เขตต์ พร้อมแต่ง นุ่น อีก 2 ปี

เขตต์ ฐานทัพ เขียนโต้งๆ เอาไว้ในพ็อกเก็ตบุ๊คเล่มแรกของตัวเอง นาย ( ขอบ ) เขตต์ ว่าจะมีครอบครัวตอนอายุ 30 เป๊ะๆ ก็แหม..เล่นประกาศกันชัดๆ ขนาดนี้แล้วมีหรือเหล่านักข่าวจะไม่จิกเจ้าตัวมาถามไถ่ให้รู้เรื่อง ซึ่งเขตต์ก็เปิดเผยหมดเปลือกถึงโครงการวิวาห์เป็นครั้งแรกกลางงานเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊คของตัวเองนั่นแหละว่าอีก 2 ปีพร้อมแต่งแน่และว่าที่เจ้าสาวคงไม่ใช่ใครอื่นนอกจาก นุ่น-วรนุช วงษ์สวรรค์ ทีแรกที่โดนรุมถามถึงเรื่องแต่งงานเขตต์ก็หัวเราะเก้อเขินทำท่าจะไม่ตอบแต่พอถูกรุกถามหนักๆ เข้าก็ยอมเผยว่า..... เอ่อเขาบอกว่าผู้ชายเนี่ยอายุ 30 เป็นวัยเริ่มที่จะเข้าสู่วัยผู้ใหญ่และเป็นการเริ่มต้นที่จะสร้างฐานะ โดยปกติทั่วๆ ไป ผมก็มองว่าถ้าผมถึง 30 เมื่อไหร่ผมจะคิดเรื่องนี้ ( ก็อีก 2 ปีแล้ว ) ใช่ ก็อีก 2 ปีพี่ค่อยมาถามผมมั้ย ( หัวเราะ ) ด้วยความเป็นคนช่างสังเกตตามประสาวิชาชีพของนักข่าวที่เห็นบ้านราคาเหยียบ 10 ล้านของเขตต์ที่สร้างเสร็จแล้วโชว์อยู่ในพ็อกเก็ตบุ๊ค ก็เลยสงสัยว่าบ้านหลังงามนี้เขตต์จะใช้เป็นเรือนหอด้วยรึเปล่านะ จริงๆ แล้วหลักๆ คือยังไม่เคยมีบ้านเป็นของตัวเองเลยในชีวิต ก็เป็นครั้งแรกอยากมีบ้านก็เลยสร้างบ้าน แต่จะเอาไว้เป็นเรือนหอมั้ย อนาคตยังไม่แน่น่ะครับแต่จริงๆ ก็เตรียมเผื่อๆ ไว้แล้วสำหรับห้องมันก็พอสมควรที่น่าจะใช้ไว้เป็นเรือนหอได้ แต่หลักๆ จริงๆ คือให้คุณแม่ครับ ยังไงเขตต์ก็ยังไม่ยอมตอบแบบตรงประเด็นสักทีเดียวนัก นักข่าวรุ่นบิ๊กเลยปล่อยหมัดเด็ดถามต่อว่าอีก 2 ปีเขตต์ถึงจะคิดเรื่องแต่งงานแล้ว ณ วันนี้เขาได้ให้ความมั่นใจไว้กับนุ่นยังไงบ้าง? ( อึ้งไปนิดก่อนตอบ ) ผมยังเหมือนเดิมนะและผมคิดว่าอีก 2 ปีข้างหน้าก็ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงก็เดิมเป็นอย่างนี้ตลอดไป เพราะว่าก็เป็นอย่างนี้มากันหลายปีแล้ว ปีนี้เข้าปีที่ 5 แล้วที่ดูใจกันมาก็ผมว่าพอสมควรแล้วล่ะ แล้วชีวิตผมไม่เคยรู้จักใครสนิทใครนานๆ ขนาดนี้มาก่อน ( แสดงว่าอีก 2 ปีแต่งแน่ ) ก็น่าจะประมาณนั้น ผมว่ากำลังดีแต่ตอนนี้ยังเพราะผมยังมีความเป็นผู้ชายเยอะอยู่ ยังตัดอะไรไม่ขาดหลายๆ อย่าง อันที่จริงเขตต์ก็เคยขอนุ่นแต่งงานแล้วแต่เป็นการพูดกันเล่นๆ ซะมากกว่า ผมก็มีแต่พูดแหย่เล่นๆ กับนุ่นบ้างว่าเออแต่งมั้ยอะไรแบบนี้ ขำๆ มากกว่า แต่ว่าจริงจังลงไปคุกเข่าบอกว่าแต่งงานกับผมนะครับยังไม่มีขั้นนั้น ก็แหย่ธรรมดาครับ นุ่นก็บอกว่าแล้วมีตังค์เหรอ ( หัวเราะ ) เป็นอย่างนั้นไปมากกว่า ส่วนกับคุณแม่ผมไม่ต้องถึงกับเกริ่นกับเขาหรอกครับว่าผมจะแต่งงานเมื่อไหร่เพราะผมคิดว่าผมกับแม่มีเซ้นส์และมีฟีลเดียวกัน แต่คุณแม่ก็เอ็นดูนุ่นดีครับ ในหนังสือ นาย ( ขอบ ) เขตต์ เขตต์เขียนชมนุ่นไว้เยอะมากประมาณว่าผู้หญิงคนนี้แหละสมบูรณ์แบบสุดๆ แล้ว กระจอกข่าวเลยแกล้งแย็บถามว่าอะไรในตัวนุ่นที่ทำให้เขตต์รู้สึกประทับใจได้มากมายขนาดนั้น เจ้าตัวเลยโปรยยาหอมใส่แฟนสาวแบบเราฟังแล้วถึงกับขนลุกแทนนุ่นเลยทีเดียว อยู่ที่นิสัยด้วยมั้งครับ ความเป็นเขานี่แหละที่ทำให้มันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วล่ะ เขาไม่เคยเสแสร้งเขาไม่เคยเฟก เราไม่ต้องมีหน้ามีหลังกันเรามีแค่หันหน้าแล้วคุยกันด้วยเรื่องจริงทั้งหมดครับ คือในหนังสือที่รู้สึกกันว่าผมชมนุ่นก็เพราะผมไม่รู้จะไปว่าอะไรเขาไง ( โอ้ว...หวานซะ ) เขาเป็นอย่างนั้นจริงๆ ในความรู้สึกของผม เขตต์โชว์หวานสุดๆ บอกนุ่นคือครูภาษาไทยที่จับฐานทัพมาคัดลายมือ เมื่อก่อนผมมองว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องซีเรียสพอวันหนึ่งผมได้รู้จักเขาผมรู้สึกว่าตรงนี้เป็นเื่องซีเรียสแล้วล่ะ ถ้ารู้จักผมตั้งแต่สมัยก่อนจะบอกว่าผมเปลี่ยนไปเยอะมากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดำเนินชีวิต เวลาให้กับเพื่อน เที่ยวน้อยลงเยอะมาก อารมณ์ วิธีคิดเวลาจะคิดอะไรก็จะมีคนช่วยคิดหนึ่งคน เขาจะแนะนำได้ในมุมมองของเขาที่เป็นผู้หญิง มุมมองของเขาค่อนข้างจะละเอียดอ่อนกว่าคือทุกอย่างทั้งหลายทั้งปวงของผมเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นน่ะ พอเรารู้สึกอะไรกับใครสักคนเราจะรู้สึกว่าเราต้องทำอะไรเพื่อเขาคนนั้นบ้าง (แต่ไม่ได้เป็นการฝืน) มันก็ฝืนเพราะว่ามันไม่ได้เป็นในสิ่งที่เราเป็นทั้งหมดแต่ถ้าฝืนแล้วดีน่ะ...เหมือนกับว่าคนเราลายมือไม่สวยแต่หัดคัดลายมือน่ะนิดหนึ่ง แล้วสุดท้ายพอลายมือสวยเนี่ยก็ภูมิใจ มันก็เหมือนฝืนๆ น่ะแต่ว่าผมเชื่อว่ามันเป็นการฝืนที่ดี สรุปแล้วคุณวรนุ่นคือครูภาษาไทยที่จับฐานทัพมาคัดลายมือครับ เราต้องทำให้ชีวิตมีสาระมากขึ้น จริงๆ ผมเป็นคนไร้สาระพอสมควรเลยนะ พอเรารู้จักกันแล้วก็ต้องมองถึงอนาคตซึ่งปกติผมจะไม่ค่อยได้มองตรงนั้นเท่าไหร่น่ะ สนับสนุนเนื้อหาข่าวโดย