ตัวตนของ 'หนุ่ม-อรรถพร'
ภาพของเขาที่เห็นตรงหน้า หากไม่รู้จักมาก่อนว่านี่คือ หนุ่ม-อรรถพร ธีมากร นักแสดงที่มีฝีมือหาตัวจับยากคนหนึ่ง เขาอาจจะดูเป็นผู้ชายธรรมดาถึงธรรมดาที่สุดก็ว่าได้... ไม่ใช่เขาไม่โดดเด่น แต่เพราะความเป็นคนเรียบง่ายที่เป็นตัวตนแท้จริง โดยไม่ได้สวมบทบาทเป็นใครของเขาต่างหาก
เรื่องที่เราเตรียมมาคุยกับเขาครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องราวของการทำงานเท่านั้น แต่ยังมีมุมมองความรักของผู้ชายคนนี้ รวมถึงความคิดและตัวตนในแบบของเขามาให้ได้รู้จักกัน
อยู่ในวงการมา 10 กว่าปีได้ทำมาเกือบทุกอย่าง
ลองมาเกือบหมดครับ หนัง ละคร ละครเวที เพลง พิธีกร
ถามถึงงานภาพยนตร์บ้าง ที่ผ่านไปไม่นานก็คือเรื่องโอเคเบตง จากนั้นก็มีงานตรงนี้ต่อเนื่องเลย
ครับ แต่ถ้าจากเรื่องที่แล้ว คือจากเรื่องกำแพง กว่า จะมาถึงโอเคเบตง ทิ้งช่วงนานหน่อย แต่จากโอเคเบตง มาถึงเดอะ เลตเตอร์ ไม่นานมาก
บทบาทค่อนข้างเด่น ทำให้รู้สึกยากกว่าบทบาทที่ผ่าน ๆ มาไหม
ไม่ ผมว่าความยากมันอยู่ที่การเปลี่ยนบุคลิกของเราที่จะไปเป็นตัวแสดงตัวนั้นมากกว่า อันนี้ที่ยาก ซึ่งก็ไม่รู้ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน แต่ความตั้งใจของผมคือพยายามเปลี่ยนแม้กระทั่งท่าเดินของตัวเอง เปลี่ยนวิธีคิด วิธีมอง เพราะเมื่อเปลี่ยนความรู้สึกข้างในได้ อาการข้างนอกมันจะตามออกมาเอง อะไรประมาณนั้น ผมพยายามทำให้ดีที่สุด นี่คือความยากของผม
เป็นหนังรักเรื่องแรกของคุณหรือเปล่าคะ
ถ้าโรแมนติกสนิทกันขนาดนี้ เป็นเรื่องแรกครับ จากเดิม ๆ ที่เคยเห็นผมเล่นหนังรักกุ๊กกิ๊ก ๆ อะไรมาบ้าง มันไม่ได้ละเมียดละไม ไม่ได้เล่นกับความรู้สึกมากมายขนาดนี้ ผมไม่ได้ว่างานละครเป็นงานที่ไม่ดีหรืออะไรนะ แต่ว่า ความละเมียดละไมและให้เวลากับมัน งานละครจะน้อยกว่า ฉะนั้นความละเอียดละเมียดละไมของภาพยนตร์จะสูงกว่า มันมีเวลาให้เราได้ใช่กับมันจริง ๆ มากกว่า งานละครส่วนใหญ่ที่ผมเล่นจะเป็นจิ๊กโก๋แอบรัก เขาไม่รักเรา ข้างนอกดูแข็งแรง แต่ข้างในดูอ่อนแอแพ้เธอคนเดียว แต่นี่ไม่ใช่ ภายนอกดูสงบเงียบนิ่ง ๆ เหมือนผู้ชายทั่วไป แต่ข้างในมันเป็นเหมือนเสาหลัก เป็นที่อยู่ที่อบอุ่นของใครสักคนที่เรารออยู่ ข้างในมันแข็งแรงมาก
คิดว่าความรักแบบนี้ ( แบบต้นกับดิวในเดอะ เลตเตอร์ ) มีอยู่จริงไหม หรือสามารถเกิดกับใครก็ได้ไหม
ผมเชื่อว่าความรักแบบนี้มีอยู่จริง แต่มันน้อยมากที่คนเราเกิดมาเพื่อจะรักกันได้ขนาดนี้ ที่บอกว่าหายาก เพราะความรักในสมัยนี้เป็นความรักแบบเห็นแก่ตัว ผมจะไปจีบผู้หญิงสักคนหนึ่ง อันนี้สมมุตินะครับ (ยิ้ม) อย่าคิดมาก ผมไปจีบผู้หญิงคนหนึ่ง จีบได้แล้ว เป็นแฟนผมแล้ว และผมพยายามจะเปลี่ยนผู้หญิงหรือผู้ชายคนนั้นก็ตามให้เป็นแบบที่เราต้องการ โดยที่เราก็ไม่ได้นึกถึงหรอกว่าเขาหรือเธอจะเป็นอย่างไร อันนี้มันเป็นความรักที่รักตัวเองมากกว่ารักเธอคนนั้น
แทนที่จะยอมรับในความเป็นตัวตนของคนคนนั้น
ใช่ครับ แทนที่จะยอมรับในความเป็นเขา คือเขาจะเป็นอย่างไรก็ตาม เรายังรักเขาอยู่ดี นั่นแปลว่าเราสามารถ รักเขาจนตาย แต่ถ้าเป็นความรักแบบ...ทำไมเธอไม่เป็นอย่างที่ฉันต้องการ อ้าว...อย่างนี้สักวันมันก็จะกลายเป็นอีกแบบหนึ่ง ผมมีความรู้สึกว่าความรักแบบนี้มันฉาบฉวยเห็นแก่ตัว คุณรักตัวเองนี่หว่า แต่ในเดอะ เลตเตอร์ ไม่ใช่ความรักแบบนั้น มันเป็นความรักแบบ...ผมและคุณเกิดมาต่างที่ต่างทางกัน แต่เราเกิดมาเพื่อที่จะมาอยู่ร่วมกัน และต่างก็ทำให้อีกฝ่ายหนึ่งเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก ผมจะทำให้คุณเป็นผู้หญิงที่มีความสุขที่สุดในโลก ผู้หญิงก็เหมือนกัน เกิดมาเพื่อที่จะดูแลและรักคุณมากที่สุดในโลก หนังเรื่องนี้ให้อะไรอย่างนี้ โคตรดีเลย (ยิ้ม)
กับความรักของตัวเองทุกวันนี้ล่ะคะ
ไม่มีอะไรหรอกครับ ผมก็อยู่ของผมคนเดียว เรื่อย ๆ ลัลล้าของผมไป ทำความรู้จักกับใครต่อใครมากมายที่ผ่านเข้ามา แล้วก็ผ่านไปเท่านั้น
มีทัศนคติกับการมีชีวิตคู่ อย่างไรคะ
สำคัญมากครับ การมีชีวิตคู่แปลว่ามีชีวิตครอบครัว มีลูก ซึ่งผมต้องพร้อมที่จะดูแลลูก ดูแลทุกเรื่อง แม้กระทั่งตื่นนอน 6 โมงเช้าเพื่อขับรถส่งลูกไปโรงเรียน อะไรเหล่านี้ ที่ต้องพร้อมที่จะทำจริง ๆ
อย่างนี้นอกเหนือจากชั่วโมงทำงาน ชีวิตในวันว่างของคุณหนุ่มเป็นอย่างไรคะ
อยู่อย่างนี้เลย ( อยู่บ้าน ) แล้วก็จะมีเพื่อนมา เล่นดนตรีกัน แต่งเพลงกัน ดูหนัง ดูคอนเสิร์ต ฟังเพลง อ่านหนังสือ ทำกับข้าวกินกัน กินเหล้า เละ มีออกกำลังกายบ้างนิดหน่อย พอให้ร่างกายไม่เหนื่อยง่าย เพราะผมไม่ใช่พวกสปอร์ตแมน ไม่ต้องกล้ามปู ผมเป็นแนวปลาเสาะ ( ยิ้ม )
ในการทำงาน ระดับของความสำเร็จสำหรับตัวเอง วัดจากอะไรคะ
ถ้าเป็นเมื่อก่อนมันอยู่ที่ว่าผมชอบมันแค่ไหน ผมพอใจกับมันหรือยัง แต่ ณ วันนี้ผมชอบมันแค่ไหน ผมพอใจ กับมันหรือยัง แล้วคนดูชอบไหม เขารักตัวละครตัวนี้หรือเปล่า นี่แหละคือความสำเร็จของผม
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี

