สกู๊ปพิเศษ THE DAVINCI CODE

สกู๊ปพิเศษ THE DAVINCI CODE

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
THE DA VICI CODE เดอะดาวินชี่โค้ด รหัสลับระทึกโลก จากเงื่อนปมที่สร้างวิกฤตกระแสแห่งมวลมนุษยชาติ สู่อภิมหาภาพยนตร์แห่งปี 2006 ที่ผู้ชมทั้งโลกรอคอย THE DA VINCI CODE อภิมหาภาพยนตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งมวลมนุษยชาติ เบื้องหลังผลงานศิลปะชิ้นเอกที่ซ่อนงำความลับที่สั่นคลอนศรัทธา และกุมชะตาความเชื่อของคนทั่วโลก เมื่อ 2 สุดยอดผู้สร้างภาพยนตร์จากเวทีอะเคเดมีอวอส์ ได้แก่ ผู้กำกับ รอน ฮาร์เวิรด์ และ ผู้เขียนบทอคิว่า โกลด์สแมน จากภาพยนตร์เรื่อง Beautiful mind กลับมาร่วมสร้างความตื่นเต้นกับภาพยนตร์ที่คนกล่าวขานกันทั่วโลก ด้วยการชุบชีวิต โรเบิรต์ แลงดอน ผู้ไขความลับสุดสะพรึงของภาพเขียนผลงานศิลปินเอกของโลก ในนวนิยายระทึกขวัญชื่อดังของ แดน บราวว์ เรื่อง THE DA VINCI CODE สู่แผ่นฟิลม์อย่างยิ่งใหญ่ นำแสดงโดยนักแสดงนำชายเจ้าของ 2 รางวัลออสการ์ ทอม แฮงคส์ ในบทโรเบิร์ต แลงดอน ร่วมด้วยสุดยอดนักแสดงแห่งฮอลลีวู้ด โอเดรย์ ตาตูในบท โซฟี เนอเวอ, ณอง เรย์โนลด์ในบท ผู้กองเบซู ฟาซ , เซอร์ เอียน แม็คเคลเล็น จาก Lords of the rings ในบท เซอร์ ลีห์ ทิปบิง, พอล เบตทานี จาก Wimbledon ในบท สิลาส และ อัลเฟรด โมลินา ในบท บิชอปอริงกาโรซา จาก Spider Man 2. เริ่มต้นการถอดรหัสลับ สู่ความจริงบนแผ่นฟิลม์ที่โด่งดังที่สุด อื้อฉาวที่สุด และขายดีที่สุดแห่งปี คงไม่มีภาพยนตร์เรื่องใดที่สามารถเข้าไปถ่ายทำในพิพิธภัณฑ์ศิลปะเลื่องชื่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดังเช่น พิพิทธภัณฑ์ลูฟว์ ซึ่งผู้กำกับรอน ฮาเวิรด์ และผู้อำนวยการสร้าง ไบรอัน เกรเซอร์ ต้องใช้เวลาถึง 3 เดือนในการยื่นเรื่องขออนุญาตยกทีมงานเข้าไปถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง THE DA VINCI CODE ซึ่งทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น เช่นเดียวกับการถ่ายทำที่มหาวิหาร เวสต์มินส์เตอร์ แอบบี้ กลางกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ สถานที่ถ่ายทำหลักอีกแห่งหนึ่งที่บันทึกไว้ในวรรณกรรมเรื่องดังที่มียอดขายสูงสุดทั่วโลกของแดน บราวน์ แต่ในท้ายที่สุดฝันก็ต้องพลันสลายเมื่อทั้ง 2 สถานที่หลักไม่อนุญาตให้ทีมงานเข้าไปถ่ายทำ แม้ว่าทีมงานจะได้รับการยืนยันว่าสามารถถ่ายทำภาพยนตร์ในสถานที่อื่นๆ ครบถ้วนตามที่ระบุไว้ในนวนิยายเรื่อง THE DA VINCI CODE แต่ไม่มีที่ใดทดแทนพิพิธภัณฑ์ลูฟท์ และมหาวิหาร เวสต์มินส์เตอร์ แอบบี้ ได้เลยแม้แต่น้อย ทีมงานจึงคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องสร้างโรงถ่ายขึ้นมาให้วิจิตรบรรจง ด้วยทุนสร้างมหาศาลเพื่อเนรมิต 2 สถานที่หลักของเรื่องไว้ที่ฮอลลีวู้ด แต่แล้ววันหนึ่งในเดือนธันวาคม ในขณะที่รอน ฮาวเวิร์ด และเกรเซอร์ กำลังขมักเขม้นกับการคัดเลือกนักแสดงนำฝ่ายหญิง ที่จะมารับบท โซฟี เนเวอร์ ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เสียงโทรศัพท์สายตรงจากประธานาธิบดีฝรั่งเศส ชาร์ค ชีรัค ก็ต้องทำให้ทั้ง 2 ต้องเปลี่ยนแผนกระทันหัน เมื่อประธานาธิบดีชาร์ค ชีรัค เชิญให้ทั้ง 2 เข้าพบ เราคิดว่าคงเหมือนกับการพบจอช ดับเบิ้ลยู บุช คือ พูดคุยกัน 5 นาที และถ่ายภาพยืนเชคแฮนด์กัน เกรเซอร์กล่าว แต่ในความเป็นจริง ชิรัค เชิญพวกเขานั่งดื่มกาแฟ และพูดถึงการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ที่พิพิธภัณฑ์ลูฟท์ ซึ่งในการสนทนานานกว่า 1 ชั่วโมงนั้น ประธานาธิบดี ชิรัค ตกลงใจให้ทีมงานสามารถถ่ายทำภาพยนตร์ในพิพิทธภัณฑ์ลูฟท์ได้จริง นอกจากนี้ยังแนะนำให้ทีมงานลองทาบทามนักแสดงชาวฝรั่งเศส 2 คนที่เห็นว่าเหมาะกับบท หนึ่งในนั้นคือคือบทของผู้กอง เบซู ฟาซ คือ ฌอง เรย์โนลด์ และอีกคนคือนักแสดงหน้าใหม่ชาวฝรั่งเศส ซึ่งลูกสาวของสหายคนสนิทของเขาเพื่อรับบทเป็นโซฟี เนอเวอ เหมือนสวรรค์เป็นใจ เราได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลฝรั่งเศสเป็นอย่างดี แต่สำหรับเรื่องการคัดเลือกนักแสดโชคดีพวกเราเลือกนักแสดงได้ครบหมดทุกคนแล้ว ถ้าหากคุณไม่ใช่ 1 ใน 25 ล้านคนทั่วโลกที่ได้อ่านนวนิยายเรื่องดัง THE DA VINCI CODE คุณยังคงมีเวลา 2 เดือนในการติดตามความเคลื่อนไหวของภาพยนตร์เรื่องก่อนที่จะเข้าฉายพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 19 พ.ค 2549 (แต่สำหรับ ประเทศไทย ได้รับการยกเว้นเป็นกรณีพิเศษ เนื่องจากเป็นประเทศที่เปิดฉายภาพยนตร์ใหม่ทุกๆ วันพฤหัสฯ เพราะฉะนั้น THE DA VINCI CODE จะปรากฏแก่สายตาชาวในประเทศไทยก่อนใครในโลก คือวันที่ 18 พ.ค 2549) ซึ่งโคลัมเบีย พิคเจอร์ส ได้สร้างสถิติการสร้างภาพยนตร์ใหม่ด้วยการทุ่มทุนสูงถึง 125 ล้านเหรียญฯ ในการสร้างเรื่องราวที่ลึกลับ ชวนสงสัย และเขย่าความเชื่อของคนทั่วโลกเป็นภาพยนตร์ เรื่อง THE DA VINCI CODE คุณภาพอัดแน่นด้วยนักแสดงนำ ได้แก่ ทอม แฮงค์ในบท โรเบิร์ต แลงดอน ศาสตราจารย์ด้านศาสนวิทยาสัญลักษณ์แห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด พร้อมด้วย นักแสดงชาวชาวฝรั่งเศส ฌอง เรย์โนลด์ ในบทสารวัตร เบซู ฟาซ, เซอร์ เอียน แม็คเคลเลน ( Gandalf จาก The Lord of the Rings) ในบท เซอร์ ลีห์ ทิบบิง, พอล เบ็ททานี (จาก A Beautiful mind, Wimbledon, Firewall) ในบท ซิลาส , และ อัลเฟรด โมนิล่า (Dr.Octopus จาก Spider Man 2) ในบท สาธุคุณอริงการโรซา แห่งสำนักคริตส์จักรโอปุสเตอี ในขณะที่บทของ โซเฟีย เนอเวอ ตกเป็นของนักแสดงเชื้อสายฝรั่งเศส ออเดรย์ ตาตู (จาก Amélie) ซึ่งโดดเด่นกว่านักแสดงชาวฝรั่งเศสที่เข้ารับการทดสอบบทกว่า 30 คน ซึ่งในจำนวนนั้นมีลูกสาวของสหายคนสนิทของประธานาธิบดีชิรัค ร่วมอยู่ด้วย แรงบันดาลใจ ในการผลิกนวนิยาย เพื่ออุบัติการณ์ภาพยนตร์ที่ทำให้คนดูทั่วโลกใจจดใจจ่อ หลังจากที่ได้อ่านหนังสือผู้อำนวยการสร้างบริหารของโซนี่ พิคเจอร์สวัย 75 ปี จอหน์ แคลลี่ และประธานโซนี่ พิคเจอร์ส ฮาเวิร์ด สตริงเกอร์ ปรึกษาหารือเรื่องความเป็นไปได้ในการนำนวนิยายเรื่องที่คนชื่นชอบมาสร้างเป็นภาพยนตร์ โดยโซนี่ พิคเจอร์สได้ติดต่อไปยังที่ปรึกษาด้านกฏหมายของ แดน บราวน์ในการขอซื้อลิชสิทธิ์เนื้อหา The Da Vinci code เพื่อนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ ใครๆ ในฮอลลีวู้ดต่างอยากนำเรื่องนี้มาสร้างเป็นภาพยนตร์ สิ่งที่ท้าทายคือ รายไหนจะพร้อม มองเห็นความเป็นไปได้ไวกว่า ซึ่งโซนี่ พิคเจอร์สยื่นข้อเสนอให้ 6 ล้านเหรียญฯสหรัฐ ทั้งนี้โซนี่ พิคเจอร์สยืนยันว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้คือภาพยนตร์แนวสืบสวนสอบสวน ผจญภัย และแอ็กชั่นซึ่งเกิดจากการถอดรหัสลับซ่อนความจริงเกี่ยวกับความเชื่อทางศาสนาไว้ เราสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะเรายกย่องการดำเนินเรื่องที่เฉลียวฉลาด และความสนุกของหนังสือเรื่อง THE DA VINCI CODE ฮาร์ดเวิรด์ และเกรเซอร์ กล่าว เพื่อให้เกิดแรงบันดาลใจ รอน ฮาวเวิร์ด ต้องย้อนกลับไปดูภาพยนตร์สยองขวัญสุดคลาสสิค ที่เกี่ยวกับเรื่องจิตวิญญาณ ความเชื่ออีกครั้งไม่ว่าจะเป็น The Exorcist และ Rosemarys Baby และ All the Presidents Men จุดมุ่งหมายในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้คือ ประสบการณ์ที่ผู้อ่านทั่วโลกได้รับจากการอ่าน THE DA VINCI CODE มาสร้างเป็นภาพยนตร์ชนิดฉากต่อฉาก ประโยคต่อประโยค ซึ่งไม่ใช่งานง่ายๆ พิจารณาจากเรื่องราวของแดน บราวน์ ที่เปิดเผยความจริงที่ถูกปิดงำซึ่งต้องใช้เวลาอ่านอย่างน้อย 20 ชั่วโมง ในขณะที่ภาพยนตร์นั้นมีความยาวไม่เกิน 3 ชั่วโมง แม้หลายสิ่งที่เอ่ยในหนังสือจะหายไปเพราะเวลาจำกัด แต่ ฮาวเวิร์ด ย้ำว่า สิ่งสำคัญทุกอย่างในเรื่องจะปรากฏให้เห็นเด่นชัด ปกติภาพยนตร์ที่สร้างจากนวนิยายมักจะเป็นการดัดแปลง มักพลาดสิ่งที่ผู้ชมที่สงสัย หรืออยากดูมากที่สุด แต่สำหรับภาพยนตร์เรื่องนี้ผมเชื่อว่าทันที่ภาพยนตร์จบ ผู้ชมรู้สึกราวกับได้อ่านนวนิยาย และเห็นฉากทุกฉากเป็นของจริงบนจอภาพยนตร์ มุ่งหน้าสู่ ลูฟว์ บทแรกของการฆาตกรรมเริ่มต้นขึ้น 6 เดือนหลังจากที่เข้าพบกับชาร์ค ชิรัค ฮาร์เวิร์ด, เกรเซอร์ และทีมงานทุกคน พาทีมงานและกองถ่ายเข้าไปถ่ายทำในพิพิทธภัณฑ์ลูฟว์ กรุงปารีส ในเดือน ก.ค 2005 ซึ่งพวกเขามีเวลา 1 สัปดาห์สำหรับการถ่ายทำฉากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในยามค่ำคืนของการผจญภัยของโรเบริต์ แลงดอน และโซฟี เนอเวอ ในลูฟว์ ทันทีที่ชาร์ค โซนิแยร์ ทิ้งปริศนาฆาตกรรมไว้ในพิพิทธภัณฑ์แห่งนี้ ซึ่งการถ่ายทำเริ่มตั้งแต่ 22 .00 น. จนถึง 4.30 น.ของวันรุ่งขึ้น ดังนั้นพวกเขามีเวลาที่แสนจะจำกัด และทุกนาทีในการถ่ายทำต้องเป็นไปอย่างรอบคอบแม่นยำที่สุด นาฬิกาหมุนไปเรื่อยๆ เรามีเวลามากพอที่จะทำให้การถ่ายทำเสร็จ พระเจ้า! สถานที่จริงมันเยี่ยมยอดมาก ทุกสิ่งในลูฟจ์ช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ ทอมแฮงค์ กล่าวการถ่ายทำในครั้งนี้คือ ครั้งหนึ่งในชีวิตนักแสดงของเขาที่ถ่ายทำในสถานที่ทีสมบูรณ์แบบที่สุด เป็นสถานที่ทำงานที่ดีเยี่ยม ในขณะผมเดินจากรถกองถ่ายเข้าสู่ฉาก ผมเดินผ่านภาพเขียนที่ยิ่งใหญ่อย่าง Coronation of the express Josephine ถัดไปอีกไม่กี่ก้าว ก็พบกับ ภาพสีน้ำมันชื่อดัง Leonidas at thermopylae ผลงานชิ้นเอกของโลกทั้งนั้น ผมยืนอยู่ในลูฟว์ ไม่ใช่ในฮอลีวู้ด อย่างไรก็ตามการถ่ายทำในสถานที่สำคัญของประวัติศาสตร์จำเป็นต้องมีข้อจำกัดมากมาย ไม่น้อยไปกว่าทุนสร้างมหาศาลที่ใช้ เราต้องใส่ใจในทุกรายละเอียดของการถ่ายทำทุกซีน ด้วยข้อจำกัดด้านความปลอดภัย และการอนุรักษ์โบราณวัตถุทุกชิ้นในพิพิธภัณฑ์ มีหลายสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้ เช่น กองเลือดบนพื้นในพิพิธภัณฑ์ซึ่งระบุไว้ในบท แต่ไม่สามารถทำได้จริง เราไม่สามารถเคลื่อนย้ายผลงานศิลปะ และภาพเขียนใดๆทั้งสิ้นจากผนังของลูฟว์ ที่สำคัญเราไม่สามารถเขียน รหัส บนภาพโมนาลิซ่า นอกจากนี้ทีมงานยังต้องปฏบัติตามกฏอย่างเคร่งครัดในการห้ามไม่ให้ส่องไฟสปอตไลท์ตรงไปที่ภาพเขียนทุกรูป เพราะแสงเหล่านั้นเต็มไปด้วยความร้อน ซึ่งจะทำลายภาพที่มีอายุหลายร้อยปีได้อย่างร้ายกาจยิ่งกว่าแสงเฟลชจากกล้องถ่ายรูป ภาพผลงานโมนาลิซ่า ของลีโอนาโด ดาวินชี่ เป็นสิ่งสำคัญในฉากเปิดต้นเรื่อง ซึ่งถูกปิดตายอยู่ในกรอบกระจก ดังนั้นทีมงานจึงต้องใช้ภาพจำลอง ที่สามารถระบุ รหัสลับของการฆาตกรรมได้อย่างในหนังสือ ฉากการถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ปักหลักอยู่ในพิพิทธภัณพ์ลูฟว์ ในโซนที่เรียกว่า Grand Gallery ซึ่งเป็นโซนที่ใหญ่ที่สุด และมีภาพผลงานชื่อก้อง โมนาลิซ่า อยู่ในห้องกระจกเล็กๆของโซนนี้อีกด้วย และเทคนิคในการเก็บภาพในพิพิธภัณฑ์คือ การใช้มุมกล้อง แฮงค์ กล่าวว่า ทีมงานมีวิธีการอันชาญฉลาดพอๆกับผลงานของแดน บราวน์ เราแค่ยิงภาพจากมุมนี้ ใช้แสงที่มุมนี้ และทุกสิ่งในลูฟว์จะปรากฏในฉากได้อย่างไม่น่าเชื่อ กล่องต่างๆ เครื่องมือถ่ายทำ ขาตั้งกล้อง เครนที่มองไม่เห็น และภาพโมนาลิซ่า ทะยานสู่สหราชอาณาจักร ที่ซึ่งความลับชิ้นสำคัญถูกฝังอยู่ใต้บาดาล เมื่อเสร็จสิ้นการถ่ายทำในลูฟว์ ทีมงานทั้งหมดมุ่งหน้าสู่สถานที่สำคัญของเรื่องอีกที่ คือ Temple Church ในลอนดอน และ Rosslyn Chapel ในสกอตแลนด์ ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ประท้วง และโทรโข่งคัดค้านการถ่ายทำภาพยนตร์ แต่ไม่มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น และการถ่ายทำก็ผ่านพ้นไปด้วยดี ต่อมาทีมงานย้ายกองถ่ายไปถ่ายทำที่ Lincolnshire ที่ซึ่งนักข่าวอังกฤษ และผู้ประท้วงกว่า 200 คนรอต้อนรับทีมงานอยู่ที่นั่น ฮาว์เวิรด์กล่าวว่า ตลอดเวลาที่ถ่ายทำมีเรื่องตื่นเต้นตลอดเวลา มีผู้หญิงคนหนึ่ง แต่งกายเหมือนแม่ชีเข้ามาในพื้นที่กองถ่าย พวกเรารู้ว่าเธอไม่ใช่แม่ชีแท้ เพราะก่อนหน้านั้นเราเห็นเธออยู่ในกลุ่มผู้ประท้วง นอกจากนี้ทุกๆวัน จะมีกลุ่มแฟนๆ ของทอม แฮงค์กว่า 200 คนรออยู่หน้าโรงแรมที่พัก เพื่อรอให้เขาปรากฏตัว และเซ็นชื่อในหนังสือ THE DA VINCI CODE เช่นกัน ภาพยนตร์สุดอื้อฉาว ท่ามกลางการวิพากย์วิจารณ์ที่สั่นศรัทธาของชาวคาทอลิคทั่วโลก ปฏิเสธไม่ได้ว่า ความสำเร็จของนิยายเรื่องนี้ของแดน บราวน์ มาจากการเล่าเรื่องที่ผู้อ่านต้องฉุกคิดว่า เรื่องที่นำเสนอคือเรื่องจริง และเรื่องที่สมมติขึ้น ซึ่ง 1 ในเรื่องจริงเท็จดังกล่าว คือ การมีอยู่จริงของ โอปุสเตอี องค์กรทางศาสนาที่ยิ่งใหย่และทรงอำนาจที่สุด ซึ่งตั้งมีสำนักงานใหญ่ที่กลางกรุงนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา โดยในหนังสือได้ที่บรรยายถึงการที่สาวกของนิกายนี้ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในสังคมทั่วโลก