วิจารณ์หนัง Under the Mountain

เคยคิดว่าหนังที่สร้างจากวีดีโอเกมส์ ส่วนมากคงเป็นหนังที่แย่สุดจะหาคำชมใดมาเอ่ยถึง จนเกิดความลังเลว่าหากจะต้องวิจารณ์หนังสร้างจากเกมส์ อาจจะมีอคติจนเกิดความลำเอียงหรือคลาดเคลื่อนได้ ในอีกมุมหนึ่ง ผมมักจะนึกเสมอว่าหนังที่ก่อร่างสร้างตัวจากนิยายรางวัลสักเล่มต้องเป็นหนังที่ดีเสมอ (อย่างน้อยๆก็มีรางวัลจากหนังสือการันตีความดีเลิศไว้แล้ว)ยกตัวอย่างที่ทุกคนน่าจะเห็นภาพชัด อย่างหนังชุดไตรภาค The Lord of The Rings สร้างจากนิยายที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นหนังสือที่ดีที่สุดในรอบพันปีกันเลย เอากับเขาสิ และหนังล่าสุดที่ผมมีโอกาสได้ดูคือเรื่อง Under The Mountain ก็เป็นอีกเรื่องที่สร้างจากนิยายรางวัล หนัง Under The Mountain เป็นวรรณกรรมเยาวชนจากปลายปากกาของ มัวริส กีย์ ที่ได้รับรางวัล The Gaelyn Award มอบให้กับหนังสือที่พลาดรางวัลในการตีพิมพ์ครั้งแรก แต่สามารถครองใจมหาชนเป็นเวลายาวนาน อย่าที่เกริ่นไป ก็ต้องเป็นธรรมดาที่ผมจะคาดหวังเล็กๆก่อนดูหนังว่า หนังจะช่วยเปิดประสบการณ์ผจญภัยอันเร้าใจน่าตื่นเต้นครั้งใหม่ให้กับผม มีรางวัลค้ำคออยู่ขนาดนี้มีหรือจะทำให้ผิดหวัง พอดูหนังจบลง ใจหายไปพร้อมๆกับที่เครดิตท้ายเรื่องโผล่พ้นขอบจอด้านล่างขึ้นมา ฉาบด้วยพื้นหลังดำสนิท ผมมองเห็นแต่ความดำมืด หมองเศร้าเหมือนอารมณ์ ณ ขณะนั้น มืดจนมองไม่เห็นความบันเทิงจากหนังได้เลย แต่อย่าน้อยหนังก็เปิดประสบการณ์ใหม่กับผมได้จริงๆ นั่นคือ หนังที่ทำจากนิยายระดับรางวัล ใช่ว่าจะดีเด่นโดดเด้งเสมอไปนะ ผู้กำกับโจนาธาน คิง เคยผ่านงานด้านโฆษณา หนังสั้น มิวสิควีดีโอมากว่า100ตัว แต่กลับถ่ายทอดเรื่องราวจากตัวหนังสือผ่านกระบวนความคิดและการผลิตออกมาสู่ภาพเคลื่อนไหวได้อย่างเบาโหวงดุจปุยนุ่น ไร้น้ำหนัก ขาดความน่าเชื่อ เมื่อเราไม่เชื่อในตัวละครและเรื่องราวแล้ว ส่งผลให้ขาดซึ่งอารมณ์ร่วมในหนังตามมา ตัวละครล่องลอยขาดความลึกแม้กระทั่งตัวเอกอย่างสองพี่น้องฝาแฝด ธีโอ(ทอม คาเมรอน) และพี่สาว ราเชล(โซเฟีย แม็คไบรด์) ต้องจมอยู่กับความทุกข์หลังการจากไปอย่างกระทันหันแบบไม่หวนกลับของแม่ โดยเฉพาะกับน้องชายธีโอที่ดูจะยังทำใจไม่ได้ เป็นปมเล็กๆที่ติดอยู่ในใจตัวละครหลัก ซึ่งดูยังไงก็ไม่เกิดอารมณ์ร่วมคล้อยตามเลยสักนิด ตรงข้ามหลายฉากกลับเรียกเสียงฮา(โดยไม่ได้ตั้งใจ)ได้อย่างอยู่หมัด อาทิ ฉากที่ ราเชล บาดเจ็บหนักหลังรอดชีวิตจากโดนมิสเตอร์วิลเบอร์ฟอร์ส (โอลิเวอร์ ไดรเวอร์) มะนาวต่างดุ๊ด มนุษย์ต่างดาวศัตรูบ้านใกล้เรือนเคียงทำร้าย ต่อมาเทพอัคคี หรือ มิสเตอร์โจนส์ (แซม นีลล์) ใช้พลังรักษาบาดแผลเธอจนหายดี จากนั้นราเชลพยายามลุกขึ้น แต่มิสเตอร์โจนส์บอกให้เธอนอนพักผ่อน เพียงอึดใจ(ขอบอกว่าไวมาก) อยู่ดีๆเทพอัคคีของเราก็บอกธีโอพยุงราเชลกลับขึ้นมาซะงั้น (เอาน่าพักสักวิ2วิก็คงดีแล้วแหละ) ผมแทบนึกว่าก็อบปี้มาจากมุขหนังตลกคำพูดของไทยกันเลย ทั้งนี้คงต้องยกคุณ(ไม่)งาม ความ(ไม่)ดี ให้กับ แม็ทธิว เกรนเจอร์ ผู้เป็นทั้งคนเขียนบทและเพื่อนผู้กำกับโจนาธาน คิง ถ่ายทอดเรื่องราวอันตื่นเต้นให้ดูจำเจและเดาเรื่องออกได้ง่าย จนคุณอาจรู้สึกว่าเคยดูหนังเรื่องนี้มาแล้วด้วยซ้ำไป และฉากแอ็คชั่นก็ขาดความดุดันตื่นเต้น โดยเฉพาะฉากสุดท้าย ที่จบตามสูตรสำเร็จเอามากๆ ว่าไปซะเยอะแล้ว ขอลูบหลังสักที ตัวหนังเองใช่ว่าจะแย่ไปเสียหมด การถ่ายภาพ การวางตำแหน่งสิ่งต่างๆรวมทั้งตัวละครในฉากดูเหมาะสม สวยงาม อาทิ ภาพวิวทิวทัศน์เกาะแลงกิโตโตที่สวยงาม ภาพฉากที่ฉายให้เห็นสภาพบ้านอันซอมซ่อ โดยมีมิสเตอร์วิลเบอร์ฟอร์สและพลพรรค ยืนเท่ห์แอ็คท่าอยู่รอบๆตัวบ้าน โก้เก๋ไปอีกแบบ(ว่าแต่มายืนกันทำไมเยอะขนาดนั้น) ด้านเอฟเฟ็คต์นี่ยิ่งไม่พูดถึงไม่ได้เป็นอันขาด เพราะทีมงานเขาภูมิใจนำเสนอสุดๆ โปรโมทหน้าหนังเลยด้วยว่าจากผู้สร้าง LOTR ไตรภาค โดยทีมงานWeta Workshop ที่เพิ่งมีผลงานอภิมหาอลังการงานสร้างล่าสุดอย่าง Avatar แต่พอดูแล้วภาพในเรื่อง Under The Mountain กลับตาลปัตร หากบอกว่านี่คือหนังซีรี่ส์ที่นำมาฉายจอเงิน ผมก็เชื่อ ภาพCG ห่างชั้นกับคำว่าสวยงามเสมือนจริงอยู่หลายขุมทีเดียว ภาพรวมไม่หนีจากหนังแผ่นตามตลาดราคาถูก 3 เรื่อง50บาท ที่จะซื้อแต่ละครั้งยังต้องคิดหน้าคิดหลังให้ดีก่อน นั่งดูหนังพร้อมกับดูนาฬิกาไปด้วย ใจร้อนรน อยากให้หนังจบไวๆ ช่างเป็นอะไรที่อึดอัด อยากหลับแต่ก็ไม่ง่วงเอาเสียเลย ขณะนั่งดูใจผมก็นึกถวิลหาหนังวีซีดีที่เช่าค้างไว้ "อยากกลับไปดูอะไรดีๆล้างตาจังเล๊ย"

บทวิจารณ์โดย Monato