการแสดงภาพยนตร์ครั้งแรก ทวิภพ เอก ต้องฝึกฝนเรียนประวัติศาสตร์ไทยในอดีต ซ้ำยังต้องทาตัวดำเพื่อให้มาดเข้มเหมือนคนในอดีต ต้องเรียนเต้นรำแบบฝรั่ง พูดแบบคนโบราณในอดีต ซึ่งถือเป็นงานสุดยอดหินของการแสดง ในเรื่องนี้ผมต้องทำการบ้าน เตรียมตัวเยอะมากในเวลาที่น้อยมากเช่นกัน ต้องทำอะไรที่ไม่เคยทำมาก่อน มันก็เหมือนกับว่าเราเริ่มเรียนก.ไก่ ข.ไข่ ใหม่เลย เช่น มีเรียนขี่ม้า เรียนเต้นรำ เรียนประวัติศาสตร์เพิ่มเติม เพื่อเจาะลงไปในยุคสมัยนั้น แล้วก็มีไปทาตัวให้ดำ ซึ่งผมทำยังไงก็ไม่ดำ สรุปก็ต้องใช้สีรองพื้นทาตัว ตอนเรียนก็เรียนพร้อมกับฟลอเรนซ์ครับ ฟลอเรนซ์เขาจะเต้นเก่งกว่าผมเยอะเลย ตอนนั้นต้องเรียนควบคู่กับขี่ม้าไปด้วย คือขี่ม้ายากแล้ว แต่เต้นรำนี่ก็ใช่ย่อย คือยากมาก ๆ เพราะในเรื่องนี้ หลวงอัครเทพวรากร เขาเป็นเด็กนักเรียนนอกรุ่นแรก ๆ ของไทย ที่ได้ไปเรียนที่อังกฤษ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องเป็น แลต้องได้รับวัฒนธรรมของต่างชาติมาบ้าง ก็ต้องเต้นเป็น อาจจะไม่เก่งมาก แต่ต้องเต้นเป็น แล้วก็มาเรียนกับพี่หลง (ปรามินทร์ เครือทอง) ซึ่งเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญทางด้านโบราณคดีอยู่แล้ว เขาเหมือนจะเล่าคร่าว ๆ ในข้อมูลบางอย่างที่เรารู้อยู่แล้ว แต่อาจจะหลงลืมไปบ้าง แต่ในบางเรื่องที่สำคัญ ๆ พี่เขาก็จะเจาะลงไปในเนื้อหาว่าเป็นมาอย่างไร คือต้องให้มันอิน แล้วก็ให้เราเข้าใจถึงวัฒนธรรมในสมัยนั้น ๆ ซึ่งจะทำให้เราเล่นออกมาเป็นธรรมชาติ เพราะอย่างน้อยก็มีพื้นฐานเรื่องของคนในสมัยนั้นบ้าง เรียนเพื่อที่จะให้รู้จักว่าอะไรมันอยู่ตรงไหน เขาพยายามจะอัดข้อมูลทุกอย่างเพื่อให้เราเป็นคนสมัยนั้นจริง ๆ ให้ได้ ส่วนเรื่องการแสดง แทบจะไม่ได้เรียนเลยครับ ส่วนมากจะเป็นการฟังครูเขาอธิบายถึงการทำหนังมากกว่า ว่าหนังมันถ่ายทำแตกต่างจากละครอย่างไร เพื่อให้เราเข้าใจว่าการที่เราจะเล่นหนังเนี่ย สัดส่วนอารมณ์จะแสดงออกมาอย่างไร เขาจะแนะนำให้เรารู้ถึงแนวทางการเล่นมากกว่าครับ

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ

อัลบั้มภาพ 3 ภาพ ของ รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง

รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง
รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง
รังสิโรจน์ พันธุ์เพ็ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล