[เปิด Disney+ มารีวิว] Ron’s Gone Wrong หนังสยองขวัญในคราบหุ่นเพี้ยนเพื่อนรัก

[เปิด Disney+ มารีวิว] Ron’s Gone Wrong หนังสยองขวัญในคราบหุ่นเพี้ยนเพื่อนรัก

 

Ron’s Gone Wrong บอกเล่าเรื่องราวของบาร์นี่ (แจ็ค ดิแลน แกรเซอร์) เด็กชายวัย 11 ปีที่มีปัญหากับการเข้าสังคมในโรงเรียน เขามักโดนเพื่อนๆมองเป็นตัวประหลาดจนเพื่อนไม่คบ มิหนำซ้ำในขณะที่บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังได้ทำการผลิตหุ่นยนต์เอไอซึ่งจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิทของเด็กๆทั่วเมือง โดยเจ้าหุ่นตัวนี้จะสามารถเข้าถึงโซเชียลมีเดียทุกประเภทได้อย่างง่ายดายและทำความรู้จักเจ้าของได้เป็นอย่างดี

เมื่อถึงวันเกิด บาร์นี่ได้รับของขวัญเป็นหุ่นยนต์เอไอตัวใหม่ ซึ่งเขาไม่รู้มาก่อนเลยว่า พ่อของเขาซื้อตัวที่ดันมีปัญหาด้านอัลกอริทึ่ม ทำให้มันทำงานไม่ค่อยปกตินักและมักจะสร้างความขายหน้าให้กับบาร์นี่อยู่บ่อยๆ จนบาร์นี่เองเกิดอาการไม่พอใจและไม่อยากจะเป็นเพื่อนกับเจ้าหุ่นตัวนี้

แน่นอนว่าหนังแนวมิตรภาพสุดแปลกประหลาดมักจะเริ่มต้นขึ้นจาก ความสัมพันธ์ที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ โดยนอกจากหนังเรื่องนี้จะเป็นเกี่ยวกับคนและหุ่นยนต์แล้ว มันยังเป็นเรื่องราวของตัวละครสองตัวที่มีปมด้อยในตัวเองอย่างชัดเจน คนหนึ่งอยากจะได้รับการยอมรับจากเพื่อนๆรอบตัว ด้วยการมีหุ่นยนต์เอไอเป็นของตัวเอง ส่วนอีกตัวหนึ่งมีระบบอัลกอริทึ่มที่ผิดพลาดและไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ

อย่างไรก็ตามระหว่างทางตัวละครทั้งสองตัวได้เรียนรู้ซึ่งกันและกัน ต่างเติมเต็มสิ่งที่พวกเขาขาดหาย แต่ในช่วงเริ่มต้นที่ทั้งสองผูกสัมพันธ์กันมีความรุนแรงและน่ากลัวอยู่ภายใต้ฉากตลกโปกฮา ไม่ว่าจะเป็นฉากที่เจ้ารอน หุ่นเอไอเกิดอาการรวนและขว้างปาของมีคมใส่คุณยาย หรือกระทั่งตอนที่เจ้ารอนจับไก่มาดึงคอจนแทบจะหัวขาดกระจุย จนเรานึกภาพตามไม่ออกอยู่เหมือนกันว่าถ้าหนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังเรท R ขึ้นมา คงมีตัวละครเลือดตกยางออกแบบตุ๊กตาผีอย่าง Chucky แน่นอน

ท่ามกลางการผจญภัยของตัวละครทั้งสองตัวนี้ เมื่อเดินทางไปสู่จุดที่พวกเขาต้องเลือกว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง หนังก็มอบโมเมนต์ที่น่าจดจำและน่าประทับใจอยู่ไม่น้อย เมื่อสุดท้ายแล้ว การนิยามความหมายของคำว่า “เพื่อน” นั้น ไม่จำเป็นเสมอไปที่พวกเขาจะต้องตัวติดกันตลอดไป เพราะจริงๆแล้วมิตรภาพนั้นเกิดขึ้น และจะดำรงอยู่ตลอดไปในความทรงจำอันแสนงดงาม

ถึงแม้ว่า Ron’s Gone Wrong จะเป็นแอนิเมชั่นมิตรภาพระหว่างคนและหุ่นยนต์ที่ไม่ได้มีอะไรใหม่ แต่ถือว่าเป็นผลงานสำหรับครอบครัวที่ดูได้สนุกทีเดียวเชียว