เป้ย ไม่อยากโง่ให้หลอกใช้
ยามรักน้ำต้มผักก็ว่าหวาน ยามชังน้ำตาลยังว่าขม สุภาษิตบทนี้คงเปรียบได้ดีกับความรักของนางร้ายมาแรงอย่าง เป้ย-ปานวาด เหมมณี ที่เห็นรักหวานจี๋จ๋ากับหนุ่มนอกวงการที่ชื่อว่า บุษย์ ปิยะวุฒิ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่เป้ยมีความสุขไปซะทุกเรื่อง ไม่ว่าจะกินจะนอนหรือแม้แต่ทำงาน ดูเหมือนเธอจะแฮปปี้สุดๆ จนใครๆ พากันอิจฉาแกมหมั่นไส้นิดๆ แต่พอผ่านไป 6 เดือนไฟรักที่ว่าก็ดับวูบลง พร้อมกับรอยรักอันแสนขมที่หนุ่มบุษย์ฝากไว้เป็นประสบการณ์ที่เป้ยต้องจดจำเอาไว้เป็นบทเรียนไปอีกนานเลยทีเดียว
ก่อนหน้านี้ดูเหมือนเป้ยกับเขาจะรักกันมาก แต่ทำไมความหวานถึงได้จืดจางเร็วนัก?
เป้ยก็ไม่รู้จะพูดยังไง แต่เราเลิกกันด้วยดีไม่มีอะไรที่ต้องเป็นห่วงต้องแคร์ แต่ถามว่าจะกลับไปคืนดีกันมั้ยไม่กลับแล้ว คือเวลาที่เป้ยเต็มที่เวลาที่เราจะดูใครสักคน เราให้เกียรติไม่ปิดบัง เป้ยก็อยากให้เขาเป็นคนรักจริงๆ ของเป้ย โดยที่เป้ยก็คบเขาคนเดียวไม่ได้เจ้าชู้ ไม่ได้ไปคบใครเผื่อเลือก ซึ่งตอนแรกเป้ยก็คิดว่าจะดีนะ แต่พอศึกษากันแล้วมันไม่ใช่ก็อย่าดันทุรังดีกว่า เป้ยก็ไม่รู้จะอธิบายยังไง แต่อย่างที่บอกว่าเป้ยเป็นคนค่อนข้างซีเรียสกับเรื่องความรัก ถ้าคบใครสักคนก็ตั้งใจจะศึกษาเต็มที่ แต่พอศึกษาแล้วไม่ใช่ไม่เข้าใจกัน คุยกันไม่รู้เรื่องก็ต่างคนต่างไป
แสดงว่าต้องมีเรื่องหรือเหตุการณ์ขั้นรุนแรงถึงทำให้เลิกกัน?
การที่เป้ยพูดอะไรฝ่ายเดียวโดยที่พี่เขาไม่ได้พูดอะไรเลยมันเหมือนเป็นการเอาเปรียบพี่เขา เป้ยไม่สามารถเออ...บางทีเราอาจจะเข้าข้างตัวเองคิดว่าเราถูกหรือเปล่าหรือเขาผิดหรือเปล่า เป้ยถึงไม่อยากให้สัมภาษณ์อยู่ฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่จำเป็นต้องไปสัมภาษณ์เขา เพราะเขาก็ไม่ได้อยากเป็นข่าวอยู่แล้ว ก็รู้ในฐานะที่เราเลิกกัน คือมันเต็มที่แล้วก็ไม่เป็นไร ไม่ใช่แล้วล่ะ
แต่ตอนนั้นเป้ยบอกว่าเขาดีมากและเป็นคนที่คิดว่าน่าจะใช่สำหรับเป้ย?
ใช่ค่ะ พี่เขายังเป็นคนที่ใช่สำหรับเป้ย ถ้าเกิดแบบไม่ได้มีปัญหาอะไรบางอย่าง ปัญหาค่อนข้างจะเยอะก็เลยพักไว้ดีกว่า แต่ไม่รู้จะพูดยังไงคือนิสัยไปกันไม่ได้หรือยังไง พี่เข้าใจคำว่าตาสว่างไหมมันเหมือนกับเขาไม่รู้เราใช้คำถูกหรือเปล่า แต่เรารู้จักคิดมากกว่า คือเราอาจจะรู้สึกไม่ใช่สำหรับเรา ในขณะที่เขาก็อาจจะรู้สึกไม่ใช่สำหรับเขา
ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นเมื่อไหร่?
เพิ่งรู้สึกไม่กี่วันมานี้ เป้ยก็ตัดสินใจเลย ช่วง 6 เดือนที่เรามีข่าวทะเลาะกัน หรือรักๆ เลิกๆ ก็คือเรื่องจริง ซึ่งมันก็เยอะแล้วนะสำหรับเป้ย ในเมื่อหลายเรื่องเราคุยกันไม่รู้เรื่องก็ไม่ต้องคุย
แล้วใครเป็นฝ่ายเริ่มต้น?
คือต่างคนต่างไปค่ะ ไม่มีใครบอกเลิกใคร แต่อยู่ดีๆ พอเป้ยตัดสินใจช่วงวินาทีนั้นก็เลิกเลยตัดสินใจเป้ยก็ไป เขาก็ถามเป้ยว่าคิดถูกแล้วหรือ เป้ยก็บอกคิดถูกแล้วคิดดีแล้วด้วย และคิดว่าตัวเองก็มีค่าพอเป้ยคิดแค่นี้ ถามว่าเลิกกันแล้วคุยกันได้ไหมก็คุยกันได้ไม่มีอะไร พี่เขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งที่น่าคบ แต่ถ้าให้คบกันเป็นแฟนอาจจะไม่ใช่ก็ได้ งั้นก็ไม่ต้องคบกัน แล้วพี่เขาไม่ชอบให้ใครมาว่าเขาขี้เหร่ด้วยก็ไม่เป็นไร แต่เราก็คุยกันแต่แรกแล้วว่าต้องมีข่าวอย่างนี้นะ ถ้าเขาไม่เข้าใจก็ไม่รู้จะว่าอะไร แต่เป้ยไม่ได้คบใครที่หล่อหรือไม่หล่อ แต่พี่เขาค่อนข้างซีเรียส ในขณะที่เราเป็นคนกลางก็ลำบากใจ จะให้เป้ยไปบอกพวกพี่ๆ ได้ไงว่าพี่เขาไม่หล่อ เป้ยก็กดดันเหมือนกันนะพี่ เพราะเราอยู่ตรงนี้กดดันมากๆ อีกคนก็ไม่ยอมอีกคนก็เออ...เขียนเพราะเป็นหน้าที่ เราลำบากใจมากๆ ก็อย่าเลย เพราะในเมื่อเป้ยไม่แคร์เขาก็น่าจะไม่แคร์ แต่ต่างคนต่างความคิด เป้ยไม่ได้แคร์ ที่หน้าตาของเขาเลย แต่เขาคิดไม่เหมือนเป้ยไง
เรื่องนี้ถือเป็นสาเหตุหนึ่งทำให้เป้ยตัดสินใจเลิกกับเขา?
เป็นสาเหตุหนึ่งค่ะ เพราะคนเราถ้าคิดต่างกันมองกันคนละมุม มันก็เข้ากันไม่ได้ แต่เป้ยยังยืนยันว่านิสัยของพี่เขาจริงๆ เป็นคนน่ารัก เป็นคนดีดีจริงๆ และฉลาดมาก นี่เป้ยไม่ได้พูดประชดนะแต่พูดจริงๆ
กับกระแสที่เขาเป็นเกย์หรือที่เขาลงไม้ลงมือกับเป้ย รวมไปถึงเรื่องที่เขาหลอกใช้เป้ยล่ะมีส่วนด้วยไหม?
ก็ไม่รู้เหมือนกัน เป้ยไม่กล้าคอนเฟิร์มด้วยว่าจริงหรือไม่จริง ไม่ขอตอบแล้วกันเพราะไม่รู้จริงๆ คือบางทีเราพูดอะไรได้ไม่เต็มปาก อย่างที่บอกเหมือนเราพูดฝ่ายเดียวก็สงสารไม่อยากให้เขาเครียด เพระเขาไม่สามารถแก้ตัวแก้ข่าวหรือไปลงข่าวได้เลย แต่ถึงเป้ยจะพูดฝ่ายเดียวก็ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะไปใส่ร้ายเขา ไม่ใช่ว่าตอนรักกันก็หวาน แต่พอเลิกกันก็มาใส่ร้ายกัน แต่เป้ยคอนเฟิร์มได้ว่าเขาไม่เคยลงไม้ลงมือเป้ย เขาไม่เคยทำร้ายร่างกายเป้ยเลย อันนี้เป้ยยืนยันได้ ส่วนเรื่องที่เขาหลอกใช้เป้ย เป้ยก็อยากรู้เหมือนกันมันจริงไหมเพราะตัวเองก็ไม่รู้ คืออะไรที่เป้ยคิดว่าชัวร์จะบอกร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็เหมือนอย่างที่พี่ถามว่าเขาเป็นเกย์หรือหลอกใช้เราหรือเปล่า อันนี้เป้ยไม่รู้จริงๆ อาจจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ ไม่รู้จริงๆ
รู้สึกเสียดายเวลาหรือเสียใจไหม?
เป้ยไม่รู้สึกเสียดายเวลาเพราะแค่ 6 เดือนเอง แต่ยังทำใจไม่ได้ แต่เราไม่รู้จะเศร้าไปทำไม หรือบางทีเราเสียใจก็ไม่จำเป็นต้องแสดงความอ่อนแอให้ใครเห็นเขาจะดูถูกเราได้ และถ้าเราเสียใจแต่จะทำให้ตัวเองเจ็บไปทำไม เป็นการทรมานตัวเองเปล่าๆ พรุ่งนี้ก็ต้องตื่นแต่เช้ามาถ่ายละคร มะรืนก็ต้องถ่ายอีก แล้วจะทำตัวเองให้โทรมทำไม ทำตัวเองให้เป็นทุกข์ทำไม
ถ้าเขาโทร.มางอนง้อขอคืนดีล่ะ เป้ยจะใจอ่อนไหม?
ก็ไม่หรอกค่ะ ถึงแม้เป้ยก็ยังรู้สึก แต่อย่างที่บอกว่าตัดคือตัดไม่มีลมหวนแน่นอน อย่างที่บอกคนเราพอมันถึงจุดที่สุดแล้วก็เนาะ เขาเรียกว่าอะไรตาสว่างมั้งหลายอย่างมากๆ ถึงมากที่สุด ต้องขอบคุณพี่เขาที่ทำให้เป้ยรู้ว่ามันมีคนหลายแบบ ที่เราต้องศึกษาและไม่ควรจะไปไว้ใจอะไรมากนักหรือเต็มที่มากมาย ก็ต้องขอบคุณพี่เขามากๆ ที่ให้ประสบการณ์ที่ดีๆ น่าจดจำมากๆ
จากน้ำเสียงฟังดูแล้วเหมือนเป้ยค่อนข้างจะแค้นนะ?
ไม่หรอกค่ะ ก็เป็นประสบการณ์ พอมีความรักครั้งใหม่เราจะได้ทำให้ดีขึ้นอย่าไปซ้ำรอยเดิม แหม...พี่หนูก็เสียใจนะ แต่จะให้บอกยังไงว่าเออ...ก็ไม่ดีแล้วไม่เอาดีกว่า ไม่ใช่ก็คือไม่ใช่จะไปดันทุรังทำไม เราต้องเข้มแข็งและเอาเวลามาทุ่มกับงานดีกว่า
จากนี้ไปจะพักใจหรือคิดจะเริ่มต้นที่จะมีรักใหม่?
เป้ยขอพักใจก่อน ถ้าจะให้คบใครเป็นแฟนคงไม่คบใครทั้งนั้น แต่ไม่ปิดตัวเองแน่นอน ใครมาคุยก็คุยไปเรื่อยๆ มีเพื่อนเยอะแยะก็ดี แต่ถ้าจะคบใครคงต้องชั่งใจก่อน ต้องดูมากขึ้น ถามว่าจะเป็นอย่างที่เคยเป็นกับพี่เขาไหมคงไม่ ตอนนี้เป้ยไม่อยากคบใครทั้งนั้น ไม่ใช่ว่าเข็ดแต่ไม่อยากมีแฟน ตอนนี้อยากทุ่มให้กับการทำงานเต็มที่
สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย
ภาพยนตร์บันเทิง ฉบับวันที่ 1-7 พ.ย.49
ดาวน์โหลดสนุกแอปฟรี