และเป็นคนดังในแวดวงธุรกิจต่างนับถือบำเพ็ญทุกขกิริยาด้วยการทำร้ายร่างกายตนเองเพื่อเป็นการไถ่บาป นอกจากนี้ในหนังสือยังได้กล่าวถึงการที่โอปุสเตอี มีส่วนเกี่ยวข้องกับการฆาตกรรมในลูฟว์ ที่เป็นฝีมือของตัวละครหนึ่งในเรื่อง ซึ่งเป็นนักบวชในนิกายที่ชื่อ ซิลาส คนผิวเผือก ที่ดูน่ากลัว เรื่องนี้จึงกลายเป็นกระแสวิพากย์วิจารณ์ที่สำคัญ โดยก่อนการถ่ายทำโฆษกขององค์กรคริสจักรโอปุสเตอี ได้ยื่นข้อเสนอให้ผู้สร้างภาพยนตร์ไม่เอ่ยถึงชื่อองค์กรนี้ แต่เกรเซอร์กล่าวว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้คือภาพยนตร์แนวสืบสวน สอบสวน และแอ็กชั่น ผจญภัย แบบที่หนังสือเป็น และ โอปุสเตอี เป็นคือ 1 ในสิ่งที่หนังสืออ้างถึง เราไม่สามารถละเว้นได้เพราะเป็นเหมือนตัวละครสำคัญที่สุดเรื่องนี้ ความจริงเป็นอย่างไรมีแต่แดน บราวน์ และโอปุสเตอีเท่านั้นที่รู้ ในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ เราไม่ได้ปิดกั้นไม่ให้ โอปุสเตอี เผยแพร่ข้อเท็จจริงขององค์กรนี้ให้กับผู้ชมทั้งโลกเลยแม้แต่น้อย การคัดเลือกนักแสดง ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับการคัดเลือกนักแสดงนำในภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะในหนังสือระบุบุคลิก นิสัยของตัวละครอย่างชัดเจน และบทของโรเบริต์ แลงดอน ก็เหมาะสมกับทอม แฮงค์มากที่สุด แลงดอน คือตัวละครที่ไม่หล่อมาก แต่ดูเปี่ยมไปด้วยความรู้และความเฉลียวฉลาด ที่สำคัญเขาคือศาสตรจาย์ธรรมดาทีไม่ได้เก่งกาจเหมือนพวกสายลับ แต่เขามีมันสมอง ความช่างสังเกตที่เป็นพรสวรรค์พิเศษ ตัวละครนี้ต้องสามารถแสดงออกทางแววตา ท่าทาง ที่เพียงแค่คนดูมองตาเขา ก็รู้ว่าอะไรคือสิ่งที่ตัวละครตัวนี้กำลังจะลงมือทำ คอหนังทุกคนรู้ดีว่าไม่มีนักแสดงคนไหน นอกจาก ทอม แฮงค์ อคิว่า โกลส์แมน ผู้เขียนบทกล่าวว่า ทอม แฮงค์ไม่ใช่แค่แสดงว่าฉลาด แต่เขาเป็นคนฉลาดจริงๆ นักแสดงที่ดีสามารถแสดงได้ทุกบทบาท ยกเว้นบทบาทที่เข้าคิดว่าลึกๆแล้วเขาไม่ใช่คนแบบนั้น สำหรับบทโซเฟีย เนอเวอ นักถอดรหัสชาวฝรั่งเศสอายุ 27 ปี ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ตัวละครหลักของเรื่อง แต่เธอคือกุญแจของการถอดรหัสที่มีเงื่อนงำ โซเฟีย เป็นคนจริงจัง ขึงขัง และฉลาดเป็นกรด เธอเหมือนทหารน้อยๆ ออเดรย์ ตาตูกล่าวถึงคาเร็กเตอร์ที่เธอได้รับ เธอต้องการลืมอดีต และปิดบังเรื่องที่เกิดขึ้นกับเธอ และโซนิแยร์ ซึ่งเป็นคุรตาของเธอ แต่การถอดรหัสแต่ละทำให้เธอต้องเผยความจริงมากขึ้น ๆ การคัดเลือกผู้มารับบทนี้ กลับเป็นเรื่องยากที่สุดในบรรดาการคัดเลือกนักแสดง เราพิจารณาให้แคบลง แทนที่จะเหวี่ยงแหคัดเลือกนักแสดงฮอลีวู้ด และฝรั่งเศสเป็นร เราทำการคัดเลือกที่ปารีส เพื่อเฟ้นหานักแสดงที่เป็นชาวฝรั่งเศสจริงๆ สำหรับออเดรย์ พวกเรารู้จักออเดรยจากภาพยนตร์เรื่อง Amélie เท่านั้น และเมื่อได้คุยกับเธอ เราก็พบว่าใครคือคนที่น่าสนใจที่สุด แต่สำหรับออเดรย์ เธอคิดว่าการทำงานกับภาพยนตร์เรื่อง THE DA VINCI CODE ไม่น่าจะเป็นไปได้ ฉันคิดว่าพวกเขาจะมองว่าฉันเด็ก และดูหวานแหววเกินไปที่จะมารับบทนี้ หลังจากที่ได้พบกับฮาวเวิร์ด และเกรเซอร์ พวกคิดว่าฉันคงไม่เหมาะกับบทนี้ เพราะฉันตัวไมาสูง และไม่ได้สวยเหมือนโซฟี เนอเวอ เบื้องหลังการคัดเลือกนักแสดงมีนักแสดงหญิงเจ้าของรางวัลออสการ์ถึง 3 คน ยื่นขอเสนอที่จะขอรับบทนี้ แต่ เกรเซอร์ ตอบปฏิเสธเพราะเขาต้องการนักแสดงนำที่เป็นชาวฝรั่งเศสเหมือนตัวละครหลักจริงๆ เราดูผลงานของออเดรย์จาก Charlie Rose และ A Very Long Engagement เธอดูเป็นผู้ใหญ่ มีมาดของนักธุรกิจ ซึ่งแตกต่างกับบุคลิกที่เราเห็นใน Amélie โดยสิ้นเชิงเราถึงติดต่อให้ออเดรย์เข้ามาทดสอบบทดูครั้งแรก และครั้งที่สองคู่กับทอม แฮงค์ ที่แอลเอ ทั้ง 2 เหมือนกับตัวละครที่หลุดออกมาจากหนังสือจริงๆ THE CODE BREAKER เหล่าตัวละคร ทอม แฮงค์ เป็น โรเบิร์ต แลงดอน โรเบิร์ต แลงดอน ศาสตราจารย์ด้านศาสนวิทยาสัญลักษณ์แห่งมหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด ซึ่งแดน บราวน์ระบุว่า บุคลิกของเหมือน แฮริสัน ฟอร์ด ในชุดเสื้อคลุมขนสัตว์ยี่ห้อแฮร์ริส เขาดูภูมิฐานพร้อมมีนัตย์ตาสีฟ้า ผมเริ่มเป็นสีเทา บุคลิกเงียบขรึม ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้รอบรู้ เขาพบว่าตนเองตกอยู่ในการสืบสวนเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมที่มีเงื่อนงำบางอย่าง และเขาต้องเสี่ยงชีวิตผู้เผยความจริงที่คนทั้งโลกไม่รู้ และกลายเป็นผู้กุมชะตาโลก ที่ถูกตามล่าชนิดแทบผลิกแผ่นดิน ทอม แฮงค์เคยร่วมงานกับรอน ฮาวเวิร์ดเมื่อปี 1984 ในภาพยนตร์เรื่อง Splash ก่อนที่จะร่วมงานกันอีกครั้งใน Apolo 13 ในปี 1995 ฌอง เรย์โนลด์ รับบท ผู้กองเบซู ฟาช ผู้กองเบซู ฟาช ตำรวจผู้มีใจเลื่อมใสศรัทธาในศาสนาอย่างมาก มีใบหน้าดุดัน และการทำงานจริงจัง กร้าวแกร่งจนได้รับฉายาว่า กระทิงดุ เขาต้องรับผิดชอบการไต่สวนคดีการฆาตกรรมโหดของ ฌาคส์ โซนิแยร์ ภัณฑารักษ์แห่งพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ เบซู ฟาช มีสัญชาติญาณวิเศษบางอย่างราวกับพระเจ้ากระชิบอยู่ข้างหูของเขา ฌอง เรย์โนลด์ เป็นนักแสดงชาวฝรั่งเศส เชื้อสายสเปน เป็นที่รู้จักทั่วโลกจากภาพยนตร์เรื่อง La Femme Nikita และ The Professional ออเดรย์ ตาตู เป็น โซฟี เนอเวอ โซฟี เนอเวอ เจ้าหน้าที่จากหน่วยถอดรหัสของกรมตำรวจฝรั่งเศส (DCPC) ชาวปารีสอายุประมาณ 30 ปี แต่มีเสน่ห์ดึงดูดใจ ผมหนาสีเหล้าองุ่นเบอร์กันดียาวประบ่า ใบหน้าสะสวยแบบไม่ต้องเติมแต่ง เรียนวิชาถอดรหัสมาจากสถาบันรอแยลฮอลโลเวย์ ประเทศอังกฤษ มีบุคลิกมั่นใจ ช่างสังเกต สายตาสีเขียวมะกอกของเธอนั้นเฉียบคม และถนัดเรื่องการถอดรหัส เพราะถูกสอนจากคุณตา ซึ่งก็คือ ฌาคส์ โซนิแยร์ มาตั้งแต่เด็ก ออเดรย์ ตาตู เป็นนักแสดงที่มีฝากผลงานภาพยนตร์ในฝรั่งเศสและยุโรปหลายเรื่อง แต่ภาพยนตร์ที่โด่งดังในฮอลีวู้ดของเธอคือ A Very Long Engagement และ Amélie พอล เบตตานี่ รับบท สิลาส นักบวชผิวเผือก และผมสีเงิน มีนัตย์ตาผีฉายแววแห่งปีศาจ อดีตเคยเป็นฆาตกรฆ่าคนมานับไม่ถ้วน และถูกช่วยชีวิตจากการเฉียดตายโดยโอปุสเตอี การถวายตัวรับใช้พระเจ้าคือการขจัดความช่วยร้ายในตัวให้หมดไป เราจึงยึดมั่นว่าความเจ็บปวดคือสิ่งที่ดี ด้วยการบำเพ็ญทุกขกิริยาในแบบของโอปุสเตอี พอล เบตตานี่ นำแสดงในภาพยนตร์หลายเรื่อง ได้แก่ A Beautiful mind ร่วมกับรัสเซลล์ โครว์ และ Master and Commander รวมถึง Wimbledon เอียน แม็คเคลเลน รับบท เซอร์ ลีห์ ทิบบิง ชายชราร่างท้วมอายุเพื่อนสนิทของแรงดอน ผู้รอบรู้ในตำนานแห่ง โฮลี่เกรล นอกจากนี้ยังเป็นอภิมหาเศรษฐีที่มีเชื้อสายขุนนางอังกฤษ แต่ขาพิการเพราะโรคโปลิโอ จึงต้องมีไม้ค้ำอะลูมิเนียมพยุงร่างเสมอ พร้อมบ่าวรับใช้คู่กาย ลีห์ ทิบบิงเชี่ยวชาญเรื่องตำนานต่างๆ เขามีแววตาสนุกสนานเป็นประกายทุกครั้งเมื่อพูดถึงโฮลี่เกรล เอียน แม็คเคลเลน แสดงนำในภาพยนตร์ระดับล๊อกบัสเตอร์หลายเรื่อง เช่น X-MEN และ Lord of the Rings ทั้ง 3 ภาค ในบท Gandalf อัลเฟรด โมลิน่า เป็น บิชอป มานูแอล อริกาโรซา บิชอป มานูแอล อริกาโรซา เป็นประธานองค์กรทางศาสนา โอปุสเตอี ความศรัทธาแห่งศาสนาที่นำมาซึ่งเหตุการณ์ไม่คาดคิด เกิดขึ้นเพราะความกระหายในอำนาจอย่างรุนแรงของเขา อัลเฟรด โมลิน่า เคยรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Spider Man 2 ในบท Doc-Ock

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ ของ สกู๊ปพิเศษ THE DAVINCI CODE

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล