สกู๊ปพิเศษ แนะนำ "หมากเตะ...โลกตะลึง"

สกู๊ปพิเศษ แนะนำ "หมากเตะ...โลกตะลึง"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
พลังลาบแผลงฤทธิ์ บอลลาวทะลุบอลโลก กำลังจะก้าวเข้าสู่ช่วงเวลานับถอยหลังกันแล้วสำหรับ ฟุตบอลโลก คอบอลหลายคนที่ตั้งหน้าตั้งตาคอยลุ้นทีมในดวงใจของตัวเองคงต้องเตรียมฟิตร่างกายให้พร้อม เพื่อเชียร์กันให้เต็มที่ตลอดระยะเวลา 1 เดือนเต็มในเกมการฟาดแข้งของ 32 ทีมสุดท้ายที่ผ่านรอบคัดเลือกเข้ามาหลังจากต่อสู้ฟันฝ่ากันมาแบบดุเดือดกว่า 2 ปี นอกจากแมทช์มันๆที่สร้างความประทับใจให้ได้ลิ้มรสกันไปแล้วนั้น มาถึงวันนี้เหตุการณ์ที่ยังคงมีคนกล่าวถึงจนทำให้บันทึกของ ฟุตบอลโลก ต้องถูกเปิดขึ้นอีกครั้งเพื่อจารึกประวัติศาสตร์ที่ช็อควงการลูกหนังโลกแบบถล่มถลาย ด้วยการผ่านรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกครั้งแรกของประเทศลาว ภายใต้การกุมบังเหียนของกุนซือหน้าเข้มสัญชาติไทย พงศ์นรินทร์ อุลิศ ด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน บวกกับดวงมหาเฮงและแข้งมหัศจรรย์ของศูนย์หน้ามหาโหดอย่าง สมานและ แสงเหล็ก ส่งผลให้ทีมลาวลอยลำผ่านทะลุรอบสุดท้ายของฟุตโลกได้อย่างสวยงาม เล่นเอาเซียนบอลงงเป็นไก่ตาแตกที่ม้านอกสายตาอย่างทีมลาวเข้าวินเป็นม้ามืด (10 ตัว) แบบไม่ได้ตั้งเนื้อตั้งตัว แต่ที่แน่ๆทีมบิ๊กบึ้มชื่อก้องโลกทั้งหลายประมาทไม่ได้เพราะอาจตกรองเท้าสตั๊ดตายกันง่ายๆ และก่อนที่สงครามลูกหนังโลกจะระเบิดขึ้นที่เมืองเบียร์ในอีกไม่กี่อึดใจข้างหน้า แว่วมาว่า โค้ชพงศ์ เตรียมงัดยุทธวิธีสู้ศึกแบบยิบตาออกมาทำลายความมั่นใจทีมยักษ์ใหญ่แบบเต็มเหนี่ยว เมื่อใดที่ประตูแห่งสนาม อัลลิอันซ์ อารีน่า เปิดออกเพื่อต้อนรับพวกเขา เมื่อนั้นพลังลาบอาจจะสัมฤทธิ์ผลจนกลายเป็นอาหารจานเดือดที่ทั่วโลกลืมไม่ลงก็เป็นได้ แต่ไม่ว่าผลการแข่งจะออกมาเป็นอย่างไร วันนี้เส้นทางการล่าลูกหนังของทีมชาติลาว ก็มาได้ไกลอย่างเหลือเชื่อ และไม่อยากเชื่อจริงๆ รอของจริงไม่ทันใจ เก้ง เสกบอลลาวไปบอลโลก ลงแผ่นฟิล์ม คร่ำหวอดอยู่ในวงการหนังไทยมานานถ้าไม่บอกก็ไม่อยากจะเชื่อว่า จิระ มะลิกุล จะมีความฝันอันเรืองรองในวัยเยาว์ว่าอยากเห็น บอลไทยไปบอลโลก สักครั้งหนึ่งในชีวิต สำหรับผมตั้งแต่เด็กๆผมจะได้ยินเสมอว่าบอลไทยจะไปบอลโลก แต่มันก็เป็นไปไม่ได้สักทีนักฟุตบอลรุ่นแล้วรุ่นเล่า เครื่องดื่มบำรุงกำลังต่างๆก็สนับสนุนแล้วสนับสนุนอีกจนเลิกสนับสนุนไปเลย รอบลึกๆที่สุดที่เราเข้ารอบก็รอบ 2 รอบ 3 ผมก็เลยรู้สึกอยากจะเห็นพวกผิวเหลืองตัวเตี้ยได้ไปบอลโลกสักที ของจริงไม่ทันใจ เอาในหนังซะเลย จริงๆแล้วไม่ได้คิดว่าจะเป็นชาติอะไร รู้สึกว่าประเทศอะไรก็ได้ที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงใต้ผ่านเนี่ยแหละสักประเทศหนี่งได้ไปบอลโลกมันคงจะสนุกมาก เหมือนการ์ตูนของญี่ปุ่น เพราะไม่ว่าคนญี่ปุ่นอยากจะเห็นอะไรเขาจะเขียนลงไปในการ์ตูนก่อน แล้ววันหนึ่งมันก็จะเป็นไปได้จริงๆ สมมุติว่าเราทำภาพยนตร์แบบนี้ไว้แล้วเด็กรุ่นหลังๆได้มาเห็นภาพว่าเราได้ไปจริงๆก็น่าจะเป็นกำลังใจให้เขา พัฒนาตัวเองจนสามารถทำให้เกิดขึ้นจริงได้ในที่สุด ส่วนเรื่องเนื้อหาในภาพยนตร์ที่เป็นการกล่าวถึงการได้ไปบอลโลกของทีมลาวนั้น จิระ อธิบายว่า จริงๆแล้วผมว่า หมากเตะ...โลกตะลึง เป็นหนังรักชาติด้วยซ้ำ เราผูกเรื่องให้โค้ชของทีมลาวเป็นคนไทยในขณะที่ของทีมไทยจะมีโค้ชเป็นคนต่างชาติ ตั้งแต่ผมเด็กๆก็จะมีโค้ชบราซิล โค้ชเยอรมัน โค้ชอังกฤษ กันมาตลอด โค้ชคนไทยก็เลยกระเด็นไปเป็นโค้ชของประเทศเพื่อนบ้านเรา ซึ่งฉากสุดท้ายที่ทีมลาวจะต้องกลับมาตัดเชือกกับทีมชาติไทยเนี่ย โอ้โฮเลือดรักชาติมันพุ่งพล่านเหมือนกันนะ ผมว่าคนไทยที่ได้ดูฉากนี้ต้องรู้สึกรักชาติมากๆ ทั้งๆที่ดูเรื่องบอลลาวมาตลอด นอกจากพลอตเรื่องที่แปลกแหวกแนวแล้วการเลือกผู้กำกับฯมาสานฝันให้เป็นจริงนั้นก็ไม่ใช่เรื่องง่ายและผู้ที่ จิระ หมายมั่นปั้นมือว่าจะเป็นผู้เนรมิตเรื่องราวเหล่านี้ขึ้นได้คือ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม 1 ใน 6 ผู้กำกับแฟนฉัน สิ่งที่เด่นที่สุดของปิ๊งมีอยู่ 2 ข้อ ที่คนอื่นเห็น และตัวเขาสนใจ คือเรื่องตลกกับเรื่องเตะบอล ถ้าเรามาดูว่าปิ๊ง ทำอะไรบ้างในแฟนฉัน ก็คือมุขตลกต่างๆเช่นตอนที่เด็กๆแปลงร่างเป็นหนังจีนซึ่งเขาทำออกมาตลกมากและฉากที่เพื่อนทั้ง 5 คนลงความเห็นว่า ปิ๊ง เท่านั้นที่ทำได้คือฉากเตะบอลของกลุ่มเด็กผู้ชาย ซึ่งผมว่าเป็นฉากเตะบอลที่โคตรจะสนุกและรู้เรื่องเลย คือจะดูแบบมันๆก็ดูได้จะดูให้ตื่นเต้นก็ดูได้ เรื่องฟุตบอลเขาคลั่งไคล้มาก หนังสือพิมพ์อื่นไม่เคยซื้อ อ่านอยู่อย่างเดียว คือสตาร์ชอคเก้อร์ ความสามารถพิเศษคือดมรองเท้าสตั๊ดแล้วพิสูจน์ได้ว่าอันไหนหนังแท้อันไหนหนังเทียม เมื่อถามถึงความคาดหวังของภาพยนตร์เรื่องนี้ รอยยิ้มบนหน้าของเขาเปล่งประกายมากขึ้นพร้อมกับสรุปให้ฟังสั้นๆว่า ก่อนที่จะเริ่มถ่ายทำผมบอกว่าผมอยากเห็นหนังฟุตบอลหรือหนังกีฬาเรื่องหนึ่งในประเทศไทยที่ดูแล้วมันตื่นเต้นจริงๆเพราะโดยปกติหนังกีฬาส่วนใหญ่จะทำเพื่อเอาผลการแข่งขันอย่างเดียว แต่เรื่องนี้ผมขอแบบคนดูได้ตื่นเต้นไปกับการแข่งขันด้วย เป็นหนังกีฬาที่ตลกด้วย ปิ๊งเขาก็รับปากว่าเขาจะทำให้ได้ หลังจากที่ได้ดูผมคิดว่านี่เป็นหนังที่ถ่ายกีฬาได้ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นในหนังไทยมาเลยครับ จริงจังแต่ดูสนุก มุมกล้องถูกต้องเหมือนเราดู ถ่ายทอด พรีเมียร์ ชิพ เขาพิถีพิถันมาก โดยเฉพาะเรื่องความสามารถในการเตะฟุตบอลของนักแสดงไม่มีหลอกเลย เพราะทุกคนเล่นฟุตบอลได้จริง และก่อนเริ่มถ่ายทำทีมงานยังมีโอกาสพานักแสดงไปเข้าค่ายกับ คุณวิทยา เลาหกุล ที่จังหวัดชลบุรี อีกด้วย หมากเตะ...โลกตะลึง น่าจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับคนที่เริ่มอยากจะดูบอลโลกที่กำลังจะเกิดขึ้น เหนือสิ่งอื่นใด ปิ๊ง ก็สามารถทำประเด็นเรื่องนี้ได้อย่างขำๆ จนตอนนี้ผมรู้สึกว่ามันเป็นหนังฟุตบอล คอมเมดี้ ที่ดูสนุกมาก แม้แต่แฟนสาวของหนุ่มบ้าบอลก็ยังหัวเราะได้ คุยกันนอกเกม ผกก.ปิ๊ง เปิดใจ กว่าจะเป็น หมากเตะ...โลกตะลึง เป็นผู้กำกับฯรุ่นใหม่ไฟแรงอีกคนที่มุ่งมั่นสร้างผลงานคุณภาพออกมาให้แฟนหนังไทยได้ชื่นชม วันนี้ ปิ๊ง อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม เดินทางตามฝันของตัวเองต่อจาก เอส เพื่อนสนิท และ ย้ง เด็กหอ ด้วยการนั่งแท่นกำกับภาพยนตร์เดี่ยวเรื่องแรก หมากเตะ...โลกตะลึง เริ่มจาก พี่เก้ง มีพลอตสั้นๆอยู่เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับฟุตบอล ประกอบกับแกอยากเห็นหนังกีฬาแบบจัดๆที่เน้นเรื่องกีฬาไปเลย พี่เขาเห็นว่าผมบ้าบอลก็เลยเรียกเข้าไปคุยว่าสนใจจะพัฒนาเป็นบทภาพยนตร์ไหม หลังจากหูตาแวววาวได้สักพักผมก็เอามาทำรายละเอียดต่างๆว่าต้องมีเหตุการณ์อย่างไรบ้าง มาหานักแสดงทีละคนซึ่งก็ถือว่าเป็นขั้นตอนที่ใช้เวลานานที่สุด โดยเฉพาะบทโค้ช พงศ์นรินทร์ อุลิศ เป็นบทที่แคสยากมาก เพราะพระเอกหนังไทยอายุประมาณนี้ไม่ค่อยมี ต้องไปหาจากวงการนู้น วงการนี้ที่เราเคยรู้จัก แล้วก็ลองหลายๆคนเหมือนกัน ดาราที่วัยใกล้เคียงกันเราก็เรียกมาแคสหมดเลยแต่มันก็ยังไม่ถูกใจ จนมาลงตัวที่คุณจักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม ตอนที่แคสติ้งเขาต้องแสดงฉากที่เกี่ยวกับการเลือกระหว่างความเป็นมืออาชีพและเหตุผลส่วนตัว ผมว่าเขามีความรู้สึกร่วมกับประเด็นหนังที่นำเสนออยู่ อาจจะเป็นเพราะเขาเป็นนักกีฬาอยู่แล้วเลยทำให้เขาแสดงออกมาได้ดี ส่วนตัว แสงเหล็ก ดวงมะนี ถือว่าเป็นพระเอกของเรื่อง ผมให้โจทย์ทีมแคสติ้งไว้ว่าต้องหน้าตาดี ต้องเล่นบอลเก่ง ต้องอายุเท่านี้ ต้องเป็นคนต่างจังหวัด ต้องพูดอีสานได้อะไรประมาณนี้ และตอนนั้นมันมีแค่คนเดียวที่เป็นอย่างนี้ เราก็เลยได้ เดี่ยว เสกสรร สุทธิจันทร์ มารับบทนี้ ซึ่งเขาเล่นฟุตบอลอยู่ทีมเยาวชน ของราชนาวีสโมสร ซึ่งก็ถือว่าได้ตามความต้องการของผม นักแสดงคนอื่นๆก็ต้องเฟ้นหากันแบบถึงพริกถึงขิงเพราะนอกจากจะเป็นภาพยนตร์ที่ใช้นักแสดงเยอะแล้วยังเป็นภาพยนตร์ที่ต้องการคนที่เล่นฟุตบอลเป็นจริงๆอีกด้วย จริงๆแล้วทั้งทีมไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพแต่เล่นฟุตบอลได้ดี คือเราจะคัดจากฝีเท้าด้วย แต่ก็มีบางคนที่ไม่ได้เล่นฟุตบอลแบบดีเลิศ แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่สามารถนำมาปรับแล้วเข้ากับหนังได้ เราก็เลือกจากคนที่เป็นนักฟุตบอลของเขต ของจังหวัดทั้งนั้น แต่ก็ต้องดูเรื่องการแสดงด้วยไม่ใช่ว่าเล่นฟุตบอลเก่งอย่างเดียว นอกจากนักฟุตบอลล่ำๆทั้งหลายที่คัดเลือกเข้ามาแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ยังมีสาวสวย หน้าใสหลงเข้ามาอีก 1 คน คือ น้อง แนน แพรว ประพิณทิพย์ รับบทเป็นตุ๊กตา ผมเพิ่งได้มาก่อนเปิดกล้องไม่นานเพราะแคสอยู่ประมาณ 3 เดือน โจทย์ยากเหมือนกันคือหน้าตาต้องเป็นคนต่างจังหวัดด้วยแต่ต้องเป็นนางเอกได้ ต้องพูดอีสานได้ ต้องทำกับข้าวเป็น ตัวน้องแนนเองก็ไม่ใช่คนต่างจังหวัดแต่ที่บ้านแม่เขาเป็นคนกาฬสินธุ์ เขามี background ภาษาอีสานอยู่แต่ก็ต้องมาฝึกฝนเพิ่มนิดหน่อยครับ ส่วนอีกหนึ่งบทบาทที่ขาดไม่ได้คือ บทเจ๊มิ่ง น้าของโค้ชพงศ์นรินทร์ ที่ถือเป็นตัวสร้างสีสันให้กับภาพยนตร์เรื่องนี้ บทมันแรงมากครับ มันมีสีสันมาก เคยคิดถึงไดเรกชั่นที่จะเอาคนที่ไม่เคยแสดงอะไรเลยมาเล่นแต่ต้องพูดอีสานได้พอลองแล้วรู้สึกว่าเอาไม่อยู่ แสดงว่าคนทั่วไปไม่น่าจะเล่นไหวก็เลยลองเลือกดาราให้ลองมาเล่นดู แล้วคนที่เล่นเป็นชาวบ้านแล้วมันที่สุดก็คือ พี่น้อย โพธิ์งาม เนี่ยแหละครับ แต่ผมต้องเพิ่มอายุให้พี่เขาอีก 10 ปี คือตามบทต้องอายุ 60 แต่พี่น้อยอายุ 50 ถือว่าใกล้เคียง เราคาดหวังความสามารถทางการแสดงของพี่เขามากพอมาเล่นให้ดูถือว่าใกล้เคียงปรับลดนิดหน่อยเพราะพี่น้อยไม่ได้เล่นหนังใหญ่มานานแล้วยิ่งหนังสมัยใหม่แล้วไม่เคยเล่นเลย วิธีการเล่นก็จะติดแบบลักษณะที่เคยเล่นมาแต่ว่าไม่เป็นปัญหาเพราะพี่น้อยเป็นมืออาชีพที่มีพรสวรรค์มากๆลำบากตรากตรำทำงานกันมาขนาดนี้ มาถึงวันนี้คาดหวังอะไรกับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของตัวเองบ้าง ผมพยายามทำหนังให้สนุกสนานแต่แฝงประเด็นความรักชาติไว้ด้วย ถึงแม้ภาพยนตร์จะพูดถึงทีมลาวและพาผู้ชมเข้าไปสัมผัสกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่สิ่งที่เนื้อหาในภาพยนตร์พยายามจะบอกคนไทยด้วยกันก็คือ อยากให้คนไทยเคารพนับถือในการเป็นคนไทยด้วยกันให้มาก ก่อนที่เราจะให้ความสำคัญกับคนชาติอื่น จนเราต้องสูญเสียทรัพยากรบุคคลที่เก่งๆไป นี่คือประเด็นใหญ่สุดของหมากเตะ...โลกตะลึง พงศ์นรินทร์ อุลิศ โค้ชฟุตบอลชื่อดังแห่งยุค เป็นชาวไทยที่มีชื่อเสียงในระดับอินเตอร์คนล่าสุด ด้วยผลงาน รักษาการผู้จัดการทีมแทนผู้จัดการทีมตัวจริงที่โดนปลดจากตำแหน่งของสโมสรฟุตบอลชื่อดังแห่งหนึ่งในอังกฤษ แล้วดันทะลึ่งทำหน้าที่ได้ดีเกินคาด พาทีมที่กำลังจะตกดิวิชั่น หนีจากการตกชั้นได้สำเร็จ จนคนในวงการฟุตบอลต่างพากันยกย่อง คนไทยก็สุดจะปลาบปลื้มกับฮีโร่ขวัญใจชาวไทยคนใหม่คนนี้ แต่กลับกลายเป็นว่า ในฤดูกาลถัดมา สโมสรกลี่ชื่อคนใหม่มาแทนและให้เขากลับไปเป็นผู้ช่วยโค้ชตามเดิม ซึ่งทำให้เขาผิดหวังมาก และในช่วงเวลานั้นเองที่เขาได้รับการชักชวนจากเพื่อนเก่าสมัยเป็นนักฟุตบอลทีมชาติ ให้กลับมาทำทีมไทยสู้ศึกสานฝันไทยไปบอลโลก เขาจึงตัดสินใจลาออกและกลับเมืองไทยโดยมีเป้าหมายเพื่อมาเป็นโค้ชทีมไทย และพาทีมไทยไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายให้ได้ตามที่เคยใฝ่ฝันไว้ หลังจากที่ในอดีต เขาเกือบจะทำได้มาแล้ว ในฐานะนักเตะ แต่เพราะความผิดพลาดของเขา ทำให้ครั้งนั้น ไทยอดไปบอลโลก! ถือเป็นตราบาปที่ติดตัวเขาตลอดมา จนเขาต้องเลิกเล่นทีมชาติและหนีไปค้าแข้งกับทีมเล็กๆในอังกฤษ จนกระทั่งได้รับบาดเจ็บ แขวนสตั๊ดเลิกเล่นและผันตัวไปเป็นโค้ชในที่สุด พงศ์นรินทร์หรือโค้ชพงศ์ หรือที่ฝรั่งเรียกเขาว่า ULIE ตามนามสกุล อุลิศ มีนิสัยเข้มงวด เฮี้ยบ เจ้าระเบียบ มีความมั่นใจในตัวเองสูง จึงมักจะขัดแย้งกับเจ๊มิ่ง น้าของตัวเองอยู่บ่อยๆ เพราะเจ๊มิ่งเป็นคนสบายๆตามแบบฉบับคนอีสานขนานแท้ เป็นคนเข้มแข็ง อดทน เป็นนักสู้ ฉลาด เจ้าเทคนิคและแท็คติก ซีเรียส เอาจริงเอาจัง จนกระทั่งชีวิตพลิกผันไปเป็นโค้ชทีมลาว ความเอาจริงเอาจังกลับกลายเป็นเรื่องตลกสำหรับลูกทีม ในขณะที่พงศ์นรินทร์เองก็เริ่มผ่อนคลายและเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตให้สนุกสนานยิ่งขึ้น หลังจากที่หน้าดำคร่ำเครียดมาตลอดชีวิต ทีมเชียร์ : แมนฯ ยูไนเต็ด คาแร็กเตอร์ต้นแบบ : โชเซ่ มูรินโญ่ (โค้ชทีมเชลซี) จากปลายกระบอกปืน สู่กลิ่นอายลูกหนัง จัดว่าเป็นนักกีฬายิงปืนทีมชาติที่กำลังเนื้อหอม มากที่สุดอีกคนหนึ่งเลยที่เดียว สำหรับ เอ็กซ์ จักรกฤษณ์ พณิชย์ผาติกรรม เพราะนอกจากจะสร้างชื่อให้กับประเทศไทยด้วยการไปคว้า 2 เหรียญทอง ซีเกมส์ มาได้แล้ว เอ็กซ์ ยังเป็นชายหนุ่มที่มีความสามารถรอบด้าน วันนี้นอกจากงานพิธีกรที่เขาบอกว่าถนัดแล้ว งานด้านภาพยนตร์ก็ยังเป็นเป้านิ่งอันใหม่ที่เขาหมายมั่นปั้นมือจะพิชิตมันให้ได้อีกเช่นกัน เป็นจังหวะพอดีมาก ที่ผู้กำกับฯเห็นคาแรกเตอร์เราแล้วเขาชอบอาจจะเป็นเพราะเราเป็นนักกีฬาอยู่แล้วดังนั้นน่าจะทำให้คนดูเชื่อและเข้าใจเนื้อหาของภาพยนตร์ได้ดียิ่งขึ้น ผมตัดสินใจรับเล่นภาพยนตร์เรื่องนี้เพราะบท พอได้อ่านบทดูทำให้รู้สึกเหมือนตอนที่ตัวเองถูกสัมภาษณ์ แล้วบทสัมภาษณ์นั้นค่อนข้างทำให้เราลำบากใจ โค้ช พงศ์นรินทร์ ก็เหมือนกันเขาเป็นคนไทยแต่ต้องไปคุมทีมลาวซึ่งถือว่ากดดันมาก ผมก็พยายามถ่ายทอดอารมณ์ออกมาให้ดีที่สุดจนรู้สึกว่าชอบบทนี้มาก และอยากทำให้ดีที่สุด ถึงจะเป็นนักแสดงหน้าใหม่แต่ความสามารถก็ไม่ใหม่เพราะเจ้าตัวเป็นคนจริงจังกับงานมาก ก่อนที่จะเริ่มเปิดกล้องก็ทำการบ้านอย่างหนักด้วยการทำความเข้าใจกับบทอย่างลึกซึ้ง เพื่อให้เข้าถึงบท พงศ์นรินทร์ ได้อย่างถ่องแท้ ผมคิดและเชื่อในความเป็นตัวละครตัวนั้นมากกว่า อย่างที่ผมบอกผมอาจจะถ่ายทอดออกมาได้มากกว่าคนที่ไม่เคยเป็นนักกีฬาเลย ตัวพงศ์นรินทร์ แตกต่างจากผมไม่มากเท่าไหร่ คือเป็นคนค่อนข้างเก็บอารมณ์แล้วก็ไม่แสดงออกถึงความรู้สึกมากแต่ทุกอย่างจะแสดงออกมาจากสายตาของเขา คล้ายกับเวลายิงปืนผมจะไม่แสดงความรู้สึกออกมาหรือว่าจะไม่พูดคุยกับใครมากผมจะเงียบนิ่งแล้วก็สงบใช้สมาธิ มันสามารถนำมาปรับใช้ในการงานได้ด้วย การทำงานด้านภาพยนตร์ทำให้ผมเรียนรู้ว่าการใช้ชีวิต การแสดงแต่ละซีนที่เราเห็นในจอ มันยากเหลือเกินมันต้องพร้อมแสงผิดนิดเดียวตากล้องก็จะไม่ปล่อยให้ผ่านไปได้เขาดูละเอียดมากๆ ผมยืนดูเขาจัดไฟ บางคัทบางตอนเขาจัดแสงกัน 4-5 ชั่วโมง เพื่อหยุดรอที่จะเก็บช่วงเวลานี้ มันทำให้ผมได้คิด ทุกส่วนทำงานด้วยความเป็นหนึ่งเดียว รู้สึกสาแก่ใจมากครับที่ได้มาเป็นนักแสดงได้ใช้ชีวิตครบอย่างที่ตัวเองอยากจะใช้ ถึงจะได้รับบทที่ใกล้เคียงกับตัวเองมากแค่ไหน เอ็กซ์ เองก็ยอมรับว่าบางฉากทำเอาเขาแทบแย่เหมือนกัน เพราะต้องใช้สมาธิและความรู้สึกร่วมอย่างเต็มที่เพื่อให้ฉากสำคัญนั้นสมบูรณ์ที่สุด ฉากที่ผมต้องร้องเพลงชาติไทยแล้วรู้สึกภูมิใจที่ได้ร้อง เราอยากจะทำให้ทีมไทยไปบอลโลกใจจะขาดแต่ก็ทำไม่ได้ ในขณะเดียวกันก็ยังต้องมีความรู้สึกรับผิดชอบต่อหน้าที่ที่มีต่อทีมลาว และจะต้องทำให้ทีมลาวไปสู่จุดหมายให้ได้ หน้าผมต้องเก็บกดอารมณ์มาก ทุกอย่างออกมาจากตา ผมรู้สึกว่าสะกดตัวเองให้นิ่งไม่ได้ ดวงตาผมมันสั่นเครือและมีความรู้สึกว่าอยากจะร้องไห้แต่ไม่รู้จะร้องเพื่ออะไร ร้องไปก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมา มันต้องออกมาแบบว่ามันสูญเสียเหลือเกิน ยากมากครับ ถึงจะเคยผ่านสนามการแข่งขันมาอย่างโชกโชนในฐานะนักกีฬา แต่ในภาพยนตร์ฐานะของเขาวันนี้คือโค้ชมาดเข้มที่น่าเกรงขามของลูกทีม ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องแปลกหากเขาจะมีเทคนิคในการนำประสบการณ์จริงมาปรับใช้กับตัวพงศ์นรินทร์ โค้ชในกีฬายิงปืนเหมือนเป็นนักจิตวิทยาที่เข้ามาช่วย หน้าที่ของโค้ชจบลงตั้งแต่ส่งนักกีฬาลงช่องยิง สำหรับผมที่ผ่านมาโค้ชเป็นส่วนหนึ่งที่มาควบคุมทำให้เรามีระเบียบวินัยในตัวเอง ความสำคัญของโค้ชในกีฬาฟุตบอลมีมากในการเตรียมทีม แจกแจงหน้าที่ของแต่ละคนบริหารการจัดการทั้งหมดเพื่อให้ทุกคนอยู่ในกฎระเบียบเดียวกัน เพราะว่านักกีฬาทุกคนจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง มีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความก้าวร้าวอยู่ในตัวเอง คนที่เป็นสุดยอดทุกคนจะมีวิธีการและรูปแบบแตกต่างกัน มีแนวความคิดที่ไม่เหมือนกัน ถ้าในชีวิตจริงผมเป็นโค้ชผมอาจจะโหดกว่านี้ แต่ผมอาจจะต้องลดความรู้สึกตัวเองลง มองหาจุดแข็งของแต่ละตัวบุคคลก่อน และเลือกใช้วิธีการสอนให้เหมาะสมกับแต่ละคน ผมว่าผมยังเข้าไม่ถึงอารมณ์โค้ชพงศ์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ดีที่สุดในความรู้สึกของผม เพราะนี่ถือว่าเป็นครั้งแรกและน่าจะเป็นครั้งหนึ่งที่ทำให้ผมจดจำว่าโค้ชพงศ์นรินทร์เป็นโค้ชที่มีความเป็นสุภาพบุรุษ และมีความเป็นนักกีฬาสูงมากเท่าที่ผมได้ศึกษาจากตัวเขา แววตาที่มุ่งมั่นและน้ำเสียงที่จริงจังคงพอจะเป็นเครื่อง การันตีได้ว่าวันนี้นักยิงปืนทีมชาติ สามารถคุมทีมฟุตบอลของเขาบนแผ่นฟิล์มได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เหลือแค่เวลาและผู้ชมเท่านั้นที่จะตัดสินว่าเขาจะเป็นหนึ่งได้ในสนามจอเงินหรือไม่ เจ๊มิ่ง / มิ่งขวัญ อุลิศ มีศักดิ์เป็นน้าแท้ๆของ พงศ์นรินทร์ เป็นคนสนุกสนานร่าเริง ขี้หลงขี้ลืม สบายๆ ชอบเล่นการพนันเสี่ยงโชคทุกชนิดเป็นชีวิตจิตใจ เล่นไพ่,แทงหวย,แทงบอล,แทงม้า,น้ำเต้าปูปลา,บิงโก ฯลฯ เจ๊แกเล่นหมด เห็นอะไรก็สามารถพนันได้ทุกอย่าง เช่น ลูกค้าคนนี้จะสั่งเบียร์เป็นเลขคู่หรือเลขคี่, เด็กที่กำลังนั่งขี้อยู่จะขี้ออกมากี่ก้อน ฯลฯ นอกจากนี้ เจ๊ยังนับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทุกประเภทที่จะดลบันดาลโชคลาภให้แก่แกได้ แต่ก็ไม่ถึงขั้นงมงายยังพอมีเหตุมีผลอยู่บ้าง บ้านเดิมอยู่ที่อุดรธานี เป็นที่รู้จักทั้งเมือง จนกระทั่งหนีมาเสี่ยงโชคเปิดร้านอาหารอยู่ที่กรุงเทพฯ ก็ยังมีญาติสนิทมิตรสหายตามมาอยู่ด้วยหลายคน หนึ่งในนั้นมีแม่ครัวชาวลาวฝีมือเจ๋งอยู่ด้วย ซึ่งก็คือแม่ของแสงเหล็กนั่นเอง ที่พอลูกชายได้โควต้านักฟุตบอลมาเรียนหนังสืออยู่ที่กรุงเทพฯก็ตามลูกชายมาอยู่กับเจ๊มิ่ง กินอยู่ด้วยกันจนแทบจะเป็นครอบครัวเดียวกัน เจ๊มิ่งเป็นคนใจบุญ เชื่อเรื่องบาปกรรม(แต่ชอบเล่นการพนันเนี่ยนะ) ทำกับข้าวทำอาหารเก่ง แต่หลังๆพอแก่แล้วก็ไม่ค่อยได้ทำเองสักเท่าไหร่ ถือเป็นแฟนบอลตัวยง รู้จักและรอบรู้วงการฟุตบอล อ่านสตาร์ซอคเก้อร์และสปอร์ตพูลเป็นประจำทุกวัน ภาคภูมิใจในตัวพงศ์นรินทร์มาก ตามเก็บข่าวเก็บผลงานของพงศ์นรินทร์มาตลอด เป็นแฟนบอลทีมไทยชนิดโงหัวไม่ขึ้น ความใฝ่ฝันสูงสุดของเจ๊มิ่งก็เหมือนกับพงศ์นรินทร์คือ...อยากเห็นทีมไทยได้ไปบอลโลก...ก่อนตาย ทีมเชียร์ : ทุกทีมที่ชนะและทำให้แกได้ตังค์ , ทีมไทย เกิดมาไม่เคยบ้าบอล น้อย งงถูกเลือกรับบทเซียนบอล เป็นตลกหญิงรุ่นแรกๆของวงการ ผ่านงานแสดงมาทุกรูปแบบไม่ว่าจะจอเงินหรือจอแก้ว วันนี้ น้อย โพธิ์งาม กลับมาโลดแล่นบนจอเงินอีกครั้งด้วยบทบาทของ เจ๊มิ่ง น้าของ โค้ชพงศ์นรินทร์ ที่มีฟุตบอลและการพนันทุกชนิดเป็นลมหายใจเข้าออก ตอนแรกที่ทีมงานติดต่อมาพี่ปฎิเสธ เพราะพี่รู้สึกว่าพี่แก่แล้ว ทางทีมงานเขาก็บอกว่าบทเจ๊มิ่งเป็นคนสูงอายุ แต่ก็อาจจะมีเรื่องการพนันด้วย พอบอกอย่างนี้พี่ไม่เอาเลย เพราะมันลำบากมาก พี่ไม่รู้เรื่องการพนันเลย เขาก็โทรมาอีกว่า พี่น้อยไม่ลองสักหน่อยเหรอ เรื่องพนันบอลง่ายๆเราก็โฮ้ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย เรารู้อยู่อย่างเดียวว่านักฟุตบอลทีมหนึ่งมี 14 คน ข้างละ 7 เพิ่งจะรู้ว่านักฟุตบอลมี 11 คน ตอนที่เขามาแคสเรานี่เอง ถึงจะไม่ค่อยถนัดทั้งเรื่องกีฬาและการพนันขันต่อจนเกือบจะปฏิเสธบทนี้ไป แต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เธอตัดสินใจรับเล่นทันทีที่ทีมงานเล่ารายละเอียดให้ฟัง สิ่งสำคัญที่ทำให้พี่ตัดสินใจรับเล่นก็เพราะเจ๊มิ่งเป็นคนอิสานที่ต้องพูดภาษาอิสาน ตัวพี่กับพี่เทพเองก็เหมือนตัวแทนคนอีสานอยู่แล้ว ถ้าเป็นบทอย่างนี้พี่เล่น แล้วพี่ก็กลับไปอ่านบทมันก็เป็นอย่างที่พี่คิด นอกจากเรื่องบอลแล้ว เจ๊มิ่งยังเป็นนักสู้ใจถึง แบบถึงไหนถึงกัน หลานต้องใช้เงินเยอะเราได้เงินจากการถูกลอตเตอรี่มาก็มาลงตรงนี้ ให้ทั้งกำลังใจ เอาไงเอากัน เป็นเหมือนตัวยึดเหนี่ยวของทุกคน เป็นเลือดรักบอลจริง พี่เคยประสบความสำเร็จแล้วและมีความสุขมากตอนที่แสดงเรื่องหมอลำซัมเมอร์ เพราะรู้สึกได้มีส่วนช่วยอนุรักษ์วัฒนธรรมของอิสาน พอพี่ได้อ่านเนื้อเรื่องนี้พี่ก็พร้อมที่จะเต็มที่กับมัน มารับบทแบบนี้พี่ต้องฝึกอะไรเยอะเหมือนกันอย่างเช่น พวกภาษาบอลต่างๆชื่อทีมฟุตบอล ราคาบอล ครึ่งควบลูก ต่อหงส์ หรือ หงส์ต่อ ยิ่งเรื่องจ่ายเงินยิ่งไม่รู้ใหญ่เลย ทีมงานเขาก็เลยเอาเด็กมาสอน พี่เคยดูบอลนะแต่ไม่ได้สนใจ ข่าวกีฬาจากที่ไม่เคยดูก็ต้องดูบ้างจะได้รู้ว่ามันไปถึงไหนแล้ว คนนี้ชื่อโอเว่นรูปหล่อ ทีมนี้ชื่ออาเซนอล คนนี้ชื่อแบคแฮม ก็สนุกดีเหมือนกันนะ เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งสีสันของภาพยนตร์เรื่องนี้เลยทีเดียว และไม่ว่าจะต่อหงส์หรือหงส์ต่อ อีกไม่นานคอบอลทั้งหลายอาจจะต้องฝึกพูดว่า ลาวต่อ หรือ ต่อลาว กันให้คล่องบ้าง เพราะบอลโลกปีนี้ บอลลาวเขาไปบอลแล้วเด้อ...... แสงเหล็ก ดวงมะนี นักฟุตบอลดาวรุ่งพรสวรรค์สูง ทีมชาติลาว เป็นความหวังใหม่ของวงการฟุตบอลลาว โด่งดังตั้งแต่อายุยังน้อย จนได้โควต้านักฟุตบอลเข้ามาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯและยังเป็นทั้งนักบอลตัวหลักของทั้งมหาวิทยาลัยและสโมสรฟุตบอลแห่งหนึ่งของไทยด้วย และเพื่อนร่วมทีมของเขาก็คือ ลีซอ นักบอลชื่อดังชาวไทยนั่นเอง แสงเหล็กเป็นเด็กหนุ่มที่นิสัยดีมาก ขี้อาย ชอบช่วยเหลือผู้อื่น แต่ค่อนข้างอ่อนไหวโดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับฟุตบอล บ้าบอลมากๆ แารพนัน มักจะเถียงกับเจ๊มิ่งเป็นประจำในเรื่องทัศนคติที่มีต่อฟุตบอล แต่แสงเหล็กก็เป็นแหล่งข้อมูลและคอยช่วยเจ๊มิ่งตัดสินใจเวลาที่เจ๊มิ่งถามว่า อยู่ข้างไหนดี แทงทีมนี้ดีมั้ย ฯลฯ ชอบคนไทย และรักคนไทย ผูกพันกับเมืองไทยพอๆกับบ้านเกิดของตนเอง ความขี้อาย และคิดว่าตัวเองไม่เหมาะสมทำให้แสงเหล็กไม่กล้าแม้แต่จะคิดว่า เขาอยากเป็นแฟนกับตุ๊กตา ทั้งๆที่เขาก็รู้อยู่แก่ใจว่า ตุ๊กตาก็ชอบเขา ซึ่งพอแสงเหล็กโดนล้อโดนแซวมากๆ เขาก็แสร้งเป็นว่า ผู้หญิงอย่างแสงดาว นางงามจักรวาลขวัญใจคนลาว คือแบบอย่างของผู้หญิงในฝัน โดยไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันหนึ่งเขาจะได้มีโอกาสมาเจอแสงดาวเข้าจริงๆ แถมแสงดาวยังชอบนักฟุตบอลสุดฮอตอย่างเขาเสียด้วย ทีมเชียร์ : ลิเวอร์พูล จุดเด่น : นักฟุตบอลพรสวรรค์ดีที่สุดของลาวในปัจจุบัน จุดอ่อน : อายุยังน้อยด้อยประสบการณ์ กระดูกยังอ่อน เสียเปรียบเรื่องพละกำลังและแรง ปะทะ มีปัญหาเล็กน้อยเรื่องการเปิดบอล และที่สำคัญคือ เป็นโรคภูมิแพ้อากาศ อ่อนๆ ทำให้หายใจไม่ค่อยสะดวกเวลาเล่นบอลนานๆ การแก้ไข : ฝึกร่างกายให้แข็งแกร่งกว่าเดิม ฝึกการเปิดบอลให้แม่นยำน้ำหนักดี ฝึกการเล่น ลูกตั้งเตะทุกรูปแบบ นักบอลต้นแบบ : กาก้า (บราซิล-มิลาน), ซีเนอดีน ซีดาน สมัยเป็นดาวรุ่ง ไอ้หนุ่มหน้ามนคนร้อยเอ็ด ขอปล่อยลีลาเด็ดลงสนาม เพราะชอบเล่นฟุตบอลเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าเล่นที่ไหนก็ได้ที่มีสนามแล้วก็มีคนชวนเล่น จนในที่สุด เดี่ยว เสกสรร สุทธิ์จันทร์ ก็มีโอกาสเข้าไปเล่นเป็นกองหน้าทีมเยาวชน ของราชนาวีสโมสร และนั่นก็นับเป็นสนามแรกในชีวิต ที่เขาแอบภูมิใจอยู่ไม่น้อย ผมเคยฝันใฝ่มาตลอดว่าชีวิตนี้ต้องติดทีมชาติให้ได้ เมื่อก่อนเรียนที่โรงเรียนปทุมคงคาซึ่งเขาจะมีชื่อเสียงด้านฟุตบอลอยู่แล้ว ผมก็เป็นนักกีฬาของทีมโรงเรียนแล้วก็เป็นนักกีฬาของกองทัพเรือด้วย แต่เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้วผมก็ต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน คือกระดูกข้อเท้าข้างซ้ายแตก ชีวิตก็เลยหักเห จากที่เล่นฟุตบอลได้แบบเต็มที่ตอนนี้ก็ต้องเล่นแบบระวังนิดหนึ่ง ตอนนั้นรู้สึกโหวงเหวงนิดหน่อย เพราะเหมือนกับความฝันของเรามันชักจะเลือนลางซะแล้ว แต่ตอนนี้ผมก็มีฝันเล็กๆก็คืออยากจะอยู่ในวงการให้ได้ ตอนนี้เราได้โอกาสแล้วแต่ไม่รู้ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน พระเอกคนใหม่เล่าถึงความฝันของเขาด้วยท่าทีถ่อมตัวตามแบบฉบับเด็กต่างจังหวัด พร้อมทั้งพูดถึงบทบาทใหม่ที่ไม่ค่อยต่างจากบทบาทเดิมเท่าไหร่เพียงแต่บทบาทนี้ใครๆเขาก็บอกว่าเป็นที่สำหรับคนหน้าตาดีเท่านั้น ผมเคยไปแคสงานมาหลายที่เหมือนกันแต่ก็ไม่เคยประสบความสำเร็จเลย จนวันหนึ่งพี่ที่เป็นผู้ช่วยพี่ปิ๊งมาเจอเข้า เขาก็เลยแนะนำให้พี่ปิ๊งว่าเราพูดภาษาอิสานได้ เล่นฟุตบอลได้ พี่ปิ๊งก็เลยสนใจเรียกมาแคสจนได้รับบทเป็น แสงเหล็ก ครับ เขาเป็นผู้ชายธรรมดาที่เฉิ่มๆ ไม่ได้ต้องการอะไรมาก ชีวิตเรียบๆแต่ชอบเล่นฟุตบอลมากในเรื่องเขาจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพที่ประเทศลาวครับแล้วเป็นนักฟุตบอลลาวคนเดียวที่ได้มาเล่นฟุตบอลไทยลีกที่ประเทศไทย เขาจะมีเสน่ห์ในการเล่นฟุตบอล ก็เลยเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีชื่อเสียงที่ประเทศลาว ก่อนที่จะเริ่มเปิดกล้องผมเตรียมตัวประมาณเดือนกว่าๆได้ ต้องมาเรียนแอ๊คติงกับพี่เชอร์รี่ ก็ตัวหลักก็จะมากันหมด จะได้คุ้นเคยกัน กลับไปก็ต้องซ้อมเลี้ยงฟุตบอลพลาสติกเพราะต้องถ่ายทำฉากเปิดตัวผมซึ่งยากกว่าลูกบอลจริงเพราะน้ำหนักมันต่างกัน ส่วนเรื่องภาษาก็สบายมากครับเพราะผมเป็นคนอิสานอยู่แล้ว แต่มาเรียนที่กรุงเทพฯตั้งแต่ ม.4 ครับ นอกจากเล่นฟุตบอลเก่งแล้วเรื่องการแสดง เดี่ยวก็ขอสู้ตาย พร้อมรับทุกสถานการณ์ ไม่ว่าผู้กำกับต้องการอะไร นายเดี่ยวเขาก็พร้อมที่ซัลโวให้ทันที การที่เราจะคอนโทรลลูกฟุตบอลให้เป็นไปตามที่ผู้กำกับฯสั่ง มันไม่เหมือนธรรมชาติที่เราเป็น การที่เราจะทำให้ได้ภาพออกมาที่สวยงาม ก็ต้องฝึกฝนต้องมีท่าสวยอะไรนิดหน่อย เช่น การเดาะบอลต้องมีเดาะม้วนหน้า-ม้วนหลัง,เดาะไขว้ขา ฉากที่ยากที่สุดคือฉากที่ทีมลาวต้องมาตัดเชือกกับทีมไทยใช้เวลาถ่ายประมาณ 8 วันครับ แล้วก็เป็น Day-Night ทุกวันเลย พี่ปิ๊งเขาจะถ่ายเจาะตัวของแต่ละคนให้เห็นถึงความทุ่มเทของนักฟุตบอลทีมลาวว่าอยากไปฟุตบอลโลกมาก ทุกคนโชว์ทักษะเต็มที่ มีซีนที่ภูสมิงป้องกันประตู ตีลังกาออกมา สวยมากเลยครับไม่มีเอฟฟง เอฟเฟ็คมีแต่ฝีมือเน้นๆเลยครับ นอกจากนี้ก็มีท่าอื่นๆอีกเยอะมากในหนังเรื่องนี้ ส่วนใหญ่ผู้กำกับฯจะสคริปต์มาแล้ว พี่เขาก็ถามความเห็นเราบ้างว่ามีอะไรจะเสริมหรือเปล่า เราสนิทกันทุกคน เหมือนครอบครัวเหมือนพี่เหมือนน้องกัน พอเวลาออกไปนอกกองถ่ายฯไม่ได้อยู่กับเพื่อนๆก็รู้สึกเหงาๆ บางทีว่างก็จะชวนกันไปกินข้าวเฮฮากัน เห็นทีงานนี้นายเดี่ยวคงจะหลงรักวงการภาพยนตร์เข้าแบบเต็มเปา ฝีมือและฝีเท้าดีขนาดนี้ หนุ่มน้อยจากเมืองร้อยเอ็ดคงจะกลายเป็นขวัญใจสาวๆได้ไม่ยาก ตุ๊กตา หลานสาวของเจ๊มิ่ง เป็นหลานของสามีที่ตายไปนานแล้วของเจ๊มิ่ง เป็นคนอุดรฯเหมือนกัน แม่เธอส่งมาอยู่กับเจ๊มิ่งเพื่อเรียนหนังสือและช่วยงานเจ๊มิ่งไปด้วย ตุ๊กตาเป็นนักศึกษาของคณะเทคโนโลยีการอาหารที่สถาบันราชภัฏแห่งหนึ่ง มีความรู้เรื่องอาหารการกินเป็นอย่างดี แต่ไม่ค่อยได้ใช้ความรู้ที่ร่ำเรียนอยู่เท่าไรนัก วันๆก็ได้แต่ช่วยเจ๊มิ่งตำส้มตำ ย่างไก่ ย่างปลาดุกไปเรื่อย จนกระทั่งต้องมาดูแลเรื่องอาหารการกินของนักเตะทีมลาว ที่ทำให้ตุ๊กตาได้งัดวิชามาใช้ในการประกอบอาหารทรงคุณค่ามากพลังงานให้พวกนักบอลกิน เหมือนไม่ยาก แต่อาหารที่เธอและเจ๊มิ่งทำยังคงเป็นอาหารอีสาน อาหารลาว แต่ต้องดัดแปลงให้อาหารเหล่านี้ มีคุณค่าทางอาหารสูง ให้พลังงานสูงและไขมันต่ำ(ยากเหมือนกันนะ)อยู่ในรั้วบ้านเดียวกันกับแสงเหล็กมาเป็นปีๆ แอบชอบแสงเ

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ

อัลบั้มภาพ 8 ภาพ ของ สกู๊ปพิเศษ แนะนำ "หมากเตะ...โลกตะลึง"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล