พูดคุยกับ คริส-ปอ จาก Meow Ears UP สาวเท่-สาวคิวท์ ความต่างขั้วที่ลงตัว

พูดคุยกับ คริส-ปอ จาก Meow Ears UP สาวเท่-สาวคิวท์ ความต่างขั้วที่ลงตัว

พูดคุยกับ คริส-ปอ จาก Meow Ears UP สาวเท่-สาวคิวท์ ความต่างขั้วที่ลงตัว
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

น้องเหมียวในห้องผม Meow Ears UP ซีรีส์สายละมุนแนวอบอุ่นหัวใจ ผสมความแฟนตาซี ที่นอกจากจะพาคนดูไปอิ่มเอมกับเรื่องราวสุดน่ารักแล้ว ยังส่งความสดใสของเหล่านักแสดงนำน้องใหม่แบบยกทีมอีกด้วย โดยเรื่องนี้นอกจากจะเล่าความสัมพันธ์ของเหล่าหนุ่มๆ แล้ว ยังมีความสัมพันธ์ของสองสาวอย่าง มันนี่และจิน ที่รับบทโดย ปอ วิชาดา และ คริส เซณเธอลิณณ์ อีกด้วย เห็นในเรื่องบุคลิกน่ารักและสวยเก่งต่างขั้วขนาดนั้น Sanook จะพามาทำความรู้จักตัวตนของสองสาวที่มีแต่ความน่ารักและเป็นธรรมชาติ มาติดตามในบทสัมภาษณ์นี้กันเลย!

ปอ วิชาดา และ คริส เซณเธอลิณณ์  ปอ วิชาดา และ คริส เซณเธอลิณณ์

แนะนำตัวกันหน่อย

ปอ: ปอ-วิชาดา อติเวชย์อังกูร IG@porkuku จบการศึกษา คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาภาษาอังกฤษธุรกิจ มหาลัยวิทยาลัยขอนแก่น ผลงานช่วงนี้ก็จะเป็นซีรีส์ที่เพิ่งออกอากาศจบไปเรื่อง น้องเหมียวในห้องผม และก็มีพวก ถ่ายโฆษณา, เล่นมิวสิกวิดีโอเพลง ค่ะ

คริส: คริส เซณเธอลิณณ์ แทนวิธู @kriszenthoelyn จบการศึกษา Bachelor degree of digitalmedia and cinematic art มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ซีรีส์ที่เพิ่งออกอากาศจบไปเรื่อง น้องเหมียวในห้องผม เหมือนกับปอเลย ผลงานที่ผ่านมาก็นอกจากซีรีส์เรื่องนี้ จะเป็นพวกถ่ายแบบซะมากกว่าค่ะ

เข้าวงการได้ยังไง พูดถึงผลงานแจ้งเกิดหน่อย

ปอ: ช่วงที่ปอกลับมาจากต่างประเทศ มีพี่ที่รู้จักคนหนึ่งถามว่าลองไปแคสต์โฆษณาตัวหนึ่งไหม ปออยู่กรุงเทพพอดี ก็เลยลองไปแคสต์แล้วก็ได้ เป็นโฆษณาโยเกิร์ตดัชชี่ค่ะ ตอนที่ได้งานครั้งแรกปอก็งงๆ ค่ะ เพราะตอนนั้นเราก็เล่นเป็นตัวเอง ตามที่เขาบรีฟ พอเขาคอนเฟิร์มกลับมาก็ตกใจเหมือนกันค่ะ (หัวเราะ)

คริส: ของคริสเริ่มต้นจากการเป็นนางแบบ แรกสุดคริสเคยประกวดเดอะเฟสซีซั่น 2 แต่ว่าไม่ได้ติดลึกๆ เข้ารายการ และก็มีโมเดลลิ่งมาชวนว่าอยากลองดูไหม ก็เลยได้มาทำงานในฐานะนางแบบ ก่อนจะขยับมาเข้าวงการโฆษณา ก็ทำคู่ๆ กันไปกับการเป็นนางแบบค่ะ และก็เพิ่งจะได้มีโอกาสมาลองงานแสดงเป็นเรื่องแรกก็คือ Meow Ears Up น้องเหมียวในห้องผม 

เป็นยังไงบ้างกับการแสดงเรื่องแรก

ปอ: ก็ตื่นเต้นนะคะ ทั้งประหม่าทั้งตื่นเต้น ไม่รู้ว่าเราทำได้ดีเท่าที่คนอื่นคาดหวังไว้ไหม เราก็พยายามทำการบ้าน พยายามซึมคาแรกเตอร์ให้มากที่สุดให้มันดูเป็นธรรมชาติ

คริส: สำหรับคริสมันยากนะ แต่ละอย่างที่ทำมามันแตกต่างกันหมดเลย แม้ว่ามันจะเป็นศาสตร์เดียวกัน การมาเล่นซีรีส์มันมีดีเทลรายละเอียดมากกว่าการถ่ายโฆษณาที่จำกัดเวลา เราต้องทำการบ้านค่อนข้างเยอะมากๆ  เพราะตัวคริสมีความคาดหัวในตัวเอง ว่าเราอยากทำออกมาให้ดี เลยมีแรงผลักทั้งสองด้านทั้งฝั่งตัวเองและคนอื่น เลยจะค่อนข้างซีเรียสมากๆ ค่ะ

หลังจากได้ลองแสดงแล้ว รู้สึกหลงอยากเอาดีทางการแสดงเลยไหม

ปอ: อยากลองเล่นอะไรที่มันฉีกกว่าเดิม อยากเล่นอะไรที่แตกต่างจากการเป็นตัวเอง การแสดงมันมีหลายศาสตร์มาก ความเป็นธรรมชาติในแต่ละคาแรกเตอร์ก็แตกต่างกัน สำหรับปอเล่นยังไงให้มันดูธรรมชาติที่สุด ถ้าเกิดเราเล่นเป็นคนที่เราไม่เคยรู้เลยว่าคนแบบนี้มีอยู่จริงหรือเปล่า แล้วเราจะทำยังไงให้คนแบบนี้ดูเป็นธรรมชาติ สำหรับปอเป็นเรื่องที่ท้าทายมากค่ะ

คริส: ถ้าตามความรู้สึก เราชอบการแสดงนะคะ แต่เราคงต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะมากๆ ด้วยความที่คริสเพิ่งเล่นเรื่องแรก เราคงต้องเจออะไรอีกหลายๆ แบบกว่าเราจะแข็งแกร่งและแสดงออกมาจนโฟลว ถามว่าอยากแสดงไหม คริสอยากแสดงเรื่อยๆ นะ มันเป็นการฝึกฝนตัวเองด้วย อีกอย่างถ้าหากเราแสดงได้ดี คนดูสามารถมองเราเป็นตัวละครอื่นได้เรื่อยๆ คริสคิดว่านั่นเป็นสิ่งที่ประสบความสำเร็จอย่างหนึ่งแล้วค่ะ อยากทำได้แบบนั้นค่ะ

แล้วคาแรกเตอร์ที่แสดงในน้องเหมียวในห้องผม มีความเป็นคริสและปอกี่เปอร์เซ็นต์

ปอ: อืม ของปอมี 60:40% เหมือน 60 ไม่เหมือน 40 ความเหมือนก็จะเป็นพวกความสดใส ความโก๊ะ ความเปิ่น ความสดใสที่ตัวมันนี่มี แต่ 40% ในตัวปอไม่ได้มีความกลัว ขี้ตกใจ หรือตระหนกอะไรเท่ากับมันนี่ ปอรู้สึกว่าปัญหามันมีไว้ให้แก้ เราจะผ่านมันไปด้วยวิธีไหนได้บ้าง แต่มันนี่เขาจะเป็นพวกต้องรอคนอื่นมาช่วยซัพพอร์ตจิตใจ ถึงจะสามารถไปต่อได้

คริส: คิดว่าเหมือนตัวคริส 30% ไม่เหมือนตัวคริส 70% ตัวจินเขาจะมีมาดของเขา เป็น Working Women ที่เก่ง เป็นหัวหน้าคน ระบบจัดการดี มีความมั่นใจในตัวเองสูง  แต่ตัวจริงของคริสไม่ได้ทำงานเก่งเท่าจินอะไรขนาดนั้น การบริหารเวลาอาจจะแย่กว่าจินมาก อย่างตามในเรื่อง ตัวจินเขาไปกลับกรุงเทพ-จันทบุรี ทุกวัน ถ้าเป็นคริสคงทำไม่ได้ เราคงตายก่อน (หัวเราะ) เวลาเดินทางในกรุงเทพก็ค่อนข้างเหนื่อยแล้ว แต่นี่ไปกลับต่างจังหวัดเลยนะ (หัวเราะ) การจัดสรรเวลาเขาดีมาก ส่วนคริสคือไหลไปเรื่อยอยู่ระดับหนึ่ง (หัวเราะ) ส่วนความเหมือนคือ เขาจะเป็นพวกแพ้ของน่ารัก คนภายนอกจะมองว่าคริสมีลุคแมนๆ ลุยๆ แต่จริงๆ ความชอบ คริสจะชอบคิตตี้มากๆ มันเป็นโหมดที่คอนทราส์กับภาพลักษณ์เรา ความเหมือนก็น่าจะประมาณนี้ ด้านอารมณ์ ถ้าต้องทำงานกับคนเยอะๆ หรือคนรู้จัก เราจะพยายามคุมความรู้สึกความกังวลของตัวเอง และจะโฟกัสกับงานก่อน เอาเรื่องตัวเองไปเป็นเรื่องเล็ก ส่วนนี้จะคล้ายๆ กันค่ะ

ย้อนกลับไปช่วงวัยเด็กกับปัจจุบัน ตัวตนของเราเปลี่ยนแปลงไปไหม

ปอ: ของปอต่างมากค่ะ ตอนเด็กปอเป็นเด็กขี้อายมาก ไม่กล้าแสดงออก ขี้กลัว คิดว่าเราทำแบบนั้นผู้ใหญ่จะชอบไหม ทำแบบนี้จะผิดหรือเปล่า พ่อกับแม่เลยจะพยายามเอาปอไปงานสังสรรค์ตลอดเพื่อที่จะให้เราได้เข้าสังคม แต่ปอเข้าไม่ได้ (หัวเราะ) สมมติว่าถ้ามีเด็ก 10 คนอยู่ที่นั่น ปอจะเป็น 2 คนที่นั่งอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย เพราะกลัวว่าถ้าสิ่งที่เราทำไปตอนนั้น กลับบ้านไปจะโดนดุไหม อะไรประมาณนี้ แต่จุดเปลี่ยนคือตอนมหาวิทยาลัย ได้อยู่กับตัวเอง อยู่หอ หาข้าวกินเอง ขับรถไปเรียนเอง ใช้ชีวิตทุกอย่างเองจริงๆ เลยทำให้รู้ว่าเราก็ไม่ใช้คนแบบนั้นนี่ ถึงได้รู้ว่าจริงๆ เป็นคนชอบเข้าสังคม ชอบใช้ชีวิตด้วยซ้ำ ยิ่งถ้าได้เจอคนที่ไม่รู้จักมาก่อน ปอจะเป็นคนที่เข้าไปเมคเฟรนด์เองด้วย

คริส: ต่างมากค่ะ ตอนเด็กๆ เราจะเป็นเด็กกิจกรรม เราเอาหมดเลยทั้งถือป้าย ดุริยางค์ กีฬาสี แข่งว่ายน้ำ เชียร์ลีดเดอร์ อะไรแบบนี้ตลอด เวลามีกิจกรรมอะไรก็เล่นเยอะ ถนัดการเล่นมากกว่าการเรียนพอสมควร (หัวเราะ) ตอนเด็กๆ จะเป็นอะเลิร์ท จะเป็นหัวโจกด้วย ไม่ค่อยกลัวอะไร ไม่ถึงกับต่อยตีนะ แต่เวลาเล่นกับเด็กผู้ชายก็จะเล่นแรงเหมือนกันค่ะ ตอนนี้ถ้าไม่ได้ออกกล้องเราจะเป็นคนนิ่งๆ จะไม่ค่อยสุงสิงกับใครเท่าไร เพราะคงเราใช้ชีวิต เอนเนอร์จี้ตอนเด็กไปเยอะ ใช้แรงทั้งหมดไปในตอนเด็กแล้ว ปัจจุบันก็จะไม่ค่อยเอาอะไรแล้วค่ะ ให้ฉันอยู่เฉยๆ เถอะ (หัวเราะ)

 

ไลฟ์สไตล์เราเป็นคนติดบ้าน หรือชอบออกไปใช้ชีวิตนอกบ้าน

ปอ: ของปอแล้วแต่ช่วงเลยค่ะ ถ้าช่วงนั้นเราจิตใจสงบ ไม่มีเรื่องว้าวุ่นใจ ก็จะติดบ้านมาก แต่ถ้าช่วงไหนมีเรื่องให้คิดหรือเครียด จะหาเรื่องออกไปข้างนอก ไปคาเฟ่ ไปดูหนัง ไปทานข้าว ทำอะไรก็ได้ที่ไม่อยู่บ้านหรืออยู่คนเดียว

คริส: จริงๆ เป็นคนชอบอยู่นอกบ้าน แม่ขนานนามว่า ชีพจรลงเท้า แค่ออกจากบ้านไปห้างก็จะไป ชอบไปหมกตัวอยู่ร้านหนังสือค่ะ ชอบมากๆ แต่มันจะมีช่วงพลิกตอนโควิด กลายเป็นคนติดบ้านพอสมควร เปลี่ยนคริสกลายเป็นคนติดบ้านเลย เราอาจจะมีออกจากบ้านบ้างเหมือนเดิม แต่จะอยู่ไม่นานละ คนเยอะเวียนหัว แป๊บๆ ก็อยากกลับบ้านแล้ว

ถ้าอยู่ในแก๊งเพื่อน เราจะกลายเป็นผู้พูด หรือเป็นผู้ฟังมากกว่า

ปอ: เป็นคนพูดค่ะ พูดเยอะมาก พูดอยู่คนเดียวด้วย (หัวเราะ) จนเพื่อนบอกให้เลิกพูดสักที

คริส: จริงค่ะ ถ้าในกองจะเป็นปอกับน้องเจมส์พูดกันอยู่สองคน ไม่รู้ว่าเอาพลังมาจากไหน ส่วนของคริสจะกลายเป็นคนฟังมากกว่า แต่ถ้าให้พูดก็จะพูดไม่หยุดเหมือนกัน แต่ถ้าไม่มีใครมาชวนพูดในประเด็นที่สนใจ ก็ไม่ค่อยพูดค่ะ ถ้าในแก๊งเพื่อนเราจะเป็นน้องน้อย ไม่ค่อยได้พูดเท่าไร

ความฝันก่อนที่จะมาเป็นนักแสดง

ปอ: ความฝันของปอตอนเด็ก ไม่เคยมีนักแสดงเลย แต่ความฝันจริงๆ ของปอคือ เป็นนักธุรกิจพันล้าน(เสียงสูง) อยากมีโรงงานอุตสาหกรรมใหญ่ๆ ของเราเอง ได้คุมคนเยอะๆ เราเป็น CEO ทุกคนก็จะแบบ คุณปอคะ นี่ค่ะเซ็นหน่อย (หัวเราะ) (คริส: อยากเป็นนักธุรกิจสาวไฟแรง) ใช่ อยากเป็นเวิร์กกิ้งวูแมน อยากเป็นคนเก่ง ถ้าผลิตภัณฑ์ที่อยากทำก็เป็นยาสีฟันค่ะ เพราะมันเป็นสิ่งที่เราใช้ทุกวัน หลายคนก็มีรสชาติที่ไม่ชอบ ปออยากทำรสส้มค่ะ (หัวเราะ) รู้สึกว่ามันสดชื่นค่ะ (คริส: เขาส้มเลิฟเวอร์ค่ะ)

คริส: ของคริสก็เกี่ยวกับวงการนี่แหละ ด้วยความเป็นเด็กกิจกรรมแต่เด็ก แล้วคริสเต้นชอบอะไรแบบนี้อยู่แล้ว ช่วงที่เคป๊อปบูม ถ้าไม่นับนักแสดงนางแบบ คริสอยากเป็นไอดอลค่ะ อยากร้องเต้นบนเวที อันนั้นเป็นความชอบร้องเพลง ชอบเต้น แต่ปัจจุบันเต้นไม่ไหวแล้ว (หัวเราะ) เพราะไม่ได้เต้นเลยค่ะ แต่ถ้าในเวย์ความฝันอันนั้นไกล ปัจจุบันคงอยากไปสายกราฟฟิก แต่จริงๆ อยากเป็นตากล้อง (ปอ: เขาถ่ายรูปสวยมากค่ะ) คริสชอบถ่ายรูป ชอบพกกล้องของตัวเองมา เรามีอุปกรณ์เราก็อยากลองเล่น บางทีเราอยู่หน้ากล้อง ก็คิดแบบเราอยากลองไปอยู่หลังกล้องบ้าง อยากเป็นคนถ่ายค่ะ 

ใครที่อยากติดตามผลงานของสองสาว คริสและปอ ก็ติดตามผลงานได้ทางโซเชียลได้เลย

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ

อัลบั้มภาพ 9 ภาพ ของ พูดคุยกับ คริส-ปอ จาก Meow Ears UP สาวเท่-สาวคิวท์ ความต่างขั้วที่ลงตัว

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
กำลังโหลดข้อมูล